โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ส่องเหตุผล! ทำไมคนส่วนใหญ่ยังซื้อรถน้ำมัน ทั้งที่รถ EV ลดราคาหลักเเสน

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ส่องเหตุผล! ทำไมคนส่วนใหญ่ยังซื้อรถน้ำมัน ทั้งที่รถ EV ลดราคาหลักเเสน

ส่องเหตุผล! ทำไมคนส่วนใหญ่ยังซื้อรถน้ำมัน ทั้งที่รถ EV ลดราคาหลักเเสน

คนส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับรถน้ำมัน
รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอยู่คู่กับสังคมมานานหลายทศวรรษ ผู้คนคุ้นเคยกับระบบการทำงาน การบำรุงรักษา และการเติมเชื้อเพลิงของรถยนต์ประเภทนี้เป็นอย่างดี ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้คนยังไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดความกังวลและความไม่มั่นใจในการใช้งาน

ความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาชาร์จ
หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือระยะเวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังนานกว่าการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่าเทคโนโลยีการชาร์จจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่สถานีชาร์จสาธารณะก็ยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ผู้บริโภคกังวลว่าจะไม่สะดวกในการเดินทางระยะไกล

ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต
ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า เช่น อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ราคาอะไหล่ และความพร้อมของศูนย์บริการ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงเก็บรถยนต์ไว้นานกว่า 7 - 10 ปี ก่อนจะเปลี่ยนคันใหม่ จึงเป็นปัจจัยที่ถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ

ผู้บริโภคยังเชื่อมั่นแบรนด์ญี่ปุ่นมากกว่า
ในประเทศไทย รถยนต์จากแบรนด์ญี่ปุ่นยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพ ความทนทาน และบริการหลังการขาย ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มาจากแบรนด์จีน ซึ่งอาจยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นเท่าที่ควร

ราคาและความคุ้มค่าระยะยาว
แม้ว่าราคารถยนต์ไฟฟ้าจะลดลงอย่างมาก แต่หลายคนยังเลือกที่จะมองความคุ้มค่าระยะยาวมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายหากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่หลังระยะเวลาการรับประกัน ขณะที่ราคาขายต่อก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก

นอกจากนี้ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนบางรายยังประสบปัญหาด้านการรองรับอะไหล่แก่ลูกค้า ทำให้เสียโอกาสในการใช้รถอย่างที่ควรจะเป็น

ในปี 2567 มีการสำรวจพบทัศนคติคนไทยต่อการซื้อรถยนต์เปลี่ยนไป โดย ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจ 2024 Global Automotive Consumer Study ซึ่งได้ทำการสำรวจผู้บริโภคจำนวนกว่า 27,000 คนจาก 26 ประเทศทั่วโลก ในช่วงเดือน กันยายน ถึง ตุลาคม 2566 เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคยานยนต์ ครอบคลุมผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 5,939 คน ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคคนไทยประมาณ 1,000 คน โดยได้ทำการวิเคราะห์ร่วมกับผลการสำรวจข้อมูล Thailand Automotive Consumer Survey 2024 ที่ดีลอยท์ ประเทศไทย ได้ทำการสำรวจในช่วงเดือนเมษายน 2567 กับผู้บริโภคคนไทยอีก 330 คน โดยมีมุมมองที่น่าสนใจใน 2 ประเด็น ดังนี้

- ผลการสำรวจแนวโน้มและมุมมองผู้บริโภคต่อยานยนต์ไฟฟ้า
ผลสำรวจในปี 2567 พบว่าความนิยมของคนไทยในรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle: BEV) ลดลงจากปีที่ผ่านมา จาก 31 % เหลือเพียง 20%
- รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) ยังคงเป็นทางเลือกอันดับ 1 แต่แนวโน้มลดลงมาเรื่อย ๆ จาก 36 % เหลือเพียง 32 %
- รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) กลายเป็นทางเลือกที่ร้อนแรงขึ้นมา โดยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเกือบจะเท่ากับ BEV จาก 10 % ในปี 2566 เป็น 19 %ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีก็พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต เมื่อสถานีชาร์จมีจำนวนมากขึ้น ราคาแบตเตอรี่ลดลง และผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าอาจกลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...