โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ลงทุนอย่างรู้เท่าทัน : กองทุนรวมที่มีเป็นพัน ๆ นั้นต่างกันอย่างไร ?”

Wealthy Thai

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 05.49 น.

โดย:นางสาวสาริกา อภิวรรธกกุล

ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมความรู้ตลาดทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ทุกวันนี้ในตลาดทุน เราจะเห็นกองทุนรวมเสนอขายอยู่จำนวนมาก โดยข้อมูลในเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. เราก็จะพบว่า มีกองทุนรวมที่เสนอขายให้ประชาชนจำนวน 3,081 กองทุน เยอะจนตาลายขนาดนี้ เราคงจะเลือกไม่ถูกว่าเราควรลงทุนในกองทุนรวมไหนดี และกองทุนแต่ละกองทุนนั้นมีข้อดีหรือข้อจำกัดอย่างไร บทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับประเภทกองทุนรวมที่มีอยู่ในตลาด พร้อมทำความเข้าใจโอกาสและความเสี่ยงการลงทุนในกองทุนรวมแต่ละประเภทกัน

กองทุนรวมแบ่งประเภทอย่างไร

กองทุนรวมที่เสนอขายในประเทศไทย มีการแบ่งตามระดับความเสี่ยงกองทุนรวม เป็น 8 ระดับ ตามประเภททรัพย์สินที่กองทุนรวมเน้นลงทุน ซึ่งนำมาใช้ประเมินร่วมกับการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน (Risk Profile) ที่มี 5 กลุ่ม เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนรวมที่เหมาะกับ Risk Profile หรือเป้าหมายการเงินของตัวเองได้
ประเภทกองทุนรวมที่แบ่งตามระดับความเสี่ยง 8 ระดับและ Risk Profile ของผู้ลงทุนจะเห็นได้ว่า ความเสี่ยงของกองทุนรวมแตกต่างกันไปตามประเภททรัพย์สินหลักที่กองทุนไปลงทุน มีตั้งแต่เงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น ทองคำ น้ำมัน โดยเราควรเลือกลงทุนในทรัพย์สินที่มีระดับความเสี่ยง และระดับผลตอบแทนคาดหวังที่เหมาะกับเรา เช่น หากรับความเสี่ยงได้สูง และต้องการผลตอบแทนคาดหวังสูง ควรลงทุนกองทุนรวมตราสารทุน หรือกองทุนหุ้น (ความเสี่ยงระดับ 6) เนื่องจากเน้นลงทุนในหุ้นสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV[1]) หากรับความเสี่ยงได้ต่ำ – ปานกลาง ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนที่สูง มีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนน้อย เหมาะกับกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้กลุ่ม investment grade อย่างไรก็ดี คนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ก็สามารถลงทุนในกองทุนหุ้นได้บ้าง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในพอร์ตลงทุน โดยวิธีกระจายการลงทุน (asset allocation) ซึ่งจะพูดถึงในบทความตอนถัด ๆ ไป

กองทุนเปิดและกองทุนปิด

กองทุนปิด คือกองทุนรวมที่ขายหน่วยลงทุนให้ผู้ลงทุนเพียงครั้งเดียวและกำหนดอายุของกองทุนรวมเอาไว้ เช่น อายุ 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น เมื่อผู้ลงทุนซื้อกองทุนปิด จะต้องรอจนกว่าจะครบอายุของกองทุนรวม จึงจะสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนคืนได้ ยกเว้นแต่กองทุนปิดบางกองทุน เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่มีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะสามารถขายคืนได้ก่อนครบกำหนด
ส่วนกองทุนเปิด คือ กองทุนรวมที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อ-ขายหน่วยลงทุนได้ตามช่วงเวลาที่ บลจ. กำหนด เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์ เป็นต้น และไม่มีกำหนดอายุสิ้นสุดไว้ จึงเป็นกองทุนรวมที่ค่อนข้างคล่องตัวหรือมีสภาพคล่อง เพราะผู้ลงทุนสามารถเข้ามาซื้อขายได้ในเวลาที่ต้องการ

นอกจากนี้ เราอาจแบ่งกองทุนรวมตามลักษณะพิเศษได้อีกด้วย เช่น

  • กองทุนรวมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ได้แก่SSF RMF หรือ Thai ESG

  • กองทุนรวมที่เน้นลงทุนในกิจการที่ดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เช่น กองทุนรวมSRI Fund ซึ่งมีกระบวนการวิเคราะห์และเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่ามีการลงทุนในกิจการที่คำนึงถึง ESG อย่างแท้จริง หรือกองทุน Thai ESG ซึ่งเป็นกองทุนที่สนับสนุนการออมระยะยาวที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ซึ่งกองทุนนี้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

  • กองทุนรวมที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่างประเทศ คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนและความเสี่ยงของประเทศที่จะไปลงทุนด้วย

กองทุนรวมตราสารหนี้ ทำไมมีความเสี่ยงถึง 3 ระดับ

ถ้าสังเกตจะเห็นว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับ4 จนถึงระดับ 6 เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น มาทำความรู้จักกับตราสารหนี้กันก่อนว่า ตราสารหนี้มีหลายระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออก โดยดูจากเครดิตเรตติ้ง (Credit rating[2]) ซึ่งโอกาสได้รับผลตอบแทนจะสัมพันธ์กับเครดิตเรตติ้งด้วย ดังนั้น การที่กองทุนรวมตราสารหนี้มีความเสี่ยงแตกต่างกัน ก็เพราะกองทุนรวมนั้นมีส่วนผสมของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงระดับต่ำกว่าที่ลงทุนได้ (non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) มากน้อยต่างกันไป

เข้าใจความเสี่ยงของกองทุนรวมประเภททรัพย์สินทางเลือก

อีกประเภทกองทุนรวมที่น่ารู้จัก คือ กองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก ที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก เช่น อสังหาริมทรัพย์ น้ำมัน ทองคำ ที่มีระดับความเสี่ยงสูงถึงระดับ 8 โดยเฉพาะทองคำ ที่เราเคยได้ยินว่า ทองคำเป็นทรัพย์สินปลอดภัย หรือ Safe haven เหตุผลที่กองทุนรวมนี้มีความเสี่ยงสูงอยู่ที่ระดับ 8 ก็เพราะมีการลงทุนกระจุกอยู่ในทรัพย์สินที่มีลักษณะเฉพาะตัวและซับซ้อน ในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80 ของ NAV ขึ้นไป ซึ่งผู้ลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจในทรัพย์สินนั้นก่อนลงทุน เนื่องจากมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียวเป็นหลัก เหมือนกับการที่เราใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว หากตะกร้าตกไข่ก็จะแตกทั้งหมด ดังนั้น ใครที่สนใจลงทุนกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก จะต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงได้ในระดับที่สูงมาก และทางที่ดีควรกระจายการลงทุนในกองทุนรวมประเภทอื่น หรือทรัพย์สินอื่นๆ อย่างเหมาะสมด้วย เพื่อบริหารความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนของตัวเอง
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนรวมที่แบ่งตามกลุ่มประเภทผู้ลงทุนด้วย ซึ่งบางกองเน้นขายผู้ลงทุนรายใหญ่ (affluent investors: AI) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (ultra high net worth investors: UI) เนื่องจากกองทุนรวมประเภทนี้อาจลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงมาก หรือมีความซับซ้อนต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ หรือกำหนดมูลค่าขายครั้งแรกในวงเงินสูง ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ลงทุนทั่วไป โดยสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ ที่ชื่อกองทุนรวม หากเป็นกองทุนรวมแบบพิเศษนี้ จะมีตัว AI หรือ UI อยู่ในชื่อกองทุน และมีกำกับไว้ชัดเจนว่า “ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย”

ความเสี่ยงและผลตอบแทนของกองทุนรวมมีความหลากหลาย

จะเห็นได้ว่า กองทุนรวมมีหลากหลายระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่กองทุนรวมไปลงทุน ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับแตกต่างกันด้วย ทั้งยังเป็นข้อดีที่ช่วยให้เราเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเราและเป้าหมายการลงทุนได้มากขึ้น กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย ตามหลักของ High Risk, High Expected Return แต่การตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม มีปัจจัยที่ต้องพิจารณามากกว่าตัวเลขผลตอบแทน เช่น การยอมรับความเสี่ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากกองทุนเช่น management fee ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จะนำไปหักจากผลตอบแทนที่เราจะได้รับ จึงต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วย
ตอนนี้หลายคนคงจะเข้าใจมากขึ้นแล้วว่า กองทุนรวมที่มีเป็นพัน ๆ นั้นแตกต่างกันอย่างไร และคงมีแนวทางในการเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถศึกษาข้อมูลและนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมได้จากหนังสือชี้ชวนกองทุน หรือ fund fact sheet ที่จะเห็นถึงทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุน ระดับความเสี่ยง รวมไปถึงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ เช่น ลักษณะเฉพาะ หรือกลยุทธ์การลงทุน ของกองทุนรวมนั้นด้วย แล้วถ้าต้องเลือกลงทุนกองทุนรวมสักหนึ่งกอง จะต้องดูอะไรและเลือกกองไหนดี ในตอนหน้าจะมาเล่าแนวทางการเลือกกองทุนรวมให้เหมาะสมกับตัวเองกัน โปรดติดตาม
**************************
หมายเหตุ :

[1] NAV (Net Asset Value) คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ คือ มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม คำนวณจาก มูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด + รายได้ค้างรับ + เงินสด – หนี้สิน และผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนรวม เช่น กำไรส่วนต่าง (capital gain) เงินปันผล หรือจากการขายทรัพย์สิน จะถูกนำไปคำนวณรวมเป็นส่วนหนึ่งของ NAV ด้วย
2 อ่านเพิ่มเติมเรื่องตราสารหนี้และเครดิตเรตติ้ง คลิก SmartToInvest Debenture

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...