โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรรุ่นใหม่บ้านหลวง น่าน ปลูกไผ่ซางหม่น ทำผลิตภัณฑ์ขาย สร้างรายได้งาม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 22.00 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 22.00 น.

คุณสิทธิชัย บังเมฆ แห่งน่านหนานราชฟาร์ม ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ 26 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน มีความคิดว่าเนื่องจากพื้นที่จังหวัดน่านมีไผ่ซางหม่นและไผ่ป่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่มีในพื้นที่ เขาจึงคิดที่จะเพิ่มมูลค่าของไผ่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การขยายพันธุ์ไผ่ การทำเฟอร์นิเจอร์ การทำชาจากใบไผ่ การทำถ่านไบโอชาร์ เป็นต้น และยังเพิ่มพื้นที่ป่าในพื้นที่แทนการปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นปัญหาหลักในพื้นที่จังหวัดน่าน ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ปัญหาไฟป่า จึงรวมกลุ่มในอำเภอบ้านหลวงในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไผ่ขึ้นมา

คุณสิทธิชัย บังเมฆ เกษตรกรรุ่นใหม่
แปลงปลูกไผ่ซางหม่น

ไผ่ซางหม่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrocalamus sericeus ลักษณะทั่วไป ไผ่ซางหม่นจัดเป็นไผ่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เส้นรอบวงประมาณ 30-50 เซนติเมตร สีของลำสีเขียว ไม่มีหนามและไม่ค่อยมีแขนง มีคราบของแป้งสีขาวหรือวงขาวต่างๆ หรือสีขาวหม่น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ไผ่ซางหม่น” ตามลักษณะที่เกิดขึ้น ลำใหญ่ตรงสูงประมาณ 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำ เฉลี่ย 6-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร เนื้อหนา ใบคล้ายไผ่ตง ระยะปลูกเพื่อเอาลำควรอยู่ที่ 5×5 เมตรขึ้นไป แต่ถ้าจะปลูกเพื่อขยายพันธุ์ระยะห่างประมาณ 4×4 เมตร ไผ่ซางหม่นเป็นไผ่ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตภาคเหนือ พบมากบริเวณทางภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ น่าน แพร่ ลำปาง และลำพูน ซึ่งในปัจจุบันก็ได้กระจายปลูกไปในหลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเราบางส่วนด้วย

แปลงปลูกไผ่ซางหม่น
แปลงปลูกไผ่ซางหม่น

ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ไผ่ชอบขึ้นบริเวณเนินเขาสูง ขึ้นตามป่าผสมผลัดใบเกือบทุกภาคในประเทศไทย สามารถเจริญได้ดีในที่ราบหรือที่ราบเชิงเขาที่มีดินปนทราย มีการระบายนํ้าดี นํ้าไม่ท่วมขัง ซึ่งถ้านํ้าท่วมขังเป็นเวลานานจะทำให้ไผ่ชะงักการเจริญเติบโตถึงตายได้

การปลูกและการดูแลรักษา ควรปลูกช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนถึงประมาณสิ้นเดือนตุลาคม และที่สำคัญในช่วง 1-3 เดือนแรกพยายามรักษาความชื้นให้ดี เพราะการปล่อยให้ดินแห้งในช่วงระยะเวลาหนึ่งจะทำให้ไผ่ขาดน้ำหรือขาดความชื้นอาจส่งผลให้ตาหน่อฝ่อ ไผ่ไม่ตายแต่จะไม่ออกหน่อ เพราะหน่อไม้ที่เราเห็นจะออกมาจากตาหน่อทั้งสองข้างของกิ่งพันธุ์หรือต้นพันธุ์ไผ่

ฉะนั้นในการปลูกไผ่ในช่วงแรกๆ เราต้องพยายามรักษาความชื้นให้ดี หากปลูกในช่วงปลายฝนยังไม่มีเวลาวางระบบน้ำ ให้เราหาเศษฟางหรือเศษใบไม้แห้งมาคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นเอาไว้ ถ้าฝนไม่ตกหรือฝนทิ้งช่วงประมาณ 3-4 ก็รดน้ำสักหน่อยเพื่อพยุงให้รากฝอยที่กระจายตัวออกไปได้รับความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง พอผ่านไปประมาณ 1-2 เดือนไผ่ที่เราปลูกก็จะเริ่มแทงหน่อออกมาให้เห็น พอเจริญเติบสักระยะมีใบเกิดขึ้นนั่นแสดงว่าระบบรากแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ต้องรดน้ำต่อก็ได้

แปลงปลูกไผ่ซางหม่น

ลำไผ่ที่แก่มักไม่ถูกรบกวนจากมอดและแมลง ฉะนั้นหากมีวัตถุประสงค์ในการปลูกไผ่เพื่อผลิตทั้งหน่อไม้ และนำไม้ไปทำเฟอร์นิเจอร์ ควรปล่อยหน่อไม้ให้เป็น โดยตัดกิ่งแขนงเล็กๆ บริเวณโคนต้นทิ้งไป

การปลูกไผ่เพื่อการตัดลำและเก็บหน่อไม้แบบเดิมจะวางแปลงที่มีระยะห่าง 4×4 เมตร ซึ่งเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และมีความลำบากในการเก็บเกี่ยว เพราะไม่มีที่กองเศษกิ่งไม้ การวางแปลงสำหรับปลูกพืชเชิงผสมผสานเพื่อให้การจัดการแปลงดีขึ้นและสามารถปลูกพืชอื่นร่วมด้วยได้ ทางสวนแนะนำให้ปลูกแบบ 4x2x6 เมตร โดยระยะห่างระหว่างแปลง 6 เมตร สามารถปลูกพืชอื่นๆ ร่วมด้วยได้ เช่น กล้วย ดาวเรือง ตะไคร้ เป็นต้น

หากพูดถึงไผ่แล้วเราคงรู้จักกันดีว่าต้นไผ่นั้นมีประโยชน์ในการใช้สอยประโยชน์อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อทำเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำการเกษตรหรืออุปกรณ์ในการประกอบอาหาร รวมทั้งภาชนะต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในอดีตนั้นอาจนำไผ่มาทำเป็นอาคารบ้านเรือนเลยก็ว่าได้ ไผ่มีหลายชนิด แต่ไผ่ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้มากและปลูกเพื่อส่งออกตลาดอุตสาหกรรมมากที่สุดนั้นก็คือ “ไผ่ซางTechหม่น” โดยไผ่ประเภทนี้จะนิยมนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทั้งขายในประเทศและส่งออกนอกประเทศ ด้วยรูปร่างลำต้นของไผ่ชนิดนี้มีลักษณะที่สวยงามกว่าไผ่ชนิดอื่น รวมทั้งหน่อไผ่ยังสามารถใช้ปรุงอาหารได้อีกด้วย

เตรียมส่งมอบต้นพันธุ์ให้กับลูกค้า
เตรียมส่งมอบต้นพันธุ์ให้กับลูกค้า

ไผ่ถูกจัดให้เป็นพืชอเนกประสงค์ และสารพัดประโยชน์ เนื่องจากส่วนต่างๆ ของไผ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ หน่อสามารถนำมาประกอบอาหาร หรือแปรรูปเป็น หน่อไม้ปี๊บ (ต้มบรรจุปี๊บ) ลำต้นสามารถมาใช้ในการก่อสร้าง เช่น ทำนั่งร้านเครื่องใช้ในครัวเรือน หรือทำเยื่อกระดาษ ใบใช้ห่อขนม ทำหมวก ทำหลังคา กิ่งและแขนงใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ และกิ่งแขนงของไผ่ยังนิยมใช้มาเป็นส่วนขยายพันธุ์ พันธุ์ไผ่ที่สำคัญและเป็นที่นิยมปลูกในการบริโภค ได้แก่ ไผ่ตง ซึ่งเกษตรกรสามารถปลูกไผ่ตงเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมก็ได้ เพราะไผ่ตงเป็นไม้โตเร็ว สามารถขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด และเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ

เพาะกล้า นำเมล็ดไปแช่น้ำประมาณ 24 ชั่วโมง นำเมล็ดขึ้นจากน้ำ แล้วบ่มเมล็ดด้วยผ้าขนหนูหรือกระสอบป่านที่มีความชื้นประมาณ 36-48 ชั่วโมง เมล็ดจะเริ่มงอก (ผ้าต้องไม่เปียกหรือแห้งเกินไป) นำเมล็ดที่เริ่มงอกไปโรยบนดินผสมที่เตรียมไว้ หนาประมาณ 4 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยดินหนาประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นทำการรดน้ำเช้า-เย็น ไม่ให้หน้าดินแห้งหรือแฉะเกินไป หลังจาก 15-20 วัน ทำการย้ายกล้าลงถุงดำ 3×7 นิ้ว อนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำ หรือในที่ร่มรำไร ประมาณ 6-8 เดือน ก็นำไปปลูกต่อไป

ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์

การปลูกการดูแลรักษา หลุมปลูกควรมีขนาด กว้างxยาวxลึก ไม่น้อยกว่า 50x50x50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟต (ประมาณ 300-500 กรัม) ต่อหลุม ผสมปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวแล้ว 1 บุ้งกี๋ (ประมาณ 1 กิโลกรัม) ควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเพื่อช่วยให้เจริญเติบโตดี และอัตรารอดตายสูงขึ้นด้วย

เมื่อไผ่ปลูกได้ 7 เดือน ควรตัดแต่งกิ่งและลำต้นที่เล็กออกให้เหลือไว้แต่ต้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร พรวนดินรอบกอ ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกอละประมาณ 5-10 กิโลกรัม คลุมโคนด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง หรือฟางข้าว เพื่อเก็บรักษาความชื้นในดิน ถ้ามีน้ำควรให้น้ำตลอดช่วงฤดูแล้งเพื่อเร่งการเจริญเติบโต เมื่อไผ่มีอายุได้ 8 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถให้หน่อและเพิ่มจำนวนต้นในแต่ละกอ เพื่อจะได้ปริมาณจำนวนต้นไว้ผลิตหน่อในฤดูต่อไป

ผลิตภัณฑ์

วิธีปลูกไผ่ให้มีหน่ออ่อนๆ ทั้งปีทำดังนี้ สางกอไผ่ให้เหลือแค่ 3-4 ลำต่อกอ และทำให้พื้นที่รอบกอให้เตียนโล่ง (อย่าปล่อยให้หน่อไผ่โตกลายเป็นลำจำนวนมาก เผลอไม่นานกอไผ่จะแน่นและจัดการลำบาก) โรยปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์รอบๆ กอประมาณครึ่งกระสอบ ใส่ปุ๋ยเคมี 25-7-7 ประมาณ 300 กรัมต่อกอ ทับลงบนปุ๋ยคอก ปิดหน้าด้วยฟางหนาประมาณ 15 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่มทุกวันหรือวันเว้นวัน ครบ 1 เดือนจะมีหน่อไม้อ่อนๆ ให้ขุดมากินกันได้

สนใจข้อมูลหรือศึกษาดูงานพร้อมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ ติดต่อได้ที่ คุณสิทธิชัย บังเมฆ แห่งน่านหนานราชฟาร์ม ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ 26 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โทร. 096-513-5433 ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก greenkaset65.com

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรกรรุ่นใหม่บ้านหลวง น่าน ปลูกไผ่ซางหม่น ทำผลิตภัณฑ์ขาย สร้างรายได้งาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...