ภารกิจช่วยป๊ะป๋า จีบ(ว่าที่)คุณแม่อัลฟ่า (ทยอยปลดเหรียญ อ่านฟรีจนจบ)
ข้อมูลเบื้องต้น
ในวันเกิดอายุครบ 2 ขวบของ 'มีมี่' ลูกสาวสุดที่รัก นักธุรกิจหนุ่มหล่ออย่าง 'คีริน' จึงตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ทั้งลูกและภรรยาด้วยของขวัญสุดพิเศษ แต่กลับต้องเซอร์ไพรส์เสียเอง เมื่อได้รู้ความจริงโดยบังเอิญว่าภรรยาที่อยู่กินกันมาไม่เคยรักเขาเลย…หนำซ้ำยังไม่ต้องการลูกด้วย
ด้วยความผิดหวังขั้นสุด คุณพ่ออัลฟ่าจึงเก็บกระเป๋าหอบลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน หนีไปพักใจที่ไร่องุ่นของป๋ากับแม่ที่เชียงใหม่
ระหว่างเดินทาง คีรินได้พบกับ 'วิน' อัลฟ่าหนุ่มลูกชายเจ้าของสวนดอกไม้บ้านถัดกัน มีมี่จึงได้พี่ชายใจดีแถมยังมีสกิลดูแลเด็กระดับโปรมาเป็นเพื่อนเล่นเพื่อนเที่ยว
ทั้งกำลังใจจากป๋ากับแม่ น้ำใจจากวิน และความช่วยเหลือจากไอ้เพื่อนรักไทป์มาเฟีย ถึงแม้ต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ในที่สุดคีรินก็ได้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวสมใจ
แต่ลูกสาวของเขานี่สิ ดันติดอัลฟ่าหนุ่มลูกชายเพื่อนบ้านเอามากๆ จนคีรินต้องวิดีโอคอลไปหาอีกฝ่ายบ่อยๆ เพื่อเอาใจลูก
แต่คีรินก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอกนะ
เพราะวินเขาก็…น่ารักดี
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข
หรือเผยแพร่ข้อความในนิยายเรื่องนี้
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
จากผู้เขียนนามปากกา BlueGravity
ภารกิจที่ 1 หอบลูกหนีเมีย (1)
ท่อนแขนแกร่งใต้แขนเสื้อชุดสูทเนื้อดีอุ้มตุ๊กตากระต่ายสีชมพูพาสเทลที่ดูไม่เข้ากันสักนิดไว้แนบอก ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มบางๆ ยามอารมณ์ดีขับให้ใบหน้าคมเข้มดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน
ตอนที่ผลักประตูร้านของเล่นสำหรับเด็กเข้าไปเลือกซื้อมันมานั้น เขาทั้งจับพลิกหน้าพลิกหลัง สำรวจอยู่นานจนแน่ใจว่าเจ้าตัวนุ่มนิ่มนี้ไม่มีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจหลุดออกมาให้เป็นอันตราย รวมถึงส่วนที่มีความแข็งหรือเป็นเหลี่ยมมุมจนครูดผิวบอบบาง
…ของขวัญวันเกิดครบสองขวบสำหรับลูกสาวสุดที่รัก…
มือข้างที่ว่างเปลี่ยนจากการหิ้วกระเป๋าคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมาเป็นถุงกระดาษอาร์ตทรงสูงพิมพ์ฟอยล์ทองปั๊มนูนเป็นลวดลายโลโก้บริษัทที่เขาสร้างมากับมือ ข้างในมีไวน์ขาวรสชาติเยี่ยมที่เพิ่งปิดการเจรจาเป็นตัวแทนผู้นำเข้าได้สำเร็จมาฉลองกับภรรยา
ขายาวก้าวอย่างระมัดระวังเมื่อออกจากตัวลิฟต์ ตรงนี้เป็นพื้นที่โถงทางเดินเพนต์เฮ้าส์ที่จะเชื่อมต่อไปถึงห้องของเขาได้อย่างเป็นส่วนตัว แยกประตูทางเข้าเป็นสัดส่วนระหว่างส่วนที่พักและห้องทำงาน
ชายหนุ่มแตะคีย์การ์ดและพยายามเปิดประตูไม้สักดีไซน์โมเดิร์นสีเข้มให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่ออุตส่าห์ตั้งใจเซอร์ไพรส์ภรรยาทั้งที แถมยังร่วมมือกับเลขาลงตารางงานให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าวันนี้เขาไม่สามารถกลับมาร่วมฉลองด้วยได้เนื่องจากติดนัดลูกค้าสำคัญ ก็ไม่ควรให้ความแตกง่ายๆ เพียงเพราะเปิดปิดประตูไม่ระวัง
“อือ วันนี้เขากลับดึกน่ะ อ่าฮะ ดูอยู่สิ กำลังสนุกเลย นางเอกจะหอบลูกหนีพระเอกแล้ว”
เสียงติดหวานของภรรยาจากทางห้องนั่งเล่นปนมากับเสียงละครในโทรทัศน์ เขาจึงเดาได้เลาๆ ว่าฝ่ายนั้นกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนพร้อมกับดูละครน้ำเน่าไปด้วย นับว่าช่างเป็นความบังเอิญที่เหมาะเจาะยิ่งนัก เพราะมันช่วยให้เขาเดินหลบไปทางห้องครัวได้โดยไม่เป็นที่สังเกต
หากจะให้พูดกันตามตรง คนอย่างคีรินไม่นึกชอบละครพวกนั้นเอาเสียเลย ทั้งไม่มีเหตุผลและพฤติกรรมบางอย่างก็ดูเว่อร์เกินกว่าจะเป็นความจริง
‘…ตลก งอนกันแล้วหอบลูกหนีเนี่ยนะ…’
เขานึกขำกับบทละครเรื่องที่ภรรยากำลังดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ทั้งพฤติกรรมแปลกๆ อย่างบทที่พระเอกถูกหลอกให้เข้าใจผิดแล้วไปยืนร้องไห้กลางฝนตอนรู้ความจริง ไหนจะเรื่องก่อนหน้านี้ที่นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายมาสมัครงานเป็นคนสวนอีกเล่า แค่แปะหนวดปลอมที่ดูไม่เนียนเอาเสียเลยกับสวมเสื้อตัดอ้อยตัวโคร่ง ก็กลายเป็นว่าไม่มีใครในเรื่องดูออกสักคนว่าเป็นผู้หญิงต่อให้หน้าอกหน้าใจแทบจะพุ่งมาทิ่มหน้าก็ตาม
แล้วไอ้พล็อตประหลาดๆ พวกนี้ก็ดันเป็นเหมือนเหตุการณ์บังคับที่จะต้องปรากฏในละครไทยไปแทบทุกเรื่องเสียด้วย
“ลูกเหรอ ไม่รู้สิ เงียบแบบนี้คงหลับแล้วล่ะ”
มือที่กำลังจะหยิบขวดไวน์สุดหรูออกมาวางบนไอส์แลนด์ครัวชะงักกึก บทสนทนาของภรรยาที่ประสาทรับเสียงของโดมิแนนท์อัลฟ่าอย่างเขาได้ยินชัดทำให้ต้องขมวดคิ้ว ตามด้วยประโยคถัดมาที่เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“อะไรเล่า ฉันไม่ได้อยากมีเด็กนั่นสักหน่อย วันนั้นถ้าไม่พลาดถุงแตกนะ ป่านนี้ฉันออกไปเที่ยวโต้รุ่งกับพวกแกได้สบายแล้ว เลี้ยงเหล้าด้วยเอ้า แทนคำขอบคุณที่แกช่วยใส่ยาปลุกในแก้วเขา”
ความจริงที่อัดกระแทกมาอย่างกะทันหันพาให้รู้สึกคล้ายคนหน้ามืด ชายหนุ่มทรงตัวได้ยากลำบากหากแต่ยังประคองของทุกอย่างในมือไว้ได้ สมองประมวลผลฉับไวสั่งให้เขาซ่อนตัวไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และได้ยินทั้งหมด
…เขากับภรรยาไม่ได้รักกัน…
ทุกอย่างเกิดจากอารมณ์ใคร่ไม่อาจห้ามใจเพียงแรกพบในเลานจ์ และพากันไปจบลงที่ห้องพักของโรงแรม
เช้าถัดมาเขาตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะรุนแรง แต่ไม่น่าตกใจเท่ากับการที่ตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับโอเมก้าหนุ่มน้อยร่างบางที่มีหยดน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั้งใบหน้า …แม้จะโทษว่าเพราะความเข้ากันของฟีโรโมนที่อาจเป็นตัวกระตุ้นเร้ารุนแรง แต่นักธุรกิจหนุ่มก็พร้อมจะรับผิดชอบสิ่งที่ตนเองพลาดพลั้งทำไปตอนไม่มีสติ
ทว่าเงินก้อนใหญ่ที่ฝ่ายนั้นเรียกร้องกลับไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อเขาได้รู้ว่ากำลังมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ถือกำเนิดในครรภ์ของโอเมก้าคนนี้
…คีรินรักลูกเหลือเกิน…
…รักอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตั้งแต่ได้เห็นภาพอัลตร้าซาวด์ที่หัวใจดวงน้อยเป็นเพียงจุดเล็กๆ กำลังขยับ…
…วันที่เด็กหญิงตัวน้อยลืมตาดูโลก คือวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต…
อัลฟ่าหนุ่มย่อตัวลงต่ำ ใช้ประโยชน์จากไอส์แลนด์ครัวและรอจังหวะที่โอเมก้าหนุ่มหันไปหยิบแก้วไวน์มาจิบ พาตัวเองหลบรอดสายตาออกไปแอบที่ระเบียงพร้อมของทุกชิ้นที่ติดมือมาเพื่อไม่ให้เป็นพิรุธ
“บ้าเอ๊ย”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงพลังเสมอมาสั่นเครือ แม้ใจไม่ได้มีรักแต่เขาก็ทำตัวเป็นสามีที่ดีตลอดเกือบสามปีที่อยู่ด้วยกันมา
…คีรินไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นแผนการที่ภรรยาจงใจทำให้เกิดขึ้น…
…และเด็กน้อยเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ…
.
.
.
#ภารกิจช่วยป๊ะป๋าจีบว่าที่คุณแม่อัลฟ่า
ภารกิจที่ 1 หอบลูกหนีเมีย (2)
สายลมอ่อนพัดพาละอองน้ำเล็กๆ ที่ร่วงหล่นจากฟ้ามากระทบใบหน้า อำพรางหยดน้ำตาของลูกผู้ชายคนหนึ่งไม่ให้ใครเห็น…เหมือนพระเอกในละครที่เขาเพิ่งนึกนินทาในใจ
โชคดีที่ฝนตกลงมาเพียงครู่เดียว จึงยังมีพื้นที่แห้งให้เขานั่งหลบมุมมืดบริจาคเลือดให้ยุงลายอยู่พักใหญ่ก่อนที่แสงไฟในห้องนั่งเล่นจะดับลง
สมองเรียบเรียงความสับสนต่างๆ ให้กลับเข้าที่เข้าทาง วางตำแหน่งเรื่องสำคัญอันดับแรกไว้ที่ลูกสาวสุดที่รักวัยสองขวบ
…เขาจะไม่ยอมให้ลูกอยู่กับคนใจร้าย…
…ลูกสาวของเขา เขาเลี้ยงเองได้!!…
เท่าทันความคิด ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแตะส่งข้อความบอกราตรีสวัสดิ์ภรรยา พร้อมกับประโยคบอกเล่าที่โกหกคำโตว่ากำลังกลับบ้าน
เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายเข้านอนแล้ว คีรินจึงกลับเข้าไปอย่างเงียบๆ ทำกิจวัตรทุกอย่างตามปกติ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า มาส์กหน้าบำรุงความหล่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โจ ขอรบกวนนอกเวลาหน่อย เรื่องสำคัญ” ชายหนุ่มกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง กดโทรออกหาเลขาสารพัดประโยชน์พลางเปิดห้องเก็บของค้นหากระเป๋าเดินทาง
“ถ้าจะให้ผมสั่งช่อดอกไม้ ตอนนี้ร้านปิดหมดแล้วครับคุณคีริน”
“ไม่เอาดอกไม้อะไรทั้งนั้นละ ช่วยจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวให้ฉันกับลูกสาวหน่อย ไปเชียงใหม่ ขอเป็นไฟลท์เร็วที่สุดเท่าที่จะหาได้”
“เชียงใหม่? สองคนเหรอครับ” เลขาถามย้ำ ถึงจะยังงุนงงแต่นิ้วมือก็รัวแป้นพิมพ์เช็กรอบเที่ยวบินด้วยความชำนาญ
“เที่ยวแรกสุดที่จองที่นั่งติดกันได้คือรอบแปดโมงเช้า แต่ไม่สามารถจองอาหารเด็กเล็กสำหรับคุณมีมี่ได้นะครับ”
“จองไปตามนั้น เรียกชัชวาลมาขับรถให้ฉันด้วย คอนโดสาธร เสร็จแล้วให้เอารถทุกคันไปจอดที่ออฟฟิศ” สถานที่นัดหมายกับคนขับรถคือห้องลอฟท์ขนาดสี่สิบเก้าตารางเมตรหนึ่งห้องนอน ที่พักเดิมของเขาสมัยยังเป็นหนุ่มโสดไร้พันธะ
อัลฟ่าหนุ่มสั่งงานกับเลขาต่ออีกสองสามประโยคก่อนจะตัดสายไป
…ห้ามภรรยาขึ้นตึกสำนักงานและตัดสิทธิ์การเรียกใช้รถเพื่อธุระส่วนตัว…
…ระงับบัตรเครดิตที่เขาเปิดให้…
นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้ คีรินอนุญาตให้เลขาพิจารณาจัดการได้ตามสมควร
อัลฟ่าหนุ่มเปิดประตูห้องนอนลูกสาวอย่างเบามือ ตั้งใจว่าจะเก็บของเงียบๆ แต่กลับหันไปเห็นดวงตากลมโตมองตรงมา
“ยังไม่หลับเหรอมีมี่” หัวใจเขาเต้นรัว ถ้าลูกสาวเกิดทำเสียงดังจนภรรยาตื่นคงกลายเป็นเรื่องใหญ่ …จริงอยู่ที่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน
“มีมี่คิดถึงป๊ะป๋า มาม้าไม่เล่นด้วย มีมี่เหงา”
เขารีบปล่อยมือจากกระเป๋าเดินทางใบโตแล้วเข้าไปรวบกอดลูกสาว ขอบตาร้อนผ่าวด้วยรู้สึกผิด เพราะคิดเองเออเองมาตลอดว่าหากให้เด็กน้อยอยู่กับคนเป็นแม่คงจะเข้ากันได้มากกว่าผู้ชายแข็งๆ แบบเขา
“ป๊ะป๋าขอโทษ”
“ป๊ะป๋านอนกับมีมี่นะ มีมี่อยากฟังนิทาน เรื่องคุณหมีสามตัว”
เสียงเล็กเว้าวอน เขาไม่รู้จักนิทานเรื่องที่ลูกสาวพูดถึง แต่มั่นใจว่าสามารถค้นหาจากเซิร์จเอนจิ้นได้
…แต่ก่อนหน้านั้น…
“มีมี่ไปเที่ยวกับป๊ะป๋าไหม ป๊ะป๋ามีห้องลับด้วยละ เราแอบหนีมาม้าเที่ยวกันแค่สองคน”
“ไปๆ”
“งั้นมีมี่กอดคุณกระต่ายรอป๊ะป๋าเอาของใส่กระเป๋าแป๊บหนึ่งนะคะ” เขาส่งตุ๊กตานุ่มนิ่มให้ถึงอ้อมแขนน้อยๆ ของเด็กหญิง รู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อยที่เริ่มใช้หางเสียงคะขากับลูก
“คุณกระต่าย” ดวงตากลมเป็นประกาย
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะมีมี่”
“มีมี่รักป๊ะป๋า ที่สุดในโลกเลย”
เขารับการหอมแก้มเป็นรางวัลจากลูกสาว เพราะเป็นอัลฟ่า มีมี่ถึงได้รู้ความจนดูโตกว่าอายุจริง แถมยังเริ่มพูดเป็นประโยคได้แล้ว
คุณพ่ออัลฟ่าจัดการเก็บกระเป๋าอย่างง่ายๆ เลือกเอาไปแต่เสื้อผ้า นมกล่อง และของที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ของลูก…อย่างน้อยก็สำหรับคืนนี้ ไม่ลืมที่จะหยิบสูติบัตรของลูกสำหรับขึ้นเครื่องบินในเช้าวันพรุ่งนี้
“ไปกันค่ะมีมี่ คราวนี้เราแอบหนีมาม้าเที่ยว เพราะงั้นเราต้องออกไปกันแบบเงียบๆ นะคะ” อัลฟ่าหนุ่มปิดกระเป๋าแล้วลุกขึ้นมาอุ้มลูกสาว เด็กน้อยยังคงกอดตุ๊กตากระต่ายไว้แน่นจนเขานึกภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่เลือกมาแล้วลูกชอบ
“อื้อ” ศีรษะกลมพยักหงึกหงัก ยกสองมือมาปิดปากตัวเองไว้
รถสปอร์ตซีดานคันงามเคลื่อนตัวไปบนถนนด้วยความเร็วมาตรฐาน เพราะค่อนข้างดึกแล้ว ความแออัดของย่านใจกลางเมืองจึงเบาบางลง
“เดี๋ยวถึงแล้วป๊ะป๋าอุ้มไปที่ห้องนะคะ มีมี่นอนบนรถก่อนได้เลย”
“อืมมม” เด็กน้อยตื่นเต้นที่ตัวเองกำลังจะได้ไปเห็น ‘ห้องลับของป๊ะป๋า’ เป็นครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นก็ง่วงเกินกว่าจะประคองเปลือกตาไม่ให้ปิดลงได้
เพราะมีลมเย็นพอเหมาะจากเครื่องปรับอากาศในรถบวกกับเสียงเพลงฟังสบายที่เปิดคลอช่วยขับกล่อม ยังไม่ทันจะผ่านไฟแดงแรก มีมี่ก็หลับปุ๋ยอยู่บนคาร์ซีทที่เพื่อนรักซื้อมาให้รับขวัญหลาน
“ขอโทษที่ป๊ะป๋าไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดกับหนูนะคะ” เสียงกระซิบคล้ายการบ่นกับตัวเอง ฝ่ามืออุ่นลูบศีรษะเล็กพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ที่ทำให้ลูกสาวต้องลำบากเดินทางค่ำมืด
…แต่เขาทนไม่ได้อีกต่อไป ที่จะให้ลูกสาวสุดที่รักรวมถึงตัวเองใช้อากาศร่วมห้องกับโอเมก้าใจร้ายคนนั้นหายใจ…
“พรุ่งนี้เราไปหาคุณปู่คุณย่ากันนะคะ”
.
.
.
#ภารกิจช่วยป๊ะป๋าจีบว่าที่คุณแม่อัลฟ่า
ภารกิจที่ 2 ไปเชียงใหม่ให้แม่โอ๋ (1)
นอกกระจกหน้าต่างขนาดเล็กทรงรีคือผืนฟ้าที่ราวกับท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มีปุยเมฆสีขาวสูงต่ำเป็นดั่งระลอกคลื่น ทัศนียภาพที่หาดูได้ยากพาให้ดวงตากลมโตของเด็กน้อยวัยสองขวบเฝ้ามองและสร้างจินตนาการของตัวเองได้อย่างไม่รู้เบื่อ
“มีมี่ขา อั้มๆ” ถึงจะไม่สามารถจองเมนูอาหารบนเครื่องสำหรับเด็กเล็กได้ทัน แต่เขาก็ให้ลูกดื่มนมกับกินแซนด์วิชชิ้นเล็กๆ ในเลานจ์ระหว่างรอขึ้นเครื่องเป็นของรองท้อง และพอเห็นว่าในเซตมื้อเช้าของตัวเองมีเมนูไข่จึงตักป้อนให้เพิ่มเพราะเด็กอัลฟ่าต้องการพลังงานมากกว่าเพศรองอื่น
คีรินอยากจะขอบคุณอะไรก็ตามที่ดลบันดาลให้ลูกสาวของเขาเป็นเด็กดีและน่ารักขนาดนี้ อย่างตอนที่ปลุกมาขึ้นรถตอนเช้าตรู่ที่ทำใจเอาไว้แล้วว่าต้องงอแงแน่ๆ แต่เด็กน้อยกลับหัวเราะร่าเริงเมื่อรู้ว่ากำลังจะได้ไป ‘ห้องลับ’ ที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจนเรียกว่า ‘บ้านลับ’ ของคนเป็นพ่อ
“ถ้าง่วง มีมี่จะงีบสักหน่อยก็ได้นะคะ มานอนตักป๊ะป๋าก็ได้”
“ไม่ง่วงๆ มีมี่อยากดูเมฆ” เด็กน้อยหันกลับไปเกาะหน้าต่างพร้อมกับอุ้มตุ๊กตากระต่ายให้ได้ดูวิวด้านนอกด้วยกัน
ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู แทรกปลายนิ้วสางเส้นผมประบ่าที่พันกันเพราะเด็กน้อยขยับตัวไปมาอย่างเบามือ คิดในใจว่าคงจะต้องหัดเกล้าผมผูกโบให้ลูกบ้างเสียแล้ว
คนที่มัวจินตนาการถึงความน่ารักของลูกสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากลายเป็นเป้าสายตาเล็กๆ ของคนรอบข้างรวมถึงเหล่าแอร์โฮสเตสที่ผลัดเปลี่ยนกันเดินผ่านมาอย่างตั้งใจ
อัลฟ่าหนุ่มหน้าตาดีมาดนักธุรกิจก็ว่าน่ามองแล้ว แถมพ่อหนุ่มหล่อคนนี้ยังดูแลลูกสาวได้อย่างน่ารักจนใครๆ ก็นึกอิจฉาวาสนาคนที่ได้เป็นภรรยา
ใช้เวลานับจากเทคออฟไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินโดยสารก็พาสองพ่อลูกลัดฟ้ามาร่อนลงแตะล้อกับพื้นรันเวย์
“ป๊ะป๋าขา มีมี่อยากไปห้องน้ำ”
คีรินลอบปาดเหงื่อทิพย์ที่ไหลบ่าราวกับน้ำตก เขาไม่เคยนึกถึงวิกฤตนี้มาก่อน จะพาลูกสาวเข้าห้องน้ำหญิงก็กลัวจะถูกสายตาพิฆาตจากสาวๆ ในนั้นจ้องจนทะลุ ครั้นจะพาเด็กน้อยไปห้องน้ำชายก็เกรงจะดูไม่งามอีก
‘…เอาไงดีวะ…’
อัลฟ่าหนุ่มอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินไปตามทางที่ป้ายชี้บอกพลางใช้ความคิดตบตีกันในหัวจนวุ่นวาย ได้แต่หวังว่าพอไปถึงหน้าห้องน้ำแล้วจะโชคดีเจอห้องโล่งๆ ไม่มีคน
…แต่โชคช่างไม่เข้าข้างเอาเสียเลย…
ราวกับมีมหกรรมลดราคาสินค้าครั้งยิ่งใหญ่ในห้องน้ำก็ไม่ปาน เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะห้องน้ำหญิงหรือห้องน้ำชายก็ล้วนเนืองแน่นด้วยผู้โดยสารที่เพิ่งเดินทางมาถึงไปเสียหมด
“เอ่อ…คุณครับ” เสียงหนึ่งทักขึ้นจากด้านหลัง คีรินจึงรีบขยับตัวหลบทางให้
“ขอโทษครับ เชิญก่อนเลยครับ”
“อ๊ะ ไม่ใช่ครับ คือผมแค่จะบอกคุณว่าเดินออกไปอีกหน่อยจะมีห้องน้ำสำหรับคนพิการ พาน้องไปใช้ห้องตรงนั้นน่าจะสะดวกกว่านะครับ” ชายหนุ่มผู้หวังดีแนะพลางชี้บอกทาง
“ขอบคุณครับ”
“ครับ ถ้ามีของก็ฝากไว้ที่ผมก่อนได้นะ เอ๊ย! ไม่ได้ๆๆ ไม่ได้สิ ถ้าเกิดผมเป็นมิจฉาชีพขึ้นมาคุณก็แย่เลยสิแบบนั้น” คนแสดงน้ำใจถกเถียงกับตัวเองจนคนมองหลุดขำ
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คุณก็คงเป็นมิจฉาชีพที่สอบตกแล้วละครับ” เขาพูดติดตลกเล็กๆ รีบก้าวเท้าเร็วๆ ไปยังจุดหมายใหม่คือห้องน้ำสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่อยู่ถัดออกไปราวสิบเมตร โดยมีชายหนุ่มรุ่นเด็กกว่าเดินมาทางเดียวกันแต่ทิ้งระยะเล็กน้อยตามมารยาท
“พี่ชายขา มีมี่ฝากคุณกระต่ายได้ไหมคะ” เสียงเล็กร้องถาม พาให้ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“ฝากด้วยนะครับ แกเพิ่งได้เป็นของขวัญวันเกิด คงกลัวว่าคุณกระต่ายจะเปียกน้ำ” คีรินบอกเป็นนัยถึงความสำคัญของเจ้าตุ๊กตาตัวนุ่ม ต่อให้ชายหนุ่มตรงหน้าจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่โบราณว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ ถ้าคุณกระต่ายหายไปหรือแค่มีรอยเลอะเทอะ คงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็กน้อย
“ได้เลยครับ ผมรอตรงนี้นะ” อีกฝ่ายรับคำเมื่อรับตุ๊กตาจากมือเด็กหญิง ทั้งยังก้มลงคุยด้วยช่องเสียงสองอย่างเป็นธรรมชาติ “คุณกระต่ายอยู่กับพี่ชายก่อนน้าาา รอน้องมีมี่แป๊บหนึ่งไม่งอแงนะครับ”
.
.
“มาเที่ยวเหรอครับ” คราวนี้เป็นคีรินที่ชวนคุย หลังจากพามีมี่เข้าห้องน้ำแล้วชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าคนนี้ยังมีน้ำใจช่วยยกกระเป๋าลงจากสายพานเพราะเห็นว่าเขาต้องอุ้มลูกสาว
“ผมเพิ่งเรียนจบน่ะครับ แม่เลยให้กลับมาช่วยงานที่บ้านแบบเต็มตัวสักพัก”
“เป็นเรื่องดีนะครับ ถือเป็นประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง”
“ผมเห็นแววว่าจะโดนแม่ใช้งานหลังหักเลยละ” คนอ่อนวัยกว่าหัวเราะร่วน แค่ตอนกลับมาช่วยงานช่วงปิดเทอมยังเล่นเอานอนสลบเพราะหมดแรงไปเป็นวัน ขนาดเขาเป็นอัลฟ่ายังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วลูกจ้างเบต้าที่แม่จ้างไว้จะมิปางตายเลยหรือ
…เอ๊ะ หรือว่าแม่จงใจแกล้งเขากันนะ…
“อ๊ะ ผมต้องไปเรียกแท็กซี่ทางนั้น คงต้องลากันตรงนี้เลยนะครับ” หนุ่มนักศึกษาจบใหม่บอกลาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ดูจากรูปลักษณ์และการแต่งตัวของสองพ่อลูกคู่นี้แล้ว เขาเดาว่าอีกประเดี๋ยวต้องมีคนขับรถคันหรูมารับอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวสิ”
.
.
.
#ภารกิจช่วยป๊ะป๋าจีบว่าที่คุณแม่อัลฟ่า