โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 สิงหาคม “วัน ASEAN Day” กับคำถามว่า อาเซียน : สู่ยุควิถีใหม่ ก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน ?

ทันข่าว Today

อัพเดต 21 ส.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

ในช่วงปีที่ผ่านมา (2562) แม้ว่าคนไทยจะได้สัมผัสกับเรื่องราวเกี่ยวกับอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2562 ไทยได้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนตามระบบหมุนเวียน ที่ทุกประเทศสมาชิกจะต้องผลัดกันเป็นประธาน อาเซียนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับต่างๆ ของอาเซียน ทั้งการประชุมระดับผู้นำ หรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า “อาเซียนซัมมิท” การประชุมระดับรัฐมนตรี การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ไปจนถึงการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 300 การประชุม และสื่อทุกสำนักทุกแขนงต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยได้นำเสนอข่าวคราวต่างๆ สู่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แต่ดูเหมือน อาเซียนยังเป็นเรื่องไกลตัวพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ ที่แท้จริงแล้ว มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจ…

อาเซียน หรือมีชื่อเต็มๆ ว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างมาก อันเป็นผลมาจากสงครามเย็นและความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ระหว่างประเทศที่สนับสนุนอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยกับประเทศที่ยึดมั่นในอุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ โดย ฯพณฯ พ.อ. (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยในขณะนั้น ได้เสนอแนวคิดที่จะให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางการดำเนินนโยบายด้านต่างๆ และกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง รวมทั้งยังเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค นับเป็นจุดเริ่มต้น

ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ พ.อ. (พิเศษ) ถนัด ซึ่งเป็นทั้งนักการทูตและผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบิดาผู้ให้กำเนิดอาเซียน ทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ที่พระราชวังสราญรมย์ เพื่อก่อตั้งอาเซียนขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา วันที่ 8 สิงหาคม ของทุกๆ ปี จึงถูกจัดให้เป็นวันเฉลิมฉลองการก่อตั้งอาเซียน กรมอาเซียน

ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ 53 ของการก่อตั้งอาเซียนนี้ จะแตกต่างจากปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

ในปีนี้จะเป็นการจัดงานวิถีใหม่ หรือ New Normal เน้นรูปแบบงานเชิงสัญลักษณ์ที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การเชิญธงอาเซียนขึ้นสู่ยอดเสา และการสัมมนาเชิงวิชาการทางไกลผ่านระบบ Online โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาเซียนในมิติต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ภายใต้หัวข้อ “อาเซียน : สู่วิถีใหม่ ก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน?”

ที่ในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้แชร์ประสบการณ์และพูดถึงการฟื้นฟู และแนวทางของอาเซียนหลังโควิด-19 ซึ่งแน่นอนว่า อาเซียนจะต้องรับมือกับบาลานซ์ และรูปแบบของความร่วมมือในบริบทใหม่ๆ ทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

เพราะแพร่ระบาดของ COVID-19 วิกฤตที่ทำให้โลกหยุดหมุน เป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่า โลกเรา มีทรัพยากรที่จำกัด มีความเหลื่อมล้ำ ที่เป็นความท้าทายของอนาคต และนั้นก็เป็นโอกาสในการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่บนโลกจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งแง่มุมของความร่วมมือ และความขัดแย้ง บนความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะประเด็นของ

  • การเปลี่ยนแปลงของอาเซียน ในเรื่องของสภาพอากาศ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ และมนุษย์สร้างขึ้น

  • บทบาทของอาเซียนในการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อให้ทุกประเทศหันมาให้ความร่วมมือกัน ลดความขัดแย้ง มุ่งเน้นการร่วมมือกันในเชิงสร้างสรรค์

  • ต่อยอดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDG เป็นแกนในการพัฒนา การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เกษตร

  • “การพัฒนาคน” เป็นปัจจัยที่ทำให้ภูมิภาคขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน

  • การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“วิถีใหม่” ของอาเซียน จะช่วยนำพาให้ประเทศไทยและคนไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสามารถฟื้นตัวให้กลับมาเข้มแข็ง เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...