โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Jipjip Money สินเชื่อแบรนด์เนมครั้งแรกของโลก วงเงิน 3 หมื่น-1 ล้านบาท ผ่อนยาว 60 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 23.54 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 09.15 น.

หลังจากเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2566 ที่ผ่านมาบริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด ได้นำร่องเฟสแรก เปิดตัวแบรนด์ bagforcash กระเป๋าแลกเงิน ชูดอกเบี้ย 1.25% ได้รับการตอบรับดี

ส่งผลให้ล่าสุด บริษัทฯ ต่อยอดความสำเร็จ ปั้น“Jipjip Money” สินเชื่อแบรนด์เนมครั้งแรกของโลก และรายแรกของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.

นางสาวเสาวนีย์ ผไทวณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด ฉายภาพจุดเริ่มต้นธุรกิจให้ฟังว่า เกิดจากความชื่นชอบและสะสมแบรนด์เนม โดยเฉพาะกระเป๋าและนาฬิกา และมองเห็นโอกาสในตลาดว่าเป็นสินเชื่อที่ไม่มีใครจับ

“เพราะแบรนด์เนมเป็นสิ่งที่ถูกตีตราว่าฟุ่มเฟือย”

ทว่าอีกมุมหนึ่งแบรนด์เนมเป็นการลงทุนสินทรัพย์ประเภทหนึ่งไม่ต่างจากอสังหาริมทรัพย์หรือรถยนต์ ที่มีมูลค่าเพิ่มพูนได้ สะท้อนจากมูลค่าแบรนด์เนมที่ขยายตัวขึ้น

โดยมูลค่าตลาดแบรนด์เนมทั่วโลกอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 9-11% ส่วนประเทศไทยมีมูลค่าสูง 1.41 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำสินค้าแบรนด์เนมไปแลกเงินในเวลาฉุกเฉินได้ จึงเกิดการทำ bagforcash ในแนวคิดกระเป๋าแลกเงินสด เมื่อ 8 เดือนก่อน ปัจจุบันขยายห้องเซฟห้องที่ 2 เรียบร้อยแล้ว และกำลังมีแพลนขยายห้องเซฟห้องที่ 3 ให้แล้วเสร็จภายในเดือน มกราคม พ.ศ 2567

ล่าสุด บริษัทฯ เปิดตัวJipjip Money เป็นบริการสินเชื่อแบรนด์เนมกระเป๋าและนาฬิกา อนุมัติไวใน 24 ชั่วโมง เพียงมีสลิปเงินเดือน วงเงินตั้งแต่ 30,000 - 1,000,000 บาท ชูดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.59% - 1.99% ต่อเดือน แบบลดต้นลดดอกเบี้ย ผ่อนเริ่มต้น 657 บาท/เดือน นานสูงสุด 60 เดือน โดยลูกค้าต้องมีเงินเดือน 30,000 บาท ขึ้นไป

เบื้องต้น ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์ร้านกระเป๋าแบรนด์เนม 20 รายใหญ่-รายกลาง โดยจากนี้ไปเตรียมคุยดีลพาร์ตเนอร์เดือนละ 10-15 ราย และคาดว่าใน 2 ปี จะสามารถดีลกับร้านแบรนด์เนมทั่วไืทยได้กว่า 1,000 ราย

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายไลน์ทำนาฬิกาแลกเงิน ภายใต้ watchforcash วงเงินอนุมัติ 10,000 - 2,000,000 บาท โดยเรตดอกเบี้ย 1.25 /เดือน และจัดเก็บในตู้นิรภัยแบบ 1 ต่อ 1 ต่อยอดแนวคิดจาก bagforcash และเตรียมขยายไลน์เพชรแลกเงิน ในปี 2567

“จากที่เริ่มทำ bagforcash กระเป๋าแลกเงิน ได้รับผลตอบรับดี มีจำนวนมากกว่า 1,217 เคส วงเงินรวม 200 ล้านบาท ในสัญญา ระยะ 1-3 เดือน ต่อสัญญาได้เรื่อย ๆ เมื่อครบเวลา บริษัทฯ คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ผิดนัดสัญญาอยู่ 2%”

อย่างไรก็ตาม ด้วยมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก บริษัทฯ จึงเตรียมหาพาร์ตเนอร์เงินทุนเพิ่ม คาดเจรจาแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ปี 2566 นี้

นางสาวเสาวนีย์ กล่าวต่อไปว่า การกู้แบรนด์เนม ไม่ต่างจากการกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ เพียงแค่สินเชื่อแบรนด์เนมยังเป็นเรื่องใหม่ในไทย เพราะยังติดยึดกับความเชื่อเดิม ๆ ว่าสินค้าแบรนด์เนมเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย

แต่หากใช้เหตุผลมาประกอบ ลองเทียบมูลค่ากระเป๋าแบรนด์เนมกับรถยนต์หรืออสังหาริมทรัพย์สักหลัง แบบ 1 ต่อ 1 โดยใช้เงินเท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน รับรองเลยว่า กระเป๋าแบรนด์เนมยังคงมูลค่าสูงกว่ารถยนต์และอสังหาริมทรัพย์แน่นอน

กรณีศึกษา 10 ปี ระหว่างกระเป๋าแบรนด์เนม อสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์

รถยนต์ : Mercedes Benz S-Class ปี 2010 มีมูลค่า 3.2 ล้านบาท ปี 2020 มูลค่าเหลือ 800,000 บาท หดตัว -75.6%

อสังหาริมทรัพย์ : บ้านเดี่ยว ปี 2010 มีมูลค่า 3 ล้านบาท ปี 2020 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 ล้านบาท ขยายตัว 43.3%

กระเป๋าแบรนด์เนม : Hermes Himalayan Birkin 25 ในปี 2010 มีมูลค่า 3 ล้านบาท ส่วนปี 2020 มีมูลค่า 7.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150%

Chanel Classic Flap Medium ปี 2010 มีมูลค่า 104,040 บาท ปี 2020 มีมูลค่า 372,090 บาท เพิ่มขึ้น 257%

ขณะที่ ค่าบำรุงรักษากระเป๋าแบรนด์เนมยังใช้เงินน้อยกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน กระเป๋าแบรนด์เนมสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายกว่ารถและอสังหาริมทรัพย์อีกเช่นกัน แต่ผู้ลงทุนควรศึกษาและเข้าใจตลาดแบรนด์เนมให้ดีก่อนการลงทุน

สำหรับแผนการตลาดในอนาคตของบริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด ที่วางไว้ เป้าหมายของเราคือเจ้าแรกในตลาดสินเชื่อแบรนด์เนม พร้อมที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งมั่นใจว่า ตอนนี้เราคือที่ 1 ในตลาด และตั้งเป้ายืน 1 ในตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมในไทย ด้วยระบบที่วางไว้ มีแพลนที่จะขยายไปยังต่างประเทศแน่นอน

ส่วนด้านรายได้ตั้งเป้าไว้ที่ 40 ล้านบาท/เดือน โดยปิดปี 2566 คาดว่าจะมีรายได้ 400 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18% และในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2569 บริษัทฯ มีแผนที่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

อ่านข่าวอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...