โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

หัวเทียนรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 02.59 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
หัวเทียนรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

หัวเทียนรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

หัวเทียนรถยนต์คืออะไร
หัวเทียนของรถยนต์ (Spark Plug) คือชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนตที่อยู่ภายในรถยนต์ จะถูกประกอบอยู่ด้านบนของกระบอกสูบ โดยมีทำหน้าที่รับกระแสไฟต่อจากตัวคอยล์ที่เป็นตัวจุดระเบิด เกิดเป็นประกายไฟในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ การทำงานของช่องระบายแก๊สและน้ำมันในกระบอกสูบ

หัวเทียนมีหลายส่วนประกอบสำคัญ :
1.ฝาหัวเทียน (cylinder head cover) : ส่วนที่ปิดหัวเทียนและมักมีที่ระบายอากาศหรือที่ระบายน้ำมัน
2.หัวเทียน (cylinder head) : ส่วนที่ติดอยู่บนกระบอกสูบและมีรูที่ใช้สำหรับนำเข้าแก๊ส/แหล่งเผาไหม้และการปล่อยแก๊สเสีย

หัวเทียนมีหลายฟังก์ชันสำคัญ :
การปิดแก๊สและน้ำมัน : หัวเทียนทำหน้าที่ปิดกระบอกสูบเพื่อให้แก๊สและน้ำมันไม่รั่วออกมานอก

การปรับเปลี่ยนระบบน้ำเย็น : หัวเทียนมีท่อที่เชื่อมต่อกับระบบน้ำหล่อเย็น เพื่อช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์

การปรับระบบวาล์ว : หัวเทียนประกอบด้วยวาล์วที่ควบคุมการระบายแก๊สเสียจากกระบอกสูบและการนำเข้าแก๊สที่จำเป็นสำหรับการเผาไหม้

หัวเทียนรถยนต์มีกี่ประเภท ควรเลือกแบบไหน
- หัวเทียนนิกเกิล เหมาะกับรถยนต์รุ่นเก่า เพราะอาศัยกำลังไฟในการจุดระเบิดต่ำ แต่ปัจจุบัน มีการนำเอานิกเกิลมาผสมกับธาตุอื่นๆ เพิ่มความทนทานให้กับขั้วหัวเทียน และช่วยยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ยังถูกพัฒนาให้สามารถใช้งานกับเครื่องยนต์สมัยใหม่ได้แล้วด้วย
- หัวเทียนแพลทินัม ใช้งานได้กับเครื่องยนต์ทุกรุ่น เนื่องจากเป็นหัวเทียนที่ทำจากแพลทินัม มีความทนทานสูง จึงทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับหัวเทียนแบบนิกเกิล สามารถทำงานได้ดีในอุณหภูมิที่สูง จึงทำให้มีเขม่าควันที่ขั้วหัวเทียนน้อยกว่าและมีราคาที่สูงกว่าหัวเทียนนิกเกิล
- หัวเทียนอิริเดียม หรือหัวเทียนแบบเข็ม เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ให้แรงม้าสูง รถยนต์ที่ใช้เทอร์โบ วัสดุทำมาจากอิริเดียมที่มีความแข็งแรงทนทานสูงกว่าและนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทุกประเภท จุดระเบิดได้อย่างแม่นยำ แต่ราคาค่อนข้างสูงนั่นเอง

หัวเทียนต้องเปลี่ยนทุกกี่กิโลเมตร?

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จะแนะนำให้เปลี่ยนหัวเทียนประมาณทุก 40,000-100,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 2-5 ปี แต่สำหรับหัวเทียนที่ทำจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง เช่น แพลตินัม หรืออิริเดียม อาจมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 100,000 กิโลเมตรขึ้นไป

5 สัญญาณบ่งบอกว่าหัวเทียนควรเปลี่ยน
1.เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก - หัวเทียนที่เสื่อมสภาพอาจทำให้การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ยาก
2.เครื่องยนต์มีอาการสะดุด - เมื่อเร่งเครื่องยนต์ รถยนต์มีอาการสะดุด หรือเครื่องยนต์ดับ
3.อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น - หัวเทียนที่เสื่อมสภาพจะทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ลดลง ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
4.เครื่องยนต์สูญเสียกำลัง - รถยนต์เร่งไม่ค่อยออก หรืออืดอาด
5.ปล่อยควันดำ - หัวเทียนที่เสื่อมสภาพอาจทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้มีควันดำออกมาจากท่อไอเสีย

อาการที่ต้องเปลี่ยนหัวเทียน
การเปลี่ยนหัวเทียนของรถยนต์มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัญหาหรือความเสียหายที่ส่งผลต่อสมรรถนะของหัวเทียนหรือเครื่องยนต์โดยรวม นี่คืออาการหรือสัญญาณที่กำลังบอกคุณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนหัวเทียนของรถยนต์แล้ว

- น้ำมันเครื่องหรือน้ำหล่อเย็น : หากคุณพบน้ำมันเครื่องหรือน้ำหล่อเย็นที่หัวเทียน อาจเป็นสัญญาณว่ามีการรั่วน้ำมันมายังส่วนนี้ นั่นอาจเกิดขึ้นเนื่องจากซีลหัวเทียนไม่แน่น

- เครื่องยนต์รอบเดินเบาไม่นิ่ง : เครื่องยนต์มีอาการสั่นๆ ขณะรถยนต์หยุดนิ่งหรือเครื่องยนต์รอบเดินเบา อาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหากับหัวเทียน

- การระเหิดน้ำมันหรือน้ำที่ส่วนหัวเทียน : หากมีน้ำมันที่ด้านล่างของหัวเทียนหรือรอยเหมือนแห้งของน้ำหรือน้ำมันบนผิวหัวเทียน อาจเป็นสัญญาณของการรั่วของน้ำหรือน้ำมันจากหัวเทียน

- ระบบเครื่องยนต์มีปัญหาหรือรถสตาร์ทติดยาก : หัวเทียนที่ชำรุดอาจทำให้ระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เสถียร, สูญเสียประสิทธิภาพ, หรือมีปัญหาในการสตาร์ท รถยนต์สตาร์ทได้ยากหรือไม่สตาร์ทเลย

- เสียงผิดปกติของเครื่องยนต์ : หากเครื่องยนต์มีเสียงสูงและไม่ปกติที่หัวเทียนหรือรอบหัวเทียน อาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหากับชิ้นส่วนภายในหัวเทียน เช่น วาล์วหรือพวงมาลัย

หากคุณพบอาการเหล่านี้หรือสงสัยว่าหัวเทียนของรถยนต์ของคุณมีปัญหา แนะนำให้นำรถยนต์ไปยังศูนย์บริการหรือช่างรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหา และรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมแซมหัวเทียนของคุณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...