โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนอย่าหลงเชื่อ!! จดหมายมิจฉาชีพ อ้าง AIS ได้รับทิ้งทันที

News In Thailand

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 06.54 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เตือนอย่าหลงเชื่อ!! จดหมายมิจฉาชีพ อ้าง AIS ได้รับทิ้งทันที

จากกรณี เฟซบุ๊กเพจชื่อ Drama-addict ได้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับจดหมายต้องสงสัยที่อ้างว่าเป็นเอกสารจากค่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ โดยจดหมายดังกล่าวอ้างเรื่องการยกเลิกสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบุชื่อผู้ลงทะเบียน หมายเลขโทรศัพท์ไว้อย่างชัดเจน

ในโพสต์ระบุว่า มิจฉาชีพอาจใช้วิธีการโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อ อ้างตัวเป็นผู้ให้บริการมือถือ หรืออ้างว่าทางตำรวจขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย จากนั้นจะส่ง หนังสือยกเลิกสัญญา ซึ่งมีโลโก้ AIS ปรากฏอยู่ ทำให้เหยื่อตื่นตระหนกและเชื่อว่าตัวเองอาจมีคดีติดตัว

ประเด็นสำคัญที่ต้องระวัง

อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์ – ผู้โทรอาจหลอกว่าพบพฤติกรรมโทรชวนคนเล่นแชร์ลูกโซ่ หรือมีการใช้งานต้องสงสัย

อ้างว่าเป็นตำรวจ – บางกรณีจะขอให้เหยื่อให้ข้อมูลส่วนตัว หรือให้โทรกลับไปหาตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

เอกสารปลอมลักษณะคล้ายทางการ – จดหมายมีโลโก้ AIS วัน/เดือน/ปี ระบุเหมือนจริง แต่เนื้อหาและรูปแบบไม่ได้ออกโดยทางค่ายมือถือจริง

เพจ Drama-addict แนะนำให้ผู้ที่ได้รับสายลักษณะนี้ “วางสายทันที” หรือถ้ามีเอกสารอ้างว่าออกโดย AIS ให้ติดต่อศูนย์บริการ AIS หรือคอลเซนเตอร์โดยตรง เพื่อยืนยันความถูกต้อง ปัจจุบันมิจฉาชีพมักจะพยายามนำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อไปใช้แอบอ้างหรือนำไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ข้อควรปฏิบัติเมื่อสงสัยว่ากำลังจะโดนมิจฉาชีพหลอก

ไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน วันเกิด หรือรหัส OTP ทางโทรศัพท์เด็ดขาด

ตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรง หากสงสัยว่าเป็นการติดต่อจากเครือข่ายจริง ควรโทรสอบถามผ่านช่องทางทางการ เช่น หมายเลข Call Center ของ AIS (1175) หรือสาขาใกล้บ้าน

รายงานเจ้าหน้าที่ หากคาดว่าถูกหลอกลวงหรือเกิดความเสียหาย ให้เก็บหลักฐาน ทั้งภาพถ่ายหน้าเอกสารและข้อมูลเบอร์โทรที่ติดต่อเข้ามา แล้วแจ้งความเพื่อติดตามคดี ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า มิจฉาชีพยังคงใช้หลากหลายวิธีเพื่อแอบอ้างขอข้อมูลส่วนตัว เราจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง และ อย่าหลงเชื่อหากถูกข่มขู่หรือเร่งรัดผ่านช่องทางโทรศัพท์หรือเอกสารที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเอกสารที่ดูคล้ายของจริงจากหน่วยงานหรือบริษัทใหญ่ ๆ เพราะอาจเป็น “ของปลอม” เพื่อหวังผลประโยชน์โดยมิชอบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...