โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 “ท่าเรือบกอีสาน” รุกคืบอุดรฯเปิดนิคมเชื่อม “รถไฟจีน-ลาว”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ธ.ค. 2566 เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2566 เวลา 04.08 น.

กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องสำหรับ “ท่าเรือบก” โปรเจ็กต์ยักษ์ภาคอีสานที่จะเห็นความชัดเจนในปี 2567 โดยปักหมุดอยู่ใน 3 จังหวัดหัวเมืองใหญ่บนเส้นถนนมิตรภาพ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งจะเป็นแกนหลักยกระดับโลจิสติกส์ของภูมิภาค

อีสานยกระดับขนส่งสินค้า

“นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่าเรือบก (dry port) เป็นแนวความคิดเพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าของไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 3 จังหวัดที่เสนอทำการศึกษา ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา เบื้องต้นขอนแก่นและนครราชสีมายังอยู่ในระหว่างศึกษา

ขณะที่โครงการท่าเรือบกของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี รวม 400 กว่าไร่ ทำทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่ต้องเวนคืนหรือทำการสำรวจผลกระทบเพิ่มเติม พร้อมประกาศตัวเป็นศูนย์โลจิสติกส์ CY (container yard) และสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าไปภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ใช้วงเงินรวม 100 กว่าล้านบาท

“ตอนนี้อุดรธานีเตรียมพร้อมทั้งจุดตรวจพิธีการศุลกากร ศูนย์คัดกรองสินค้า เป็น one stop service เหลือเพียงนำเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าไปติดตั้ง และต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วภายในเดือนธันวาคม 2566 นี้

และต้นปี 2567 จะเริ่มทดลองใช้งานจริง เพราะรถไฟจีน-ลาวมาแล้ว หากเราช้าหรือรอตามระบบราชการ เราจะเสียโอกาส รัฐบาลชุดนี้บอกว่ามีอะไรทำได้ให้ทำเลย จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการขับเคลื่อนโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ”

“นายสวาท” บอกว่า หลายคนคาดหวังกับการขนส่งทางรางแต่ปัจจุบันการดำเนินงานยังไม่แล้วเสร็จ ฉะนั้นโครงการนี้ที่สามารถดำเนินการได้จะทำให้มูลค่าสินค้าเกษตรของเกษตรกรไทยเติบโตขึ้นทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งเป็นแม่แบบให้กับจังหวัดอื่น ๆ ขับเคลื่อนไปได้ ตามขีดความสามารถของการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ ซึ่งในจังหวัดอุดรธานีรัฐบาลแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยเพราะส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชนที่เป็นนิคม

นิคมอุดรพร้อมเปิดลงทุน

นางอรพิน พิพัฒน์วิไลกุล รองประธาน บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีพัฒนาโครงการแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้นักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานเพื่อประกอบกิจการ มีความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค

ทั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (OSS) เรื่องการอนุมัติ/อนุญาตต่าง ๆ ในการก่อสร้างและประกอบธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี รวมทั้งเรื่องการขอสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ทั้งนี้ โรงงานสามารถเข้ามาประกอบกิจการได้ไม่ต่ำกว่า 80 โรงงาน คาดว่าจะมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 74,000 ล้านบาท จะทำให้เกิดการจ้างงานภายในนิคมไม่ต่ำกว่า 20,000 ราย และเกิดการจ้างงานรอบ ๆ นิคมไม่ต่ำกว่า 60,000 ราย

“ด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในนิคมอุตสาหกรรม แล้วเสร็จ 90% ได้แก่ มีสถานีไฟฟ้าย่อย ขนาด 115 KV ภายในโครงการ พร้อมจ่ายกระแสไฟ โดยนิคมมอบพื้นที่ 12 ไร่ ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย, มีบ่อหน่วงน้ำ 3 บ่อ ขนาด 1 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรับน้ำฝนในพื้นที่

และเป็นแหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา ปัจจุบันมีน้ำเต็มทุกบ่อ, มีถนนสายประธานและสายย่อย ภายในโครงการขนาด 2-4 ช่องจราจร รวมความยาว 12 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จ 10 กม., มีระบบผลิตน้ำประปา ขนาด 8,000 ลบ.ม./วัน, ระบบบำบัดน้ำเสีย 6,400 ลบ.ม./วัน, คลังสินค้าขนาดใหญ่ได้มาตรฐาน พื้นที่ 23,160 ตร.ม. พร้อมให้เช่า, มีลานกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ หรือ CY พื้นที่ 30 ไร่”

“ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการมา มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสนใจเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อประกอบกิจการมีธุรกิจประเภทแปรรูปอาหาร ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ รวม 5 ราย

ทั้งนี้ มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ให้ความสนใจเข้ามาตั้งโรงงานที่ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ขึ้นไปหลายราย เช่น กลุ่มประกอบรถยนต์ EV รถมอเตอร์ไซค์ EV อุตสาหกรรมยางขั้นปลาย และกลุ่มที่สนใจประกอบกิจการในเขตปลอดอากรพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) เป็นต้น”

นางอรพินกล่าวต่อไปว่า ด้วยศักยภาพของที่ตั้งโครงการที่อยู่บนเส้นทางรถไฟทางคู่ และสามารถขนส่งไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงจากจีน-ลาว จึงเหมาะในการเป็นศูนย์โลจิสติกส์ (logistics park) โดยตั้งเป้าเป็น “อีสานเกตเวย์” ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน อีกทั้งภาครัฐได้เล็งเห็นถึงจุดเด่นและศักยภาพของทำเลที่ตั้งและความพร้อมของสถานที่

จึงเห็นชอบแนวทางในการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (one stop service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าชายแดนและผ่านแดนแบบครบวงจรใน logistics park นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตามแผนสามารถจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือนธันวาคม 2566

ตอนนี้มีความพร้อมด้านสถานที่ 1.โรงพักสินค้า พื้นที่ 17,300 ตร.ม. พร้อมลานจอดรถบรรทุกเพื่อรอหน่วยงาน CIQ ทำการตรวจปล่อย 2.ลานกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ (CY) พร้อมบริการปลั๊กชาร์จตู้ refer และสถานีขนส่งสินค้า (truck terminal)

3.สำนักงานศุลกากรและสำนักงานของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าและรับรองมาตรฐานสินค้า (CIQ) 4.สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น จุดบริการอาหาร เครื่องดื่ม และห้องน้ำ สำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุก ซึ่งอุดรธานีมีความพร้อมของระบบการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล โดยใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก และระบบโลจิสติกส์ โดยใช้ single window

แผนพัฒนาพื้นที่โครงการ logistics park ในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พ.ศ. 2564-2566 ให้บริการการขนส่งสินค้าด้วยระบบขนส่งทางบก และเชื่อมกับระบบขนส่งทางราง ณ สถานีหนองตะไก้ การให้บริการประกอบด้วย อาคารคลังสินค้าให้เช่า จัดตั้งโรงพักสินค้า

พร้อมเปิดให้บริการ บริการรับฝากวางตู้คอนเทนเนอร์ (CY) บริการรับและจ่ายตู้คอนเทนเนอร์จากสายเรือ บริการทำความสะอาดและซ่อมบำรุงตู้คอนเทนเนอร์ บริการเปิดตู้และบรรจุตู้คอนเทนเนอร์สำหรับสินค้านำเข้า-ส่งออกมีลานจอดรถ ลานตาชั่ง และตู้ชาร์จ refer พร้อมจัดตั้งสำนักงานศุลากร และสำนักงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางอรพินกล่าวต่อไปว่า ส่วนระยะที่ 2 พ.ศ. 2566-2568 ให้บริการการขนส่งสินค้าด้วยระบบขนส่งทางบกและทางราง ซึ่งได้ยื่นขออนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร (free zone) และพร้อมเปิดให้บริการ พัฒนาระบบรางภายในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีหนองตะไก้ เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแบบ freight forwarder เต็มรูปแบบ

ยื่น 4 ข้อให้รัฐสนับสนุน

นางอรพินกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทางนิคมอุตสาหกรรมได้ยื่นขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ 4 เรื่องหลัก เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน ได้แก่ 1.การขอขยายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคายให้ครอบคลุมพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี

เพื่อให้ผู้ประกอบการในนิคมอุดรธานี ได้รับสิทธิประโยชน์เท่ากับผู้ประกอบการในเขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย จะเป็นการจูงใจให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาประกอบกิจการในนิคมอุดรธานีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การควบคุมกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น

2.การส่งเสริม logistics park ในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ให้เป็น one stop service (OSS) โดยขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ BOI มาปฏิบัติงานที่ศูนย์ OSS ในนิคมอุดรธานี เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและผ่านแดนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียว (OSS) ถือเป็นการอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนและผ่านแดน

3.การจัดตั้งเขตปลอดอากรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี (e-Commerce) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจบริการสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce

4.การประกาศเขตพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ให้เป็น “เขตศุลกากร” เพื่อให้การทำพิธีการศุลกากรในการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า บรรจุของขาออก และเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจตรวจของผ่านแดนได้ ณ พื้นที่ logistics park ในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...