สหรัฐฯ ชี้ ข้อตกลงแร่ธาตุกับยูเครน ปูทาง “ทรัมป์” ต่อรองรัสเซียง่ายขึ้น
สหรัฐฯ ชี้ ข้อตกลงแร่ธาตุกับยูเครน ปูทาง ทรัมป์ ต่อรองรัสเซียง่ายขึ้น
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 พ.ค. 68 13:12 น.
ทางการยูเครนและสหรัฐฯ แสดงความหวังว่า การทำข้อตกลงเรื่องทรัพยากรแร่ระหว่างทั้งสองฝ่าย จะเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงแหล่งแร่ธาตุในยูเครนได้ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมความได้เปรียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเจรจากับรัสเซีย เพื่อยุติสงครามที่ยาวนาน
รัสเซีย ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อตกลงที่ลงนามครั้งนี้ แต่นายดมีทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า ทรัมป์ได้ “ทำลายระบอบยูเครน” เพราะยูเครนต้องจ่ายค่าความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ด้วยทรัพยากรแร่ธาตุ โดยข้อตกลงดังกล่าว ถูกผลักดันอย่างหนักโดยประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นการจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อการลงทุนฟื้นฟูยูเครน ขณะที่ทรัมป์พยายามหาทางยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ดำเนินมากว่า 3 ปี
ข้อตกลงนี้ให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ ในการเข้าถึงโครงการแร่ธาตุใหม่ในยูเครน ถือเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ ที่สั่นคลอน นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนม.ค.
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “ข้อตกลงนี้แสดงให้ผู้นำรัสเซียเห็นว่า ไม่มีช่องว่างระหว่างประชาชนยูเครนกับประชาชนอเมริกัน ระหว่างเป้าหมายของพวกเรา และผมเชื่อว่านี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนต่อผู้นำรัสเซีย และช่วยให้ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถเจรจากับรัสเซียได้ง่ายมากยิ่งขึ้น” โดยคำกล่าวนี้ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครน แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ หลังจากทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง
ด้านยูเลีย สวีรีเดนโก รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน ซึ่งเป็นผู้ลงนามในข้อตกลง กล่าวผ่านการแถลงข่าวออนไลน์ว่า การให้สัตยาบันจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยกล่าวว่า “เราต้องการให้สัตยาบันโดยเร็วที่สุด และวางแผนจะทำภายในไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้” พร้อมเสริมว่า ต้องดำเนินการรายละเอียดทางเทคนิคบางประการก่อนที่กองทุนร่วมระหว่างสหรัฐฯ–ยูเครนจะเริ่มดำเนินการได้ “เราต้องการความยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และข้อตกลงนี้คือเครื่องมือที่แท้จริงที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายนี้”
เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีการลงนามใน 3 ข้อตกลง ได้แก่ ข้อตกลงกรอบหลัก และข้อตกลงทางเทคนิคอีก 2 ฉบับ โดยคาดว่ารัฐสภายูเครนจะให้การรับรองภายในหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาบางคนไม่เห็นด้วย โดยระบุว่ายังไม่ได้เห็นข้อความของข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และไม่ได้รับการปรึกษาหารืออย่างเหมาะสม
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน แสดงความคาดหวังว่าจะไม่มีความล่าช้าเกิดขึ้นในกระบวนการรับรองจากสภา และกล่าวว่า “ข้อตกลงนี้เปลี่ยนไปมากในระหว่างกระบวนการเตรียมการ” และยกย่องว่าเป็น “ข้อตกลงที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง” ที่จะเปิดทางให้การลงทุนและการปรับปรุงอุตสาหกรรมและกฎหมายของยูเครนทันสมัยขึ้น โดยทั้งเซเลนสกีและเบสเซนต์ต่างเน้นว่า การเจรจาระหว่างผู้นำยูเครนกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่กรุงโรม ระหว่างพิธีศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเมื่อวันที่ 26 เม.ย. มีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อตกลง
“นี่คือผลลัพธ์แรกของการประชุมที่วาติกัน ซึ่งทำให้มันกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์” เซเลนสกีกล่าว
ทั้งนี้ ยูเครนเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงแร่แรร์เอิร์ธที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า และการทหาร ซึ่งปัจจุบัน จีนถือเป็นผู้ครองตลาดแร่แรร์เอิร์ธของโลก ขณะเดียวกัน จีนก็กำลังเผชิญสงครามการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากทรัมป์ขึ้นภาษี นอกจากนี้ ยูเครนยังมีแหล่งแร่เหล็ก ยูเรเนียม และก๊าซธรรมชาติอีกด้วย
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ