โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องอนาคต 7 หุ้นธนาคารรายใหญ่ เมื่อไตรมาส 2/68 ยังมีความท้าทาย

Share2Trade

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายนนี้ ก็เป็นช่วงที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดทุนไทยได้ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/68 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งบางเจ้าก็ออกมาก็อาจจะออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์หรือต่ำกว่าคาด โยวันนี้ทางเราจะพาไปดูคาดการณ์ตัวเลขในไตรมาส 2/68 ของ7หุ้นธนาคารขนาดใหญ่กัน

ส่องอนาคต 7 หุ้นธนาคารรายใหญ่_WS (เว็บ).jpg

เริ่มกันที่ BBLนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 จะลดลงทั้งช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า จากการลดลงของ NIM, การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน(OPEX) ตามปัจจัยฤดูกาล จาก BBL จะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายจำนวนมากในไตรมาส 2 และ 4 ของทุกปี

ดังนั้น คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 160 บาท เนื่องจากปันผลต่อปีต่ำสุดในกลุ่มธนาคาร หรือมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.8% โดยครึ่งปีหลังปี 67 ประกาศจ่ายปันผลคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.4% ขึ้น XD วันที่ 23 เม.ย. 68 และคาดกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่ากลุ่มที่เพิ่มขึ้น 4%

KBANK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/68 จะทรงตัวจากช่วงเดียวกัน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากทิศทางปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้ ทำให้รายได้ดอกเบี้ยคาดจะปรับลงต่อและการตั้งสำรองที่คาดจะกลับมาสูงขึ้น เพื่อรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น สำหรับทั้งปี 2568 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน

ทั้งนี้ แม้ผลดำเนินงานไตรมาส 1/68 จะออกมาดีกว่าคาด แต่ด้วยแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปี มีความเสี่ยงเรื่องการตั้งสำรองและ NIM ที่จะชะลอตัวมากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบเล็กน้อย ยังคงแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 175 บาท

SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 จะลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก NIM ที่ลดลงและกำไรจากการประเมินมูลค่าทางการตลาดที่ลดลงจากเครื่องมือทางการเงิน

ส่วนประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4.38 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงมีแนวโน้มจะถูกกลบโดย NIM ที่ลดลง อย่างไรก็ดี แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 120 บาท เนื่องจาก SCB มีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีประมาณ 8%

TISCO นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ลดลงจากช่วงเดียวกัน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและอัตราการตั้งสำรองหนี้ฯที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท ลดลง 7%จากปีก่อน เนื่องจากอัตราการตั้งสารองหนี้ฯสูงขึ้น

ทั้งนี้ แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 90 บาท เนื่องจาก PE ปี 2568 ของ TISCO อยู่ที่ 12.5 เท่า โดย P/BV ณ สิ้นปี 2568อยู่ที่ 1.8 เท่า และ ROE ปี 2568 อยู่ที่ 14.8% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน P/BV ต่อ ROE ที่ 0.124 เท่า โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำที่ 0.087 เท่า

KTB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68จะลดลงจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก NIM ที่ลดลงและกำไรจากการประเมินมูลค่าทางการตลาดที่ลดลงจากเครื่องมือทางการเงิน พร้อมกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568อยู่ที่ 4.30หมื่นล้านบาท ลดลง 2% ปีก่อน ตาม NIM ที่ลดลง

พร้อมกับ ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท เนื่องจาก PE ปี 2568 อยู่ที่ 6.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำที่ 8.7 เท่า และ P/BV ณ สิ้นปี2568 อยู่ที่ 0.6 เท่า และคาด ROE ที่ 9.5% ในปี 2568 ส่งผลให้อัตราส่วน P/BVต่อ ROE อยู่ที่ 0.068 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำที่ 0.085 เท่า

TTB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ลดลงจากช่วงเดียวกัน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แม้สินเชื่อรวมและ NIM มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตามมองว่าจะถูกชดเชยกับการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง และประมาณกำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 2.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 2.20 บาท เพราะมีผลประโยชน์ทางภาษีเหลือ 9.4 พันล้านบาท และการตั้งสำรองน้อยลงคาด ช่วยหนุนกำไรสุทธิในช่วง 2568 และปันผลต่อปีสูง คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 7% โดยครึ่งปีหลังปี 67 ประกาศจ่ายปันผลระหว่าง 0.065 บาท เป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 3.3% ขึ้น XD วันที่ 25 เม.ย. 68

KKPนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/68 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน จากฐานต่ำในปีก่อนที่ตั้งสำรองฯสูงมาก แต่จะทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากสินเชื่อที่ลดลง สำหรับกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท ลดลง 13% จากปีก่อน ตามสินเชื่อที่ลดลงและสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท จากการปรับกำไรและ P/BV ลง ขณะที่ยังมีความเสี่ยงจากขาดทุนรถยึดที่มีโอกาสมากกว่าคาด และแนวโน้ม NPLs ที่จะสูงขึ้นมากกว่าคาดจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีการแข่งขันด้านราคาในระดับสูง รวมถึงตลาดหุ้นที่มีกฎเกณฑ์ในการซื้อขายมากขึ้นซึ่งจะทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลงมากกว่าคาด

ส่องอนาคต-7-หุ้นธนาคารรายใหญ่.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...