โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สืบ 1 ร่วม สืบ ตม.1 สน.เตาปูน บุกจับซิมบ็อกซ์ ลอบติดตั้งในห้องพักคอนโดฯ ย่านบางซ่อน พบชื่อคนจีนเป็นเจ้าของแต่ข้อมูลไม่ตรงกับเอกสาร เร่งสืบสวนขยายผล

สวพ.FM91

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 22.19 น.

สืบ 1 ร่วม สืบ ตม.1 สน.เตาปูน บุกจับซิมบ็อกซ์ ลอบติดตั้งในห้องพักคอนโดฯ ย่านบางซ่อน พบชื่อคนจีนเป็นเจ้าของแต่ข้อมูลไม่ตรงกับเอกสาร เร่งสืบสวนขยายผล

(26 ก.พ.68) กองบังคับการตำรวจภูธรสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 พร้อมด้วยตำรวจ สน.เตาปูน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.127/2568 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เข้าทำการตรวจค้นห้องพัก บนคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านซอยกรุงเทพ-นนทบุรี ในพื้นที่ เขตบางซื่อ กทม. หลังมีผู้เสียหายถูกหลอกโดยการแอบอ้างข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป เป็นจำนวน 180,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนสอบสวนจนพบว่าสัญญาณโทรศัพท์นั้นมาปรากฏอยู่ที่คอนโดแห่งนี้

หลังสืบทราบชุดสืบสวนจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา จากการเข้าค้นพบ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (gsm gateway) หรือ ซิมส์บ็อกซ์ จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 32 ช่อง/เครื่อง โมเด็มต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว ซึ่งภายในห้องดังกล่าวไม่พบตัวผู้ต้องหาแต่พบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงทำงานอยู่ โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปภายในห้องคาดว่าทางผู้ต้องหาน่าจะเห็นผ่านกล้องวงจรปิดจึงได้ทำการตัดสัญญาณเครื่องซิมบ็อกซ์ทันที

จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าห้องดังกล่าว มีชาวจีนเป็นเจ้าของห้อง โดยให้คนไทยเป็นนอมินีในการทำสัญญาการซื้อขายคอนโดมิเนียม เช่าได้ประมาณ 2-3 เดือน โดยไม่มีใครอาศัยอยู่ห้องนี้แต่จะมีการสังเกตการณ์ผ่านกล้องวงจรปิด หากพบว่าซิมบ็อกซ์มีปัญหาก็จะส่งโปรแกรมเมอร์เข้ามาดูแล ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต”

ทางตำรวจจึงได้ประสานไปที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหรือ พฐ.เข้าเก็บหลักฐานภายในห้องดังกล่าว เช่น ดีเอ็นเอลายนิ้วมือแฝงบนอุปกรณ์ต่างๆ จากนั้นจะส่งลายนิ้วมือแฝงทั้งหมดตรวจประวัติอาชญากร หากพบว่ามีประวัติก็จะมีการออกหมายจับทันที โดยหลังจากตรวจสอบได้นำของกลาง และวัตถุพยานทั้งหมดส่งที่ สน.เตาปูน ที่เป็นเจ้าของพื้นที่

โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้นำคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถเชื่อต่อข้อมูลสารสนเทศ หรือ ระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) ที่สามารถเคลื่อนที่ได้มาใช้ และทำการตรวจสอบเจ้าของห้องกับนิติบุคคล พบว่าคนจีนเจ้าของห้องไม่ได้เดินทางเข้าออกประเทศไทยเลยซักครั้ง และสำเนาหนังสือเดินทางมีข้อมูลไม่ตรงกัน จึงได้เชื่อได้ว่าคนจีนดังกล่าวใช้เอกสารปลอมให้การซื้อขายห้อง ที่นำมายื่นต่อกรมที่ดิน และการไฟฟ้านครหลวง แต่ต้องไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งกับกรมที่ดิน

ด้านตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบพฤติกรรมชาวต่างชาติลักลอบเปิดห้องพักในคอนโดมิเนียมให้เช่าเป็นที่พักคล้ายกับโรงแรมแบบรายวันและรายเดือน ในเมืองหลวงหรือเมืองท่องเที่ยว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของห้องพักที่มาซื้อห้องอยู่ และต้องการความเป็นส่วนตัว โดยประเด็นนี้พบหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตรวจสอบคือกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ตำรวจและนิติบุคคลไม่มีอำนาจในการดำเนินการ เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กรมการปกครองมีอำนาจที่จะตรวจสอบผ่านพระราชบัญญัติโรงแรมและระเบียบกรมที่ดิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ก็พบว่าระเบียบและข้อบังคับดังกล่าวออกมาตั้งแต่ปี 2555 หรือกว่า 10 ปีที่แล้วส่วนนี้จึงอาจจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...