โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 อันดับ ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในโลก ปี 67

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 05.05 น. • ทันข่าว Today

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประกาศจัดอันดับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกประจำปี 2024 ซึ่งสหรัฐอเมริกายังคงครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่ง ด้วยขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP 28.78 พันล้านดอลาร์สหรัฐ ตามด้วยจีน 18.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เยอรมณี อยู่ที่ 4.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดในสองทศวรรษที่ผ่านมา จากความได้เปรียบเรื่องฐานประชากรที่อยู่ในวัยทำงานจำนวนมาก ยอดส่งออกสินค้าไปทั่วโลกเติบโตสูง มีความก้าวหน้าทั้งด้านเทคโนโลยี สาธารณูปโภคพื้นฐาน และการบิโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง มาดู 10 อันดับประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกกัน
.
1. สหรัฐฯ
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี : 2.6%
สหรัฐฯ ยังคงรักษาตำแหน่งประเทศที่ร่ำรวยที่สุดและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกเอาไว้ได้ตั้งแต่ปี 2503-2566 ระบบเศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนโดยภาคส่วนสำคัญๆ ทั้งภาคบริการ การผลิต การเงิน และเทคโนโลยี อีกทั้งมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น และมีประสบการณ์ทางด้านเงื่อนไขทางธุรกิจต่างๆ ที่ได้เปรียบ
.
2. จีน
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 5%
จีนมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยขยับจากอันดับที่ 4 ในปี 2503 มาเป็นอันดับที่ 2 ในปี 2566 ระบบเศรษฐกิจจีนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการผลิต การส่งออก และการลงทุน โดยประเทศมีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก มีการสนับสนุนจากรัฐบาลที่แข็งแกร่ง มีความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
.
3. เยอรมนี
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 0.2%
ระบบเศรษฐกิจของเยอรมนีให้ความสำคัญกับการส่งออกเป็นอย่างมาก และมีชื่อเสียงในด้านความพิถีพิถันในภาควิศวกรรม ยานยนต์ เคมี และเภสัชกรรม โดยมีข้อได้เปรียบจากแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ โครงการวิจัยและการพัฒนาที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการส่งเสริมนวัตกรรม
.
4. ญี่ปุ่น
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 0.7%
ระบบเศรษฐกิจที่โดดเด่นของญี่ปุ่นมีปัจจัยมาจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ความสามารถในการผลิต และอุตสาหกรรมบริการ ภาคส่วนที่สำคัญ ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และการเงิน นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้รับการยกย่องในด้านจรรยาบรรณในการทำงานที่แน่วแน่ การบุกเบิกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการส่งออกสินค้าคุณภาพเยี่ยม
.
5. อินเดีย
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 7%
IMF คาดว่า GDP ของอินเดียจะเติบโตอยู่ที่ 6.8% ในเดือนเมษายน 2567 และในเดือนกรกฎาคม ได้ปรับแก้การคาดการณ์ 20 bps เป็น 7% โดยให้เหตุผลว่ามีการบริโภคภาคเอกชนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทของอินเดีย มีส่วนสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตนี้ ระบบเศรษฐกิจของอินเดียมีความหลากหลายและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับแรงหนุนจากภาคส่วนสำคัญๆ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ บริการต่างๆ การเกษตร และการผลิต นอกจากนี้ อินเดียยังใช้ประโยชน์จากตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ แรงงานที่อายุน้อยและเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัว
.
6. สหราชอาณาจักร
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 0.7%
ระบบเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรประกอบด้วยการผสมผสานของภาคบริการ ภาคการผลิต และภาคการเงิน โดยกรุงลอนดอนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินทั่วโลกที่ดึงดูดบรรดาการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ พันธมิตรทางการค้ายังส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอีกด้วย
.
7. ฝรั่งเศส
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 0.9%
ระบบเศรษฐกิจของฝรั่งเศสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการกระจายความหลากหลาย และให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การบินและอวกาศ การท่องเที่ยว สินค้าหรูหรา และการเกษตร นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังมีชื่อเสียงในด้านระบบสวัสดิการสังคมที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างดี รวมถึงการลงทุนจำนวนมากในด้านการวิจัยและพัฒนา
.
8. อิตาลี
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 0.7%
อิตาลีมีตลาดที่พัฒนาเป็นอย่างมาก และมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในสหภาพยุโรป ประเทศนี้เป็นที่รู้จักในด้านภาคธุรกิจที่เป็นผู้บุกเบิกและมีอิทธิพล อีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมการเกษตรที่สามารถแข่งขันได้
.
9. บราซิล
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 2.1%
ระบบเศรษฐกิจของบราซิลมีความหลากหลายในหลายๆ ภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรกรรม การทำเหมือง การผลิต และภาคบริการ นอกจากนี้ บราซิลยังเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกทางการเกษตรที่สำคัญของโลก ปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การบริโภคภายในประเทศ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ต่างมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
.
10. แคนาดา
อัตราการเติบโตของ GDP ต่อปี: 1.3%
ระบบเศรษฐกิจของแคนาดาพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงน้ำมัน ก๊าซ แร่ธาตุต่างๆ และไม้ นอกจากนี้ ประเทศยังมีภาคบริการที่เจริญรุ่งเรือง อุตสาหกรรมการผลิตที่มั่นคง และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างแน่วแน่
.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของอังกฤษ (CEBR) เผยคาดการณ์ว่า จีนเตรียมแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2581 ขณะที่สหราชอาณาจักร จะเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดของยุโรปในอีก 15 ปีข้างหน้า รั้งอันดับ 2 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป รองจากเยอรมนี
.
การคาดการณ์ดังกล่าว ยังระบุว่า ประเทศอิตาลีจะหลุดออกจาก 10 ประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกเมื่อพิจารณาตามขนาดเศรษฐกิจ ภายในปี 2581 โดยประเทศเกาหลีใต้จะเข้ามาแทนที่ ขณะที่สหรัฐฯ และเยอรมนี จะร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 2 และ 5 ตามลำดับ จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับ 1 และอันดับ 3 ด้านอินเดียและบราซิล ซึ่งเป็น 2 ประเทศกำลังพัฒนา ที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก จะขยับขึ้นมาจากเดิมที่อยู่ในอันดับ 5 และอันดับ 9 ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และ 8
.
ที่มา :
IMF, AEC Connect-Bangkok Bank
https://indianexpress.com/article/trending/top-10-listing/top-10-largest-economies-in-the-world-in-2024-9358501/
.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...