โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TIDLOR กำไร 5 ปีซ้อน แต่ราคาหุ้นร่วง 54% จาก IPO ฝ่ามรสุมอะไรมาบ้าง? จับตาแปลงร่างเป็น “โฮลดิ้งส์”

Thairath Money

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 04.29 น.
ภาพไฮไลต์

ครั้งหนึ่ง TIDLOR เคยเป็นหุ้นไอพีโอสุดฮ็อตเมื่อ 4 ปีก่อน แต่วันนี้หุ้นกลับลดลงกว่า 54% จากราคาเสนอขาย แม้รายได้และกำไรสุทธิยังเติบโตต่อเนื่อง นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นตัวนี้ อย่างไรก็ตาม TIDLOR ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่การปรับโครงสร้างเป็น “Tidlor Holdings” เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจในอนาคต นี่จะเป็นผลดีต่อราคาหุ้นและเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนหรือไม่?

ราคาร่วงจากไอพีโอ 54% เกิดอะไรขึ้น?

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น TIDLOR อดีตหุ้นไอพีโอที่เป็นกระแสดังเมื่อ 4 ปีก่อน ดาวรุ่งกลุ่มไฟแนนซ์ที่นักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยต่างให้ความสนใจ โดยเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 เปิดเทรดวันแรกราคาพุ่งกว่า 46.57% จากราคาเสนอขายที่ 36.50 บาท

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเหลือเพียง 16.60 บาทเท่านั้น (ณ ราคาปิด 7 มี.ค. 68) หรือลดลงจากราคาไอพีโอกว่า 54% แม้ผลประกอบการ 5 ปี ย้อนหลัง รายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2563 รายได้ 10,558.86 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,416.14 ล้านบาท
  • ปี 2564 รายได้ 12,047.13 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,168.91 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้ 15,274.41 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,640.17 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้ 18,972.13 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,790.43 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้ 22,160.88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,230.48 ล้านบาท

ซึ่งประเด็นสำคัญที่นักลงทุนมีความกังวลนั้น ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL ratio) ของ TIDLOR มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของ NPL ratio นี้ส่งผลให้นักวิเคราะห์บางรายปรับลดประมาณการกำไร จากคาดว่าอาจต้องเพิ่มการตั้งสำรองหนี้สูญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามควบคุม NPL ratio ให้อยู่ในระดับต่ำ โดยในปี 2567 บริษัทสามารถควบคุมให้อยู่ที่ 1.81% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2%

แต่แม้ว่าบริษัทจะมีมาตรการในการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ แต่ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง และการแข่งขันที่สูงขึ้นจากธนาคารต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น

นอกจากนี้ การจ่ายเงินเป็นผลเป็นหุ้นของ TIDLOR ยังส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นด้วย ซึ่งแม้ว่าจำนวนหุ้นที่ถือจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่ารวมของการลงทุนอาจไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงตามสัดส่วนที่จ่ายปันผล โดยนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ TIDLOR จ่ายปันผลเป็นหุ้น จำนวน 3 ครั้ง

เริ่ม “แลกหุ้น” แปลงร่างเป็น “โฮลดิ้งส์”

TIDLOR กำลังดำเนินแผนปรับโครงสร้างองค์กรโดยจัดตั้ง บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “Tidlor Holdings” ซึ่งเป็นบริษัทลงทุน (Holding Company) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกัน ซึ่ง “ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการธุรกิจแต่ละประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ ยังช่วยให้บริษัทสามารถลดภาระภาษีและจัดการนโยบายการจ่ายปันผลได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาต้องเลือกวิธีการจ่ายปันผลเป็นหุ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ให้ไม่เกิน 7 เท่า ตามกฎหมาย เพราะ บมจ.เงินติดล้อ ถือเป็น “นิติบุคคลต่างด้าว” จาก 61% เป็นผู้ถือหุ้นต่างชาติ

ปัจจุบันแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์พร้อมการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (แบบ 69/247-1) ของ “Tidlor Holdings” ได้มีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 และจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ TIDLOR จากผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับหุ้นสามัญของบริษัทฯ (Tender Offer) ในอัตราแลกเปลี่ยน 1 หุ้นสามัญของ TIDLOR ต่อ 1 หุ้นสามัญของ Tidlor Holdings

และเปิดให้ผู้ถือหุ้น TIDLOR ทำการแลกหุ้นในช่วงระหว่าง วันที่ 10 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 16 เมษายน 2568 เวลา 9.00 น. – 16.00 น. (เฉพาะวันทำการ) ซึ่งผู้ถือหุ้นจำเป็นต้องดำเนินการ “ตอบรับ” คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ด้วยตนเอง (กระบวนการแลกหุ้นจะไม่เป็นไปโดยอัตโนมัติ)

มีโอกาสปันผลมากขึ้น แต่ระวังราคาหุ้นผันผวนช่วง Tender

ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการปรับโครงสร้างเป็น Holding company ไม่ได้มีผลต่อสมมติฐานในการทำประมาณการกำไรมากนัก โดยด้านดีของการปรับโครงสร้างเป็น Holding Company จะช่วยลดความจำเป็นในการจ่ายหุ้นปันผลแบบในอดีต เพราะ Holding Company ไม่มีข้อจำกัดการดำรง D/E ตามเกณฑ์ Foreign Business License (FBL) เบื้องต้นจากการสอบถามไปยังบริษัทฯ หุ้นของ Holding company จะเข้าซื้อขาย ไม่เกิน 7 วันทำการ หลังทำ Tender วันสุดท้าย

ทั้งนี้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2569 เติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท และ 5.2 พันล้านบาท หลักๆ มาจากสมมติฐานสินเชื่อโตเฉลี่ย 11% ต่อปี และ Cost of fund ลดลงในปี 2569 ตามวงจรดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์ช่วงระหว่างการทำ Tender offer จะทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นลดลง อาจเป็นเหตุให้ราคาหุ้นผันผวนได้ แต่มองระดับราคาที่มี P/E ต่ำกว่า 10 เท่า ถือว่าน่าสนใจในทางพื้นฐาน โดยแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 19.40 บาท

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผู้บริหารคาดว่า การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ Tidlor Holdings จะเสร็จสิ้นภายในครึ่งแรกของปี 2568 โดยหลังเป็นบริษัทโฮลดิ้งแล้ว ยังเชื่อว่า TIDLOR อาจสามารถเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงกว่า 30% ในระยะกลางถึงยาวได้

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปี 2568 จะเติบโต 16% จาก 12% ในปี 2567 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย ราคาเป้าหมายที่ 23 บาท

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TIDLOR กำไร 5 ปีซ้อน แต่ราคาหุ้นร่วง 54% จาก IPO ฝ่ามรสุมอะไรมาบ้าง? จับตาแปลงร่างเป็น “โฮลดิ้งส์”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...