โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มะพร้าวไทย’ สดใส ปังมากในจีน ใช้สิทธิ FTA ไตรมาส 2 ส่งออกขยายตัวสูง 26.96%

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 01.15 น. • The Bangkok Insight

"มะพร้าวไทย" สดใส ปังมากในจีน ใช้สิทธิ FTA ไตรมาส 2 ส่งออกขยายตัวสูง 26.96% ส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80%

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนมกราคม – พฤษภาคม ปี 2566 จำนวน 12 ฉบับ มีมูลค่ารวม 33,455.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ สูงถึง 76.70%

มะพร้าว

สิทธิ FTA ส่งออกมะพร้าวไปจีนขยายตัว 26.96%

สำหรับสินค้าผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน ฝรั่ง มะม่วง และมังคุด เป็นต้น นับเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในจีนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน อีกทั้งยังมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ส่งออกสูงภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) มากกว่า 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนี้ สินค้ามะพร้าวทั้งกะลาก็เป็นหนึ่งในสินค้าผลไม้จากไทยที่มีการขยายตัวสูงในจีน โดยในช่วงกลางไตรมาส 2 ของปี 2566 สินค้ามะพร้าวทั้งกะลามีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ส่งออกไปจีน (ACFTA) สูงถึง 187.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มสูง 26.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยจีนมีการนำเข้ามะพร้าวทั้งกะลาจากไทยเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนปริมาณการนำเข้าสูงถึง 54.83% และมีมูลค่าส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80.02% ของการนำเข้าสินค้ามะพร้าวทั้งกะลาทั้งหมด ซึ่งการนำเข้าโดยใช้สิทธิ ACFTA ทำให้ไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจีนเหลือ 0% จากเดิมที่จะต้องเสียภาษี 60% (MFN Rate)

มะพร้าว

5อันดับแรกไทยใช้สิทธิ FTAสูงสุด

สำหรับกรอบความตกลง FTA ที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • อันดับ 1 ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (มูลค่า 12,164.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 74.48% โดยเป็นการใช้สิทธิส่งออกไปอินโดนีเซียสูงสุด มูลค่า 3,263.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มาเลเซีย มูลค่า 2,919.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เวียดนาม มูลค่า 2,705.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ มูลค่า 2,027.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สำหรับสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ (น้ำหนักไม่เกิน 5 ตัน) น้ำตาล เครื่องปรับอากาศ น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันจากแร่บิทูมินัส และรถยนต์เพื่อขนส่งบุคคล (1,500 - 3,000 cc) เป็นต้น

  • อันดับ 2 ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) (มูลค่า 10,409.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 97.99% โดยสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ทุเรียนสด ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ มันสำปะหลัง ผลไม้สด (ฝรั่ง มะม่วง มังคุด) สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง และน้ำตาลอื่นๆ ที่บริสุทธิ์ในทางเคมี เป็นต้น
  • อันดับ 3 ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) (มูลค่า 2,739.51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 71.57% โดยสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ เนื้อไก่และเครื่องในไก่ปรุงแต่ง เนื้อไก่แช่แข็ง เดกซ์ทรินและโมดิไฟด์สตาร์ช น้ำมันเบาและสิ่งปรุงแต่ง กุ้งปรุงแต่ง กระสอบและถุงทำด้วยโพลิเมอร์ของเอทิลีน ลวดและเคเบิลทำด้วยทองแดง เป็นต้น
  • อันดับ 4 ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) (มูลค่า 2,304.38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 63.24% โดยสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ รถยนต์และยานยนต์อื่นๆ (ที่มีเครื่องดีเซล หรือกึ่งดีเซล) รถยนต์ขนส่งบุคคลขนาด 2,500 cc ขึ้นไปและขนาด 1,000 - 1,500 cc ปลาทูน่าปรุงแต่ง และโพลิเอทิลีนเป็นต้น
  • อันดับ 5 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) (มูลค่า 2,157.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 65.56% โดยสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ลวดทองแดง สารประกอบออร์แกโน-อินออร์แกนิก เครื่องรับสำหรับวิทยุกระจายเสียง ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ และโพลิ (ไวนิลคลอไรด์) เป็นต้น
มะพร้าว

สำหรับความตกลง RCEP ในเดือนมกราคม – เมษายน 2566 มีการส่งออกไปยัง 10 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมา มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ รวม 570.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 81.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญภายใต้ความตกลง RCEP อาทิ น้ำมันหล่อลื่น เครื่องดื่มชูกำลัง ปลาทูน่ากระป๋อง มันสำปะหลังเส้น หัวเทียน เลนส์ ปริซึม และรถจักรยานยนต์ (50 – 250 cc) เป็นต้น

นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่างๆ เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าทางด้านภาษี อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถให้ผู้ส่งออกไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ อย่างไรก็ตาม สินค้าที่จะส่งออกจะต้องมีมาตรฐาน คุณภาพดี และเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศพร้อมให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่ผู้ส่งออก หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ผู้ส่งออกสามารถค้นหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือโทรสายด่วน 1385 รวมถึงไลน์แอปพลิเคชันชื่อบัญชี “@gsp_helper”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...