โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 แสนคนป่วน! ‘หมอเอกภพ’ จี้ ‘สปสช.’ ช่วยด่วนหลังยกเลิก ‘บัตรทอง’

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.ย 2563 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2563 เวลา 02.13 น. • The Bangkok Insight

'หมอเอกภพ' จี้ 'สปสช.' เร่งหามาตราการช่วยประชาชน หลังกทม.ยกเลิก"บัตรทอง" เสนอโมเดลใหม่ปรับโครงสร้างสปสช. การให้บริการทั้งระบบ ไม่ใช่ "มือใครยาวสาวได้สาวเอา"

หลังจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ตรวจพบข้อหลักฐานสงสัยใน 64 คลินิกว่า มีการเบิกจ่ายที่กระทำไม่ถูกต้อง เช่น การสวมสิทธิการรับบริการ ทั้งที่ไม่มีการคัดกรองเบาหวานความดัน กระทบต่อ สปสช. ที่ไม่ได้ข้อมูลเพื่อวางแผนบริการจัดการตามข้อเท็จจริง กระทบต่องบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน จำเป็นต้อง ยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการของคลินิกเหล่านี้ กรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้ประชาชนประมาณ 8 แสนคน ที่ขึ้นทะเบียนสิทธิในคลินิกเหล่านี้ได้รับผลกระทบ  มีผลไปตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2563

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล กล่าวว่ายกเลิกสัญญาคลินิกและโรงพยาบาลของสปสช. หลังพบทุจริตเงินบัตรทอง จะส่งผลกระทบประชาชน 800,000 คน ที่เป็นข่าว ว่า พรรคก้าวไกลขอเสนอให้ สปสช.มีมาตรการช่วยเหลือประชาชน และมีมาตรการที่รอบคอบรัดกุม เพราะผู้ที่เดือดร้อนคือ ประชาชน ซึ่งไม่ได้มีความผิดอะไรด้วยกับเรื่องที่ สปสช.ตรวจพบว่า โรงพยาบาล หรือคลินิกต่างๆ เหล่านี้ทุจริต สปสช.ควรต้องมีการช่วยเหลือการขึ้นทะเบียนกับสถานพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อให้ตัวเลือกกับประชาชน แทนที่จะให้ประชาชนเดินเข้าไปหาสถานพยาบาล ต้องไปขึ้นทะเบียนเอง

นพ.เอกภพ กล่าวว่า กรณีที่คนไข้ที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ประวัติคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ สปสช. ในการจัดการเรื่องส่งต่อประวัติการรักษา โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นกลุ่มเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง แทนที่จะให้ประชาชนไปติดตามประวัติรักษาจากโรงพยาบาลเดิมแล้วเอาไปรักษาในโรงพยาบาลใหม่ สปสช.ต้องจัดการความเดือดร้อนในจุดนี้ นี่เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งส.ส.พรรคก้าวไกล ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกคนยินดีเป็นผู้ประสานช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว พรรคก้าวไกลเห็นว่า อาจต้องมีการรื้อแก้ไขระบบ การให้บริการของสถานพยาบาล กรุงเทพมหานคร และการให้บริการสถานพยาบาลใหม่ ทั้งหมด ปัจจุบันระบบของ สปสช. ทำให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถเข้าถึงได้เพียง 30% เท่านั้น แตกต่างจากในพื้นที่จังหวัดอื่นที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ 80% ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตและเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการ ก้าวไกลให้ความสำคัญและมองว่ารัฐต้องทนและพัฒนาให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ปัญหาของระบบ สปสช.ในกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันเป็นระบบที่ "มือใครยาว สาวได้สาวเอา" เพราะมีโครงสร้างคือ อำนาจส่วนกลางมาจาก สปสช. ส่งต่อไปที่ สปสช.เขต 13 รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นแต่ละโรงพยาบาลที่หลากหลายในระนาบก็จะเข้ามารับการจัดสรรทรัพยากรจากจุดเดียวนี้ก่อให้เกิดระบบที่ใครมีอำนาจต่อรองหรือมีเสียงที่ดังกว่า ก็สามารถได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่มากกว่า

“สิ่งที่เราเสนอคือ ต้องการให้มีการรื้อโครงสร้าง การให้บริการใหม่ทั้งระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยที่จะแก้ไขปัญหาระบบที่มีลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา เป็นระบบที่เสมอภาค ทั่วถึงและเท่าเทียม โดยจะทำให้ประชาชนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงระบบสวัสดิการของรัฐอย่างมีทางเลือกและเข้าถึงได้มากขึ้น ข้อเสนอของผมคือ การยกระดับศูนย์สุขภาพด้วยการใช้คลินิกชุมชนเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในพื้นที่และการมีโรงพยาบาลประจำเขต หากเป็นกรณีการรักษาที่ยากขึ้นหรือเกินศักยภาพก็สามารถส่งต่อไปที่โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลประจำคณะแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน เพื่อรักษาดูแลประชาชนต่อได้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...