โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลดหย่อนภาษี "e-Refund" ช็อป 10,000-50,000 บาท ได้เงินคืนเท่าไหร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ย. 2566 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 06.46 น.

อัพเดตล่าสุด 16 พ.ย. 2566 เวลา 13.45 น.

มาตรการ e-Refund ช็อปปิ้งกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท เช็กอัตราลดหย่อนภาษี ช็อปเท่าไหน ได้เงินคืนเท่าไหร่

รัฐบาลภายใต้การนำทัพของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เตรียมนำมาตรการภาษี “e-Refund” ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาทมาใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป ถือว่า “สูงสุด” นับตั้งแต่มีมาตรการลดหย่อนภาษีลักษณะนี้มาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็น “ช้อปช่วยชาติ” หรือ “ช้อปดีมีคืน”

อย่างไรก็ดี อาจจะมีคำถามว่า ถ้าใช้สิทธิลดหย่อนเต็มเพดาน 50,000 บาท จะได้ลดภาษีเป็นวงเงินเท่าไหร่ หรือหากใช้ไม่ถึง 50,000 บาท จะได้ลดภาษีเป็นเงินเท่าไหร่

ทั้งนี้ จากการคำนวณแล้ว จะพบว่าหากผู้เสียภาษีใช้สิทธิลดหย่อนเต็มที่ 50,000 บาท หากเป็นผู้ที่เสียภาษีอยู่อัตราสูงสุดที่ 35% ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุดถึง 17,500 บาทเลยทีเดียว แต่หากใช้สิทธิลดหย่อนแค่ 10,000 บาท ก็จะได้คืนภาษี 3,500 บาท

ขณะที่ผู้ที่เสียภาษีในอัตราต่ำสุดที่ 5% จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 2,500 บาท หากใช้สิทธิลดหย่อนเต็มเพดานที่ 50,000 บาท และจะได้เงินคืน 500 บาท หากในใช้สิทธิลดหย่อนเพียง 10,000 บาท (ดูตาราง)

e-Refund

สำหรับมาตรการปีนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นการให้กลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเลต หรือเป็นผู้ที่มีรายได้เกิน 70,000 บาท หรือมีเงินฝากเกิน 500,000 บาท ได้มีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

โดยรัฐบาลจะดำเนินมาตรการ “e-Refund” ซึ่งประชาชนจะได้รับภาษีคืนจากการจับจ่ายสินค้าและบริการมูลค่ารวมไม่เกิน 50,000 บาท จากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี และเฉพาะที่ออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม แต่จะให้ใช้สิทธิได้เป็นเวลาเท่าไหร่นั้น ต้องรอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อน โดยที่ผ่านมามีการพิจารณาช่วงเวลาตั้งแต่ 1-2 เดือน ซึ่งต้องยอมรับว่ามาตรการนี้ต้องการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในช่วงเวลาหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลานาน ๆ ได้

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมสรรพากร เพื่อกำหนดประเภทสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการนี้ได้ หรือเรียกว่า Negative List

“การซื้อสินค้าและบริการที่จะได้สิทธิ e-Refund ต้องใช้ e-Receipt เท่านั้น เพื่อเร่งให้คนใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เร่งร้านค้าให้เข้าสู่ระบบ e-Tax Invoice หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างฐานภาษี ส่วนสินค้าและบริการอะไรบ้างนั้น จะมีการประชุมหาข้อสรุปกันอีก และต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติก่อน” นายจุลพันธ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...