โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดโผ 5 หุ้นใหญ่ ราคาถูกสุดในรอบ 10 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 08.45 น. • The Bangkok Insight

ผ่านมาครึ่งปี 2567 ถือเป็นหนึ่งในปีที่ย่ำแย่ที่สุดของหุ้นไทย โดยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา SET Index อยู่ต่ำกว่าระดับ 1,300 จุด ปรับตัวลดลง -8.30% จากช่วงต้นปี 2567 สวนทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ต่างทะยานขึ้นทำ All-Time High

จะเรียกได้ว่าหุ้นไทยอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่ง "ความหมดหวัง" ก็ว่าได้ ทั้งในแง่ของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อให้เติบโต ตลอดจนการขาดปัจจัยเร่งระยะสั้น อย่างเช่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแรง ๆ ที่โดนเลื่อนให้ล่าช้าออกไป

บทความนี้จะมาสำรวจ 5 หุ้นขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) สูงกว่า 50,000 ล้านบาท และทำราคาร่วงลงต่ำสุดครั้งใหม่ (New Low) ในรอบ 10 ปี จะมีหุ้นตัวไหนบ้าง เราสรุปมาให้แล้ว

  • SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

ผู้ประกอบธุรกิจการลงทุน (Holding company) ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับลดลง -27.06% ทำราคาปิดต่ำสุดที่ 221 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์เหลืออยู่ที่ 267,600 ล้านบาท

  • BJC หรือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้ประกอบธุรกิจสินค้า และบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ กลุ่มสินค้า และบริการทางบรรจุภัณฑ์ กลุ่มสินค้า และบริการทางอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้า และบริการทางเวชภัณฑ์ และทางเทคนิค

ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับลดลง -20.06% ทำราคาปิดต่ำสุดที่ 20.60 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์เหลืออยู่ที่ 83,762 ล้านบาท

  • EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ดำเนินธุรกิจไบโอดีเซล โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และกลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับลดลง -62.15% ทำราคาปิดต่ำสุดที่ 17.60 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์เหลืออยู่ที่ 67,140 ล้านบาท

  • BTS หรือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า ทางพิเศษ และสื่อโฆษณา ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับลดลง -38.50% ทำราคาปิดต่ำสุดที่ 4.50 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์เหลืออยู่ที่ 59,517 ล้านบาท

  • RATCH หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง ในบริษัทพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงหลักประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับลดลง-18.90% ทำราคาปิดต่ำสุดที่ 26.00 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์เหลืออยู่ที่ 56,550 ล้านบาท

จะเห็นว่าล้วนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ที่ทำราคาปรับตัวลดลงรุนแรง สอดคล้องกับภาพรวมใหญ่ของตลาดที่มูลค่าหลักทรัพย์รวมกันหายไปกว่า 1.60 ล้านล้านบาท ต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี

ทั้งนี้ ในปี 2567 มีเพียง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น ที่สามารถยืนแกร่งให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ นั่นคือ สินค้าเกษตร (AGRI) ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ (PERSON) และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จึงสรุปได้ว่า ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่"ภาวะหมี" (Bear Market) เต็มตัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...