โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 ความจริงสุดทิ่มแทงของโลกยุคนี้ ที่มันจริงจนต้องมองบน 👀

ขอบคุณภาพจาก @brgfx | freepix.com

เรื่องจริงก็คือการใช้ชีวิตยุคนี้มีเรื่องที่เราต้องยอมรับ แม้จะไม่อยากยอมรับมากมายเสียเหลือเกิน ทั้งที่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สัจธรรม ไม่ใช่ความเป็นไปของโลก แถมบางทีก็ฝืนค่าเฉลี่ยมโนสำนึกของคนทั่วไปอีก แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ? เราต้องยอมรับความจริงเหล่านี้ด้วย

คำตอบก็คือ..ความจริงพวกนี้เกิดขึ้นมาตลอด และไม่ใช่แค่เกิดขึ้น แต่คอยย้ำ ๆ ให้คนในสังคมรู้ว่านี่คือ 8 ความจริงที่จะคอยทิ่มแทงให้พวกเราต้องยอมรับมันให้ได้

1. อํานาจทําให้คนเปลี่ยน

ว่ากันว่าคนเราพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา วันนี้เป็นอย่าง พรุ่งนี้อาจเป็นอีกอย่างก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าความคิด ได้เร็วกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ “อำนาจ” คนไม่มีอำนาจมักพูดเสมอว่าเราไม่มีทางเปลี่ยนไป แต่รู้ไหม..อำนาจเป็นสิ่งหอมหวาน มีแล้วก็อยากมีอีก ไม่รู้จักพอ

การจะได้มาซึ่งอำนาจทำให้คนเราทำอะไรได้ทุกอย่าง ก่อนมีอำนาจคนส่วนใหญ่มักจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อไขว่คว้าสิ่งที่เรียกว่าอำนาจไว้ อาจต้องเสียอะไรบางอย่างหรือแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง ที่สำคัญอำนาจมักทำให้อุดมการณ์เปลี่ยนแปลงไปด้วยเสมอ คนเราลองได้ใช้อำนาจในมือมักเปลี่ยนไปจากเดิมแทบทุกคน หรือแท้จริงแล้วอำนาจอาจเป็นแค่เครื่องมือที่ทำให้คนเราแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาก็ได้

2. เงินสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

ถ้าเป็นสมัยก่อนหลายคนต้องเถียงคอเอ็นว่าเงินไม่ได้สำคัญขนาดนั้น แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าเงินบันดาลได้ทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าเราทุกคนตกเป็นทาสของเงิน หรือหน้าเงินจนมองไม่เห็นความสำคัญของอะไรทั้งปวง แต่เราแค่เข้าใจกลไกของชีวิต เข้าใจกลไกของโลกว่าเงินสำคัญกับการขับเคลื่อนให้เป็นไปทิศทางที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าของทุกอย่างบนโลกนี้ต้องใช้เงินทั้งนั้น คนที่ไม่รู้คุณค่าของเงินต่างหากที่อ่านเกมชีวิตไม่ขาด อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ต้องขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า แค่เพราะเรารู้จักคุณค่าของเงินว่ารู้ว่าเงินน่ะก็สำคัญ ไม่ได้หมายความว่าเราจะให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นไม่ได้

3. ความยุติธรรมไม่มีในโลก

“บิล เกตส์” คนที่รวยเป็นอันดับสองของโลกในปี 2020 เคยพูดว่า “ชีวิตไม่มีคำว่ายุติธรรม จงยอมรับและชินกับมันซะ” เพราะคนเราเกิดมาไม่มีอะไรที่เท่าเทียม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดที่โลกนี้จะไม่ยุติธรรมกับเรา แต่มันจะผิดถ้าเรามัวแต่เรียกร้องหาความเท่าเทียม พร่ำบ่นกับโลกว่าไม่มีอะไรยุติธรรมเลย

ปล่อยความยุติธรรมไว้ใช้กับเรื่องกฎหมายเท่านั้นเถอะ สำหรับชีวิตไม่เคยมีอะไรแฟร์อยู่แล้ว คนเราถึงได้เกิดมายาก ดี มี จน ไม่เหมือนกันไง เราแค่ต้องยอมรับแล้วเดินหน้าเปลี่ยนชีวิตตัวเอง “บิล เกตส์” ยังบอกอีกด้วยว่า “หากคุณเกิดมาจน ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่หากคุณจากไปด้วยความจน นั่นแหละความผิดของคุณ” นี่แหละวิธีที่โลกนี้มอบความยุติธรรมให้เรา

4. ไม่ใช่ทุกคนที่มีสิทธิ์เลือก

การที่เราต้องฝืนใจทำอะไรสักอย่าง ถ้ามันไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงมากเกินไป คือเรื่องปกติของชีวิต คนเรามีทางเลือกมากมายก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์เลือก ถ้าวันใดวันหนึ่งต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเพื่อให้ชีวิตมันครบองค์ประกอบ ขอให้รู้ไว้เลยว่ายังมีคนอีกมากที่ต้องทำแบบเดียวกันนี้

เมื่อต้องใช้ชีวิต..เราทุกคนล้วนต้องอยู่ในภาวะจำยอม ยอมที่จะทำ ยอมที่จะเป็น ยอม..เพื่อให้ชีวิตมันเดินหน้าต่อไป นี่คือเรื่องจริง ! ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน สุดท้ายก็แค่ต้องยอมเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เราอาจจะไม่ได้เลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

5. คนที่ไว้ใจ..สุดท้ายร้ายที่สุด

ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรมต่างก็บอกอย่างหนักแน่นเสมอว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าทางใจคน” เพราะไม่ว่าคนที่ไว้ใจนั้นจะสนิทชิดเชื้อแค่ไหน สุดท้ายความลับก็ไม่มีในโลกอยู่ดี อย่าลืมว่าไม่มีใครการันตีได้ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมั่นคงแค่ไหน ไม่วันใดก็วันหนึ่งคนที่ไว้ใจอาจกลายเป็นแค่คนรู้จักก็ได้ ถึงวันนั้นความลับก็คงไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

ทุกวันนี้คนเรารู้หน้า ไม่รู้ใจ คนสนิทใช่ว่าจะไม่หักหลัง เราไว้ใจเค้า ใช่ว่าเค้าจะคิดอย่างเดียวกัน สมัยนี้หาคนไว้ใจได้ยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ทุกสิ่งอาจไม่ใช่อย่างที่ตาเห็นเสมอไป อย่าตัดสินใคร ด้วยมุมมองของเราเพียงด้านเดียว

6. ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร

เป็นความจริงที่ยากจะเข้าใจ แต่ก็ต้องยอมรับ สมัยนี้ “ค่าของคน มันก็อยู่ที่ว่าคน ๆ นั้นเป็นคนของใคร” ด้วย คนสองคนที่ทำงานเต็มที่เหมือนกัน แต่ก็อาจไม่ได้รับการโปรโมตเท่ากัน กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการใช้ชีวิตในยุคนี้ไปแล้ว เพราะต่อให้ตีอกชกตัว ร้องแรกแหกกระเชอ ก็คงไม่มีอะไรเป็นไปตามที่ต้องการ สุดท้ายมีแค่สองทางเลือก คือไหลไปตามน้ำกับระบบอุปถัมภ์หรือไม่ก็บอกลาสังคมจอมปลอม

นึก ๆ ไปก็น่าเสียใจที่เราต้องยอมรับว่าอะไรแบบนี้คือเรื่องธรรมดา โลกทุกวันนี้กลายเป็นแบบนี้ไปแล้วจริง ๆ การสร้างมูลค่าให้ตัวเองด้วยผลงานไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะการมีพวกพ้อง มีเครือข่าย ก็ทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้กัน

7. ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดความจริง ตายไปเท่าไหร่แล้ว

อำนาจของความจริงเป็นสิ่งที่น่ากลัว สาเหตุที่คนเราไม่ยอมรับความจริงก็เพราะกลัว..กลัวความผิดหวัง กลัวปัญหา และอีกสารพัดความกลัวที่กลายเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เรายอมรับความจริง ยิ่งสมัยนี้โลกโซเชียลกลายเป็นโลกเสมือนที่ไม่ต้องใช้ความจริง ยิ่งทำให้คนเราห่างไกลจากการยอมรับความจริงเข้าไปทุกที

8. เหตุผล..ใช้ไม่ได้กับทุกคน

เรื่องจริงสุดทิ่มแทงที่หลายคนยอมรับว่าเกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ เพราะคนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ ไม่รอหลักฐาน ไม่ฟังเหตุผล แต่เลือกที่จะเชื่อในอคติของตัวเอง แม้จะมีสักแสนเหตุผล ล้านความจริงมากองตรงหน้าก็ไม่ทำให้ความเชื่อของพวกเค้าสั่นคลอน

ที่น่าแปลกก็คือคนเรามีแนวโน้มที่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เหตุผลและความจริงใช้งานไม่ได้เสมอไป แต่ความเชื่อปักใจกลับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้ความเชื่อบิด ๆ เบี้ยว ๆ กลายเป็นความจริงที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย สุดท้ายความจริงอาจเป็นแค่ความเชื่อที่หนักแน่นของคนส่วนใหญ่ไปโดยปริยาย

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความจริงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเราต้องเผชิญกันอยู่ตลอดเวลา จะว่าเป็นสัจธรรมก็คงไม่ใช่ แต่ที่แน่ ๆ มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเราตอนนี้ ถ้าเข้าใจ ยอมรับได้ก็ใช้ชีวิตง่าย แต่ถ้าไม่เข้าใจก็แค่จะหงุดหงิดนิดหน่อยเมื่อต้องเจอกับอะไรแบบนี้ เพราะนี่แหละ..เรื่องจริงที่คอยทิ่มแทงพวกเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน~