“ช่างโจ้” เผย “จอมมารบู” หยุดเปลี่ยนหัว 2 วันพร้อมกลับมาทำงาน
“ช่างโจ้” เผย “จอมมารบู” หยุดเปลี่ยนหัว 2 วันพร้อมกลับมาทำงาน ยันมาทำงานด้วยใจ ด้านเพื่อนร่วมรุ่น มส.17 ร่วมบริจาคของใช้กว่า 4 คันรถ
วันที่ 23 เม.ย. 68 ที่อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายสิริโรจน์ สิริพลากรกิจ หรือโจ้ ทุบตึก เจ้าของกิจการทุบตึกในนามบริษัทปิยะมิตรกรุ๊ป ถึงกรณีหยุดใช้งาน รถแบ็คโฮ SK1000 (จอมมารบู) ชั่วคราว ว่า ยอดของสร้างอาคารเตี้ยลงนั้นทำให้มือยาวยาวไม่สามารถทำได้เนื่องจากเครื่องจักรถูกออกแบบมาให้รองรับกับโครงสร้างที่อยู่สูง พอระดับต่ำเกิน 15 เมตรนั้นการทำงานก็จะไม่คล่องตัวหรือต้องเปลี่ยนบูมให้เป็นบูมสั้น เพื่อที่จะนำเหล็กและเศษปูนสามารถตักใส่รถ 10 ล้อไปได้เลย ยืนยันว่าที่พักการทำงานไปนั้นเพื่อต้องการเปลี่ยนหัวไม่ได้เสียแต่อย่างใด ซึ่งใช้เวลากว่า 2 วัน เนื่องจากเครื่องจักรพึ่งนำเข้ามาต้องกลับไปเอาอุปกรณ์ที่จ.สมุทรปราการ โดยเน้นในโซน Bและ C เป็นหลัก
เมื่อถามถึงตั้งแต่เริ่มทำงานมานนั้นมีความเสียหายตรงไหนบ้าง ช่างโจ้ เผยว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มีเสีย เพราะเวลา รื้อถอน เหล็กเส้นก็จะไปเกี่ยวโดนสายไฮดรอลิคตลอด และตัวจอมมารบูมีตัวเดียว เวลาหยุดก็จะเป็นจุดสนใจตลอด ส่วนอุปสรรคนั้นมีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ ยืนยันว่ากำลังใจเต็มร้อย
ส่วนความเป็นมาของจอมมารบูนั้น เป็นรถแบ็คโฮที่ใหญ่ที่สุดในงานรื้อถอนน้ำหนัก 120 ตัน ส่วนการรับงานนั้นเฉลี่ยวันละ 100,000 บาท ส่วนการกินน้ำมันนั้นวันหลัก1,000 ลิตร ส่วนค่าใช้จ่ายการกู้ซากนั้นตนไม่ได้ใส่ใจเพราะมีหลายหน่งยงานช่วยเหลือ ซึ่ฃตนก็ยังไม่ทราบว่าจะเก็บกับใคร แต่ยอมรับว่าเข้ามาทำงานด้วยใจ เพราะต้องช่วยเหลือผู้ติดค้างให้ได้มากที่สุด
ต่อมามีกลุ่มมูลนิธิการจัดการ เพื่อความมั่นคงหลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงขั้นสูง(มส.17) ซึ่งเป็นเพื่อนของช่างโจ้ ได้เดินทางมามอบอาหาร เครื่องดื่มและผลไม้ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นจำนวนกว่าสี่คันรถรวมน้ำหนักกว่า 150 กิโลกรัมเพื่อที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน