โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คิดจะกู้สินเชื่อรถแลกเงิน เลือกผ่อนดอกเบี้ยแบบไหนดี

Checkraka

เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 03.17 น. • เช็คราคา.คอม

ใครที่กำลังมองหาเงินก้อนยามจำเป็น แต่ไม่รู้จะขอสินเชื่อแบบไหนดี ตัวเลือก "สินเชื่อรถแลกเงิน" นับเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะนอกจากจะนำ "รถยนต์ที่เราผ่อนหมดแล้ว" มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเรายังสามารถใช้รถยนต์ได้ตามปกติอีกด้วยค่ะ แต่ก่อนจะตัดสินใจขอสินเชื่อรถแลกเงิน วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อประเภทนี้กันค่ะ ว่ามีแบบไหนบ้าง และเราควรเลือกผ่อนดอกเบี้ยแบบไหน รูปแบบดอกเบี้ยสินเชื่อรถแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตายตัว ไม่มีการปรับขึ้น หรือลง และจ่ายเท่ากันทุกงวดตลอดอายุสัญญา โดยในการคิดดอกเบี้ย ผู้ให้สินเชื่อจะคำนวณดอกเบี้ยครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเงินกู้ โดยค่างวดที่ต้องจ่ายจะเป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่เท่าๆ กันตลอดอายุสัญญา วิธีคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนปีที่ผ่อนชำระ ตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถแลกเงินแบบคงที่

ขอบคุณข้อมูลจากธนาคารทหารไทยธนชาต ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ : ผู้กู้จ่ายค่างวดเท่ากันทุกงวดตลอดอายุสัญญา ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีแผนที่จะโปะยอดเงินต้น หรือปิดยอดหนี้ก่อนถึงช่วงเวลาที่กำหนด อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) เป็นการคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ซึ่งดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไปตามจำนวนเงินต้นที่ผู้กู้ผ่อนชำระ ยิ่งจ่ายเยอะ เงินต้นก็ลดลงเยอะ และดอกเบี้ยก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามจำนวนเงินต้นที่ลดลง วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้นๆ = (ยอดเงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้นๆ) / จำนวนวันต่อปี
ตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถแลกเงินแบบลดต้นลดดอก

ขอบคุณข้อมูลจากธนาคารทหารไทยธนชาต ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก : หากผู้กู้มีการผ่อนชำระในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะถูกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยก็จะลดลงตามไปด้วย เหมาะสำหรับ คนที่วางแผนที่จะปิดยอดหนี้ก่อนกำหนดหรือต้องการโปะยอดหนี้ เพื่อให้หมดหนี้ได้เร็วขึ้น ดอกเบี้ยคงที่ VS ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เลือกแบบไหนดี?

ทราบวิธีการคิด และเห็นความแตกต่างของดอกเบี้ยคงที่ และดอกเบี้ยลดต้นลดดอกกันไปแล้ว ถึงเวลาต้องเลือกจะเลือกผ่อนดอกเบี้ยแบบไหนดี ดอกเบี้ยทั้ง 2 แบบแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน และแบบไหนคุ้มค่ากว่า เช็กยังไงได้บ้าง มาดูกันค่ะ 1. ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน คือ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ และอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเท่ากัน ในระยะเวลาผ่อนชำระที่เท่ากัน การเลือกผ่อนชำระดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ เพราะผู้ให้สินเชื่อจะคำนวณดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ ตามจำนวนเงินต้นที่ลดลง สามารถโปะปิดยอดหนี้ได้ตามที่ต้องการ เพราะหากเป็นการผ่อนในอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ผู้ให้สินเชื่อจะคำนวณดอกเบี้ยรวมกับเงินต้นเข้าไปทั้งก้อนแล้ว และให้ผู้กู้ผ่อนชำระเป็นรายงวดๆ ละเท่าๆ กันตลอดอายุสัญญา หากโปะปิดยอดหนี้ ดอกเบี้ยก็ไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ตัวอย่าง ขอสินเชื่อรถแลกเงินวงเงิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6 % ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี คำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่ และลดต้นลดดอกเป็นดังนี้ กรณีดอกเบี้ยคงที่ : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนปีที่ผ่อนชำระ

  • คำนวณอัตราดอกเบี้ย >> 200,000 x 6% x 5 = 60,000 บาท

  • รวมเป็นยอดที่ต้องชำระทั้งสิ้น 200,000 + 60,000 = 260,000 บาท

  • คิดเป็นผ่อนชำระต่อเดือน 260,000 / 60* = 4,333.34 บาทกรณีดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้นๆ = (ยอดเงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้นๆ) / จำนวนวันต่อปี
    (ในกรณีที่เป็นการผ่อนชำระดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ผู้ให้สินเชื่อจะกำหนดยอดผ่อนชำระต่อเดือนมาให้เลย จากตัวอย่าง สมมติต้องผ่อนเดือนละ 4,500 บาท)

  • คำนวณอัตราดอกเบี้ยงวดที่ 1 >> 200,000 x 6% x 30 / 365 = 986.30 บาท

  • ยอดผ่อนต่อเดือน 4,500 บาท เป็นดอกเบี้ย 986.30 บาท ตัดเงินต้น 3,513.70 บาท

  • ดังนั้นยอดเงินต้นที่คำนวณดอกเบี้ยในงวดที่ 2 คือ 200,000 - 3,513.70 = 196,486.30 บาทสำหรับงวดถัดไปสามารถคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวดไปได้เรื่อยๆ ยิ่งจ่ายเงินต้นมากเท่าไร จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในส่วนของดอกเบี้ยก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย และหากเรามีกำลังพอจะโปะปิดยอดหนี้ เราก็จะเสียดอกเบี้ยน้อยลงไปอีกค่ะ 2. ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน กรณีที่อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ กับอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกไม่เท่ากัน สามารถคำนวณเทียบอัตราดอกเบี้ยแบบประมาณการณ์ได้ โดยนำอัตราดอกเบี้ยคงที่ไปคูณ 1.8 เพื่อแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ไปเป็นแบบลดต้นลดดอก เพื่อเปรียบเทียบว่าผ่อนชำระดอกเบี้ยแบบไหนจะถูกกว่า หรือคุ้มค่ากว่ากัน ตัวอย่าง ผู้ให้สินเชื่อคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 12% ส่วนอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่คิด 4.8% ด้วยระยะเวลาการผ่อนชำระเท่ากัน เราสามารถนำอัตราดอกเบี้ยคงที่ไปแปลงค่าเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกได้คือ (4.8% x 1.8) = 8.64% เท่ากับว่าอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เป็นต้นค่ะ ดังนั้นหากต้องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 แบบว่าแบบไหนถูกกว่า หรือคุ้มค่ากว่า ต้องลองคำนวณว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระตลอดอายุสัญญาจริงๆ แล้วเป็นเท่าไหร่กันแน่ และเมื่อได้อัตราดอกเบี้ยตามที่ต้องการแล้ว ควรดูเป้าหมายของการผ่อนชำระด้วยนะคะ หากมีแพลนจะโปะปิดยอดก็สามารถเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกได้ แต่หากต้องการผ่อนชำระไปตามจำนวนงวดที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนดก็สามารถเลือกผ่อนดอกเบี้ยแบบคงที่ได้เช่นกันค่ะ สอบถามข้อมูลความรู้เรื่องสินเชื่อเพิ่มเติม ทักมาพูดคุยกับ GURU ได้ที่นี่!! https://page.line.me/uht3147t

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...