Bugatti Chiron Golden Era ถูกขายในราคามากกว่า 120 ล้านบาท เพราะมีรอยดินสอบนตัวถัง
Bugatti Chiron Golden Era คือรถรุ่นสั่งทำพิเศษ ที่จ้างนักออกแบบมาวาดภาพรถบูกัตติรุ่นดังในอดีต ลงบนพื้นผิวตัวถังรถจริง มีคันเดียวในโลก และถูกขายไปในราคาเกิน 120 ล้านบาทไปแล้ว
งานสั่งทำที่ท้าทาย
ผู้ซื้อ Bugatti สามารถปรับแต่งรถของพวกเขาได้ตามต้องการผ่านโปรแกรม Bugatti Sur Mesure ซึ่งภูมิใจนำเสนอความเป็นไปได้ในการปรับแต่งแบบ "เกือบไม่สิ้นสุด" แต่ลูกค้ารายหนึ่งผลักดันความต้องการจนเกือบถึงขีดจำกัดด้วยรถที่สวยงามนี้ Bugatti Chiron Golden Era
ใช้เวลา 2 ปีเสร็จ
Bugatti Chiron Golden Era ได้รับมอบหมายจากนักสะสม Bugatti ที่ไม่ระบุชื่อรายหนึ่ง ผู้มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีของผู้ผลิตรถยนต์ จึงเกิดเป็นรถรุ่น Chiron Golden Era ใช้เวลา 2 ปีในการสร้างให้เสร็จโดยใช้เวลา 400 ชั่วโมงสำหรับงานศิลปะที่คุณเห็นบนรถ ลงเส้นวาดมือบนตัวถังโดยตรงด้วยปากกาพิเศษ Bugatti กล่าวว่านี่เป็นหนึ่งในโครงการสั่งทำพิเศษที่ท้าทายที่สุดที่บริษัทเคยทำมา
วาดด้วยปากกาพิเศษ
Achim Anscheidt อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Bugatti ซึ่งเกษียณไปแล้ว ถูกเรียกตัวกลับมาเป้นผู้ดูแลโครงการนี้ พวกเขาใช้ปากกาพิเศษ วาดทั้งหมดด้วยมือลงบนงานสีได้โดยตรง และมันจะต้องถูกจัดวางตำแหน่งของภาพให้ดี เพราะภาพที่จะวาดนั้น ประกอบไปด้วยรถรุ่นหายากในตำนาน จับมารวมกันไว้บนตัวถังรถคันเดียว
ลายละเอียดภาพบนตัวถัง
ฝั่งผู้โดยสารแสดงภาพวาดที่ไม่ซ้ำกัน 26 รายการเป็นประวัติศาสตร์รถต่างๆ เช่น Type 41 Royale และ Type 57 SC Atlantic ในขณะที่ฝั่งคนขับมีภาพสเก็ตช์ 19 รายการที่บันทึกประวัติศาสตร์ของ Bugatti ตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งรวมถึงรถยุคใหม่อย่าง EB110, Veyron และ Chiron ตลอดจนภาพเครื่องยนต์ W16 ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์นี้
งานสีไล่ระดับแบบทูโทนทำหน้าที่เป็นผืนผ้าใบสำหรับภาพบุคคลเหล่านี้ สีดำ Nocturne ที่แผงหน้าปัดด้านหน้าผสมผสานเข้ากับสีทอง Dore ใหม่สำหรับรถคันนี้ที่ทอดยาวจากเสา A ไปจนถึงด้านหลังของรถ ลายเส้นทั้งหมดถูกเคลือบทับ เพื่อให้ติดแน่นทนทานไปตลอดอายุการใช้งานของรถ
ภายในก็มีภาพวาด
งานศิลปะภาพวาดที่ซับซ้อนนี้ ลามไปถึงห้องโดยสารเช่นกัน ตรงแผงข้างประตู แต่ละบานทาสีด้วยมือ เป็นภาพรถ Bugatti EB110, Veyron และ Chiron ที่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นภาพวาดรุ่น Type 35, Type 57 SC Atlantic และ Type 41 Royale หนังภายในมีการเย็บคำว่า Golden Era ที่ละเอียดอ่อน อีกทั้งมีป้าย "One-of-One" ที่เขียนด้วยมือ ระบุว่ามีคันเดียวในโลก
ราคาเกิน 120 ล้านบาท
ราคาไม่สำคัญ Chiron Super Sport ที่ไม่มีใครเหมือนคันนี้จะไม่ซ้ำใครในโลก ซึ่งต้องบวกเพิ่มไปจากค่าตัวรถ 120 ล้านบาท ด้วยต้นทุนของ Bugatti ที่ต้องใช้ของดีที่สุด และใช้ซ้ำไม่ได้ เราคาดว่ารุ่นนี้จะมีมูลค่าหลายล้าน รถคันนี้จะจัดแสดงในงาน Monterey Car Week ก่อนจะตรงไปยังโรงรถของนักสะสมผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ
อ่านเพิ่มเติม : ซุปเปอร์คาร์หนึ่งเดียว Bugatti Chiron Profilee จบการประมูลในฐานะรถใหม่ที่แพงที่สุดในโลก