โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นจับมืออาเซียน ร่วมพัฒนา LLM เสริมแกร่ง AI ในภูมิภาค คาดโมเดลภาษาไทย ได้รับเงินช่วยเหลือก่อนใคร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2567 เวลา 06.14 น.

ญี่ปุ่นประกาศความร่วมมือพัฒนา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ในอาเซียน เพื่อยกระดับความสามารถ AI พร้อมออกโครงการเงินช่วยเหลือ คาดโครงการ LLM ภาษาไทย อาจได้เงินช่วยเหลือก่อนประเทศอื่น

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเอไอ (AI) ในภูมิภาค

โดยนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศโครงการดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.) ณ ที่ประชุมสุดยอดธุรกิจแห่งเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาพันธ์ธุรกิจแห่งญี่ปุ่น (Japan Business Federation) หรือ เคดันเรน (Keidanren)

นายคิชิดะมองว่า AI และการลดคาร์บอนคือประเด็นสำคัญที่ญี่ปุ่นสามารถให้ความช่วยเหลือแก่อาเซียนได้ โดยตั้งเป้าจะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัท AI ของญี่ปุ่นและธุรกิจในสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

โดยมุ่งเน้นไปที่ LLM นายคิชิดะยังวางแผนหารือด้านโครงการริเริ่มร่วมกับอาเซียน ภายใต้แผนการสร้างทักษะดิจิทัลซึ่งมีเป้าหมายในการฝึกอบรมแก่ผู้คน 100,000 คนเป็นระยะเวลา 5 ปี

LLM คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนระบบ AI เช่น ChatGPT ด้วยความที่ LLMจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลจำนวนมหาศาล ความก้าวหน้าส่วนใหญ่ในLLM จึงมักมีขึ้นในภาษาที่ใช้อย่างแพร่หลาย เช่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง

นอกจากนี้แล้ว บริษัทต่าง ๆ ในอินเดียก็กำลังพัฒนาLLM ของตนเองสำหรับภาษาฮินดีและภาษาเบงกาลีด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้เทียบกันแล้ว จำนวนคนที่พูดภาษาญี่ปุ่น และภาษาต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย และมาเลย์ นั้นมีจำนวนน้อยกว่าผู้ที่พูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางเป็นอย่างมาก ประเด็นนี้จึงก่อให้เกิดความกังวลแก่ญี่ปุ่นและประเทศอาเซียนว่า ความคืบหน้าช้าในการพัฒนา AI สำหรับภาษาของตนอาจเป็นอุปสรรคต่อบริการ AI ใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ และอาจบ่อนทำลายความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้แล้ว การพึ่งพาบริษัทต่างประเทศในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ญี่ปุ่นมองไปข้างหน้าถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้าน AI เพื่อฝึกอบรมLLM ในบริบทของภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการรวบรวมข้อมูลข้อความและเสียง และทดสอบแบบจำลอง และวางแผนที่จะจัดหาทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยประมวลผลกราฟิกที่ใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูล ให้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ความร่วมมือบางส่วนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดย Elyza บริษัทสตาร์ตอัปในเครือผู้ให้บริการมือถือ KDDI กำลังพัฒนาLLM ภาษาไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจับคู่ธุรกิจในญี่ปุ่นและไทยผ่านบริการที่นำเสนอโดยกลุ่มบริษัทไทยและ Kokopelli บริษัทฟินเทคของญี่ปุ่น

ทางด้านสิงคโปร์ก็ได้ประกาศโครงการริเริ่มในการพัฒนาLLM สำหรับภาษาอินโดนีเซียและภาษามาเลย์ ซึ่งญี่ปุ่นก็กำลังสำรวจแนวทางความร่วมในโครงการนี้ด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะมอบเงินอุดหนุนแก่บริษัทต่าง ๆ ที่ขยายกิจการเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ด้วยงบประมาณ 1.40 แสนล้านเยน (867 ล้านดอลลาร์) ซึ่งโครงการLLM ภาษาไทยอาจเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่จะได้รับความช่วยเหลือนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการ Generative AI Accelerator Challenge (GENIAC) ซึ่งมอบความช่วยเหลือมูลค่า 2.9 หมื่นล้านเยน แก่สตาร์ตอัปด้านดิจิทัลภายในสิ้นปีงบประมาณนี้

อ้างอิง : asia.nikkei.com

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...