โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทนายพัช ค้านพยานทุกปาก คดี แอม ไซยาไนด์ ไม่ต้องจ่าย 30 ล้าน เพราะ แอม ไม่ผิด

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ย. 2566 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 07.22 น.
ทนายพัช ค้านพยานทุกปาก คดี แอม ไซยาไนด์ ยันไม่ต้องจ่าย 30 ล้าน เพราะ แอม ไม่ผิด

ทนายพัช ค้านพยานทุกปาก คดี แอม ไซยาไนด์ อ้าง ก้อย เสพยาซึมเศร้า ยันชัด ไม่ต้องจ่าย 30 ล้าน เพราะ แอม ไม่มีความผิด เดชา เผยแม่ก้อยขอไอโฟนคืน

วันที่ 20 พ.ย.2566 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 35 ปี พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 39 ปี อดีตสามีและอดีตรอง ผกก.สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช อายุ 35 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย,

เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด, เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร หรือ ก้อย โดยแอม ถูกดำเนินคดีใน ความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่น ๆ ซึ่งคดีนี้ พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีตสามี และน.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความ ตกเป็นจำเลยที่ 2 และ 3 ในฐานความผิดช่วยเหลือจำเลยแอม สรารัตน์ จำเลยที่ 1 ด้วย ถูกดำเนินคดี ในความผิดฐาน ช่วยเหลือจำเลยที่ 1 มิต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง และซ่อนเร้นทำลายหลักฐาน

โดยวันนี้ พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีตสามี ที่ได้รับการประกันตัวต้องเดินทางมาศาลตามกำหนดนัดด้วย และ น.ส.ธันย์นิชา ทนายความ 2 จำเลย ส่วน น.ส.สรารัตน์ ถูกเบิกตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายโจทก์ร่วม กล่าวภายหลังตรวจพยานหลักฐานคดีแอมไซยาไนด์ โดยศาลได้นัดสืบพยานนัดแรก วันที่ 4 ก.ค. 2567 รวมทั้งหมด 25 นัด รวมพยาน 88 ปาก
โดยวันนี้จำเลยทั้งหมดปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาชี้เเจงต่อศาลเพิ่มเติม

ส่วนมารดาของก้อยพยายามขอโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่ได้รับคืนจากแอม แต่แอมกลับเงียบเฉยซึ่งไม่ยอมเจรจาไม่ให้เหตุผล นอกจากนี้ทางทนายพัชได้กล่าวหาว่าก้อยผู้เสียชีวิตมีการเสพสารเสพติดจนถึงแก่ความตายก็ไม่ควรดำเนินคดีกับแอม

ส่วน น.ส.ธันย์นิชา กล่าวว่า ตนมาในหลายฐานะเป็นทนายจำเลย ทนายตัวเอง และเป็นจำเลย ได้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะหลักฐานคัดค้านเอกสารวัตถุพยานของอัยการที่ไม่สามารถบรรยายฟ้องเรื่องข้อกล่าวหา ที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนครบองค์ประกอบของความผิดเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องได้ เรื่องการนำเข้าสารไซยาไนด์ในร่างกายโดยวิธีใด ทำให้จำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างถูกต้อง

ตนได้แถลงต่อศาลว่าผู้เสียชีวิตได้เสพยาซึมเศร้าไม่ใช่สารเสพติดตามที่นายเดชากล่าวแต่อย่างใด อ้างมีหลักฐานชัดเจนที่ก้อยเป็นคนกินก่อนที่แอมจะว่าจ้างให้เป็นทนายความ โดยทานยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลไทรโยคนานแล้ว รวมทั้งผลชันสูตรศพก็มีสารตัวดังกล่าวอยู่

น.ส.ธันย์นิชา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่แม่ของก้อยได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนเกือบ 30 ล้านบาทก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้แต่ในเมื่อแอมไม่มีความผิดนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องจ่าย รวมทั้งเรื่องโทรศัพท์ไอโฟนของก้อย ขอให้ทางแม่ก้อยไปติดตามเอาเองที่ สภ.บ้านโป่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...