โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

I love flower Farm อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 17.01 น. • มนุษย์ต่างวัย

เรื่อง : นันท์นภัส โอดคง

ภาพ : บุญทวีกาญจน์ แอ่นปัญญา

ห่างจากตัวเมืองแค่ 15 กิโล แต่รับประกันความฟิน กับฟาร์มดอกไม้บานทั่วทุ่ง ท่ามกลางดอกคัตเตอร์และดอกมากาเร็ต และที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ดอกไม้…แต่ยังมีแนวคิดดีๆ จากคนรุ่นใหม่ ที่สร้างการท่องเที่ยว โดยให้ผู้สูงอายุในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าในชีวิตให้กับผู้สูงอายุ

I Love Flower Farm เป็นสวนดอกไม้ ดอกคัตเตอร์ ดอกมากาเร็ต อยู่ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นฟาร์มดอกไม้น้องใหม่ ที่ตอนนี้หลายคนให้ความสนใจ กลายเป็นเทรนด์เที่ยวฟาร์มดอกไม้ ชุมชนของเราปลูกดอกไม้มาเป็น 20 ปี แต่ไม่มีใครเคยรู้จักเราเลย ไม่มีใครรู้ว่าชุมชนเรามีดอกไม้ทั้งที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่แค่ 10 กิโลเมตร คุณโจ้ จาก rainforest มาจุดประกายว่า สวนเราสวยมาก น่าจะเปิดให้คนมาเที่ยวชมสวน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากเปิดสวนเพื่อให้คนรู้จักเรามากยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่าพอมีคนเข้ามาท่องเที่ยวชุมชนก็จะเกิดรายได้ 

มนุษย์ต่างวัย : ก่อนจะเป็นสวนดอกไม้สุดชิค ก่อนหน้านี้ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?

I Love Flower Farm :   ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องราวตามข่าวว่า ชาวบ้านมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริงที่บ้านของเรา เราเองก็เป็นลูกหลานที่เติบโตมาในชุมชนแห่งนี้ เราเห็นมาโดยตลอดว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาจนแทบไม่เหลือกำไร ด้วยความไม่รู้หนังสือ บางครั้งส่งดอกไม้ไปขายไม่ได้เงินกลับมาสักบาทก็มี บางครั้งเขาหักราคาเราก็มี เพราะบอกว่าขายไม่ได้ราคา

เราในฐานะรุ่นลูก เรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้ใครโดนเอาเปรียบ และไม่อยากที่จะปล่อยให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ทำเท่าไหร่ ก็จนเหมือนเดิม ก็เลยใช้ความรู้ความสามารถที่มีลุยออกไปหาตลาด ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้คนซื้อได้ราคาที่ถูก และพวกเราชาวสวนก็ได้ราคาที่เหมาะสม ฟาร์มแห่งนี้นอกจากจะเป็นที่เช็คอินสุดชิคแล้ว ก็ยังเป็นเหมือนประตูที่ทำให้ชาวบ้านมีชีวิตดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น 

มนุษย์ต่างวัย : อยากให้พาชาวมนุษย์ต่างวัยทัวร์ I love flower farm ว่าที่นี่มีอะไรบ้าง?

I Love Flower Farm :   เราเพิ่งเปิดสวนเมื่อเดือน พฤศจิกายน แต่ตอนนี้ยอดจองเต็มยาวถึงเดือน มีนาคม เพราะเราจำกัดแค่ 200 คนต่อวัน เพื่อให้คนที่มาเที่ยวไม่ผิดหวังกลับไป ได้ถ่ายภาพกับวิวดอกไม้อย่างเต็มอิ่ม ที่ไม่ได้เต็มไปด้วยหัวคน (หัวเราะ) มาที่นี่เราคิดค่าเข้า 70 บาท ซึ่งจะได้รับ welcome set เป็นขนมพื้นบ้าน และ น้ำสมุนไพรเย็นๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับหลอดที่ทำจากฟางข้าว ให้สัมผัสที่หอมละมุนเมื่อดูดน้ำสมุนไพร และที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แน่นอนว่ามาเที่ยวสวนดอกไม้ทั้งที ทุกคนก็จะได้โพสต์ท่ากับดอกมากาเร็ตสีม่วง และดอกคัตเตอร์สีขาวกันอย่างจุใจ ทางสวนก็มีจัดมุมให้ถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นเนรมิตมุมจิบน้ำกลางสวนให้โพสต์ท่าแบบเก๋ๆ หรือใครจะหลบร้อนเข้ามานั่งพักด้านในที่ดีไซน์เป็นโรงเรือนสังกะสีก็ถ่ายรูปเก๋ๆ ไปได้อีกมุม นอกจากนั้นก็มีโซนกังหันลม เรียกได้ว่าถ้าใครมาถ่ายรูปรับรองได้ว่าลงรูปไปได้ทั้งเดือนแน่นอน (หัวเราะ) ใครที่สนใจอยากจะซื้อดอกไม้หรือของฝากเราก็มีไว้ให้บริการในราคามิตรภาพ 

มนุษย์ต่างวัย : ที่สวนมีการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างไร?

I Love Flower Farm : สวนของเรามีการกระจายรายได้สู่ชุมชน ตั้งแต่ก่อนที่จะถึงสวนจนไปถึงนักท่องเที่ยวกลับ ก็คือเรามีบริการรถพ่วงจากชาวบ้านที่จะให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวจากลานจอดรถเข้ามาในสวน เพื่อป้องกันการจราจรติดขัด เพราะทางค่อนข้างแคบ เนื่องจากเป็นวิถีชนบท ไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ และนอกจากนั้นยังมีสวนเกิดใหม่ขึ้นในหมู่บ้านของเรา เป็นสวนของชาวบ้านจริงๆ ที่อยู่ในท้องที่ไม่ว่าจะเป็นสวนน้านัท สวนป้าปวง สวนยายปวน สวนป้ายัน สวนลุงลพ สวนลุงทน เนื่องจาก I love flower farm รับจำนวนจำกัดแค่ 200 คน นักเที่ยวเที่ยวที่จองไม่ทันก็ยังสามารถถ่ายรูปสวยๆ ที่สวนชาวบ้าน ซึ่งรายได้ก็จะเป็นของชาวบ้านทั้งหมด เราไม่ได้หักส่วนแบ่ง นอกจากนั้นยังมีโฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ในชุมชนก็ได้ประโยชน์ไปด้วย 

มนุษย์ต่างวัย : ทำไมถึงไม่ทำทุกอย่าง บริการครบจบในหนึ่งสวน?

I Love Flower Farm : มีคนเคยถามเหมือนกันว่าทำไมเราไม่ทำเองทั้งหมด ทั้งๆ ที่สวนเราเป็นที่รู้จัก คำตอบคือ ที่นี่คือบ้านของเราทุกคน เราอยากให้ชาวบ้านที่เป็นเหมือนพ่อแม่พี่น้องเราได้กินอิ่มนอนหลับ มีชีวิตที่ดีกันทุกคน ไม่ใช่แค่เรา 

มนุษย์ต่างวัย : รู้สึกอย่างไรกับผลตอบรับที่ทุกคนให้ความสนใจ

I Love Flower Farm : รู้สึกดีใจมากและไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จ มีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ สิ่งที่ดีใจที่สุดคงเป็นการเห็นพลังชุมชนที่เกิดขึ้นจริง เรารวมกลุ่มและจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างเป็นระบบ มีรายได้กระจายสู่ทุกคนในชุมชน ตั้งแต่คนขับรถ ร้านอาหาร ที่พัก สวนดอกไม้ แต่สิ่งที่สะเทือนใจมากที่สุดก็คือการที่มีกลุ่มเอกชนเข้ามาเปิดสวนในช่วงจังหวะที่กำลังมีคนสนใจการท่องเที่ยวสวนดอกไม้ ซึ่งไม่ได้เป็นการคืนกำไรหรือสร้างรายได้ให้ชุมชน ในฐานะคนริเริ่มที่กว่าจะประสบความสำเร็จ แน่นอนเราเหนื่อย เราเครียด วิตกกังวลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ก็อดเสียใจและสะเทือนใจไม่ได้ ที่ความตั้งใจดีของเรามีคนหยิบนำไปเป็นโอกาสในการหาประโยชน์ส่วนตน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...