โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"เจ้าดารารัศมี" เจ้าหญิงนครเชียงใหม่ ถวายตัวในรัชกาลที่ 5 กับชีวิตใน "ราชสำนักสยาม"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 00.39 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 00.26 น.
พระราชชายาเจ้าดรารารัศมี ทรงซิ่นประทับฉายพระรูป พร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายใน

“พระราชชายาเจ้าดารารัศมี” เจ้าหญิงนครเชียงใหม่ ถวายตัวในรัชกาลที่ 5 กับชีวิตใน “ราชสำนักสยาม”

พระราชชายาเจ้าดารารัศมี (26 สิงหาคม 2416 – 9 ธันวาคม 2476) เป็นเจ้าหญิงในราชวงศ์ทิพย์จักรจากนครเชียงใหม่ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการรวมล้านนาเข้ากับสยาม โดยการถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา พระประวัติของพระองค์ที่ว่าด้วยความรักและความเอาพระทัยใส่ที่พระราชายาเจ้าดารารัศมีทรงได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ความจงรักภักดีต่อราชสำนักสยาม ฯลฯ มีให้เห็นอยู่โดยทั่วไป

ขณะเดียวกันก็มีประเด็นที่ร่ำลือถึงความขมขื่นของพระราชชายาฯ, การได้เปรียบเสียเปรียบของล้านนาและสยาม ฯลฯ ซึ่งจิรชาติ สันต๊ะยศ เขียนไว้โดยละเอียดใน “การสร้างความทรงจำเกี่ยวกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในฐานะบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ระหว่างทศวรรษ 2500 ถึง ทศวรรษ 2520” (ประวัติศาสตร์ฉบับ “รื้อสร้าง” ทั้งที่ “จริง” และ “สร้างขึ้นใหม่” เจ้าดารารัศมี, สนพ. มติชน 2551)

จิรชาต สันต๊ะยศ ค้นคว้าเอกสารเกี่ยวกับเจ้าดารารัศมีจำนวนมากที่ทำให้เกิดมุมมองทำให้มุมมองต่อประวัติศาสตร์ในช่วงดังกล่าว และพระประวัติพระราชาชายาฯ กว้างขวางยิ่งขึ้น ในที่นี้จึงขอคัดย่อมาเพียงบางส่วนดังนี้

ในงานเขียน ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง ที่ชื่อว่า “เพ็ชร์ล้านนา เล่ม 1” นำเสนอถึงชีวิตในฝ่ายในที่ขมขื่นว่า

“พระสนมกํานัลภายในวังพากันอิจฉาตาร้อน คิดเสียว่าพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงมีพื้นเพอยู่ทางเหนือ การคบค้าสมาคมและการต้อนรับจากภาคกลางอย่างต่ำต้อยด้อยหน้า เมื่อพูดถึง ลาว แล้ว เจ้าจอมหม่อมห้ามคงเข้าใจว่า สมเด็จพระปิยมหาราชก็คงจะเห็นด้วยกับการกระทํากลั่นแกล้งหยามเหยียดต่างๆ…ซึ่งวิธีการเล่นสกปรกต่างๆ ทําให้พระราชชายาทรงรู้สึกกลัดกลุ้มรุ่ม ร้อนพระทัยเป็นยิ่งนัก”

หรือ“พระราชชายา บ่นกับผู้ใกล้ชิดว่า พระองค์ใคร่จะเสวยลําโพง (มะเขือบ้า) เป็นคนวิกลจริต แล้วทางกรุงเทพฯ จะได้ส่งกลับนครเชียงใหม่บ้านเกิดให้รู้แล้วรู้รอด จะได้พ้นจากความลําบากยากแค้นเสียที และผู้ใกล้ชิดพระองค์ได้ทัดทานไว้ว่า ขอให้อดใจรอจนกว่าเหตุร้ายจะกลายเป็นดีในวันหนึ่ง…”

หรือ “การกระทํากลั่นและหยามเหยียดต่างๆ ที่พวกเธอทั้งหลายมีต่อพระราชชายา ซึ่งวิธีการเล่นสกปรกต่างๆ ทําให้พระราชชายาทรงรู้สึกกลัดกลุ้มร้อนรุ่มพระทัยยิ่งนัก แม้แต่ในขันทองสรงน้ำของพระองค์ ก็มีกระดาษเขียนตัวเลขยันต์คล้ายคาถา…น้ำในห้องสรงของพระองค์ก็ถูกโรยด้วยหมามุ่ย… บางทีก็มีถุงเงินพระราชทานของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมาวางอยู่ ตามทวารห้องบรรทมเพื่อหาเรื่องให้พระราชชายาว่าขโมยมา…

ภายในสวนสวรรค์ข้างๆ พระตําหนัก ยังมีสิ่งปฏิกูลของมนุษย์ทิ้งเรี่ยราดอยู่…บางที่พระองค์ทรงได้ยินเสียงตะโกนลั่นผ่านหน้าห้องบรรทมว่า เหม็นปลาร้าพระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงมีขันติอดทนอย่างน่าชมเชย อย่างไรก็ดีความก็ล่วงรู้ถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…ทรงว่ากล่าวตักเตือนบรรดาเจ้าจอม หม่อมห้าม พระสนมกํานัล ให้ยุติการกลั่นแกล้ง…กระทบกระเทือนพระทัยพระราชชายาโดยเด็ดขาด”

ขณะที่ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรีของ เจ้าแสงดาว ณ เชียงใหม่ (ธิดาบุญธรรมของพระราชายาเจ้าดารารัศมี) กับ เจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ (ผู้ซึ่งพระราชายาฯ ทรงชุบเลี้ยงและให้การศึกษาเช่นเดียวกัน) เรื่อง “ดารารัศมีรําลึก 5 ธันวาคม 2521” ที่เน้นเรื่องการไม่ถูกต้องชอบธรรมที่ล้านนาต้องยอมรับสถานะที่เหนือกว่าของกรุงเทพฯ เช่น

การสูญเสียประโยชน์ “การที่พระราชชายาฯ ท่านมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ท่านมากมายสําหรับใช้จ่าย โดยเฉพาะส่วนที่ได้จากป่าไม้สักปีละหลายแสน (สมัยนั้น) และยังส่วนที่เป็นของเจ้านายญาติพี่น้องคนอื่นๆ ปีละมากมายเหลือที่จะคณานับ ดังนั้นเมื่อเรายอมเป็นเบี้ยล่างของเขาเสียแล้ว เขาจึงถือสิทธิ์ริบเอาเสียเลย แต่จะริบเอาให้หมดทันทีทันใด ก็ละอายแก่ผีสางเทวดาอยู่บ้าง

จึงเอาเป็นว่าริบตัวป่าไม้ทั้งหมดเป็นของหลวง ตัดไม้ได้เท่าใด ก็คิดให้แต่ค่าตอของมันให้เจ้าของเสียเพียง 2% อีก 98% นั้นต้องเป็นของหลวง และเมื่อเจ้าของที่มีชื่อในบัญชีนั้นตายลงก็เป็นอันว่า แม้แต่ 2% ของท่านผู้นั้นก็กลายเป็นของหลวงไป…ขณะนี้ พ.ศ. 2521 ป่าไม้ของเราหายไปไหนหมด เอาคืนมาให้เจ้าของเสียที่ได้แล้วหรือยัง? เพราะป่าไม้เหล่านี้ครึ่งหนึ่งมาจากสินสมรสของแม่เจ้าตาเวย…บางส่วนก็เป็นราชอาณาจักรลานนาไทยแต่โบราณ…”

หนังสือของเจ้าประกาย ณ เชียงใหม่ เล่มนี้ กล่าวถึงการโปรดเกล้าฯ ให้มีพิธีโสกันต์แก่เจ้าดารารัศมีนั้น ผู้เขียนใช้ข้อความว่า

จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร เชิญพระกุณฑลและพระธำมรงค์ประดับเพชร มาพระราชทานเป็นของขวัญและขอหมั้น ด้วยโดยพระราชทานเค้ามั่นสัญญาว่า จะไม่เหยียบย่ำ จะยกย่องเสมอกันทางเชียงใหม่จึงไม่ขัดพระราชประสงค์…” และ“…ความจริงแล้ว พระองค์ท่านมิได้มีพระประสงค์จะละความเป็นหนึ่งในอาณาจักรของตนเอง ลงมาเป็นเบี้ยล่างของใคร

แต่ความผันผวนทางการเมืองที่พระบิดาและพระญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดจริงๆ ลงความเห็นให้พระองค์ท่านตัดสินชีวิตของตนเอง ว่าจะไปเป็นราชบุตรีบุญธรรมของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย หรือจะเป็นทองแผ่นเดียวกับราชวงศ์ทางใต้ เมื่อทรงพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การอยู่กลุ่มชนที่มีเชื้อชาติและศาสนาเดียวกัน แม้ต้องขมขื่นอย่างไรก็ยังคงพอพูดกันรู้เรื่อง…”

นอกจากนั้นงานเขียนของเจ้าประกายแก้ว ยังกล่าวถึงสาเหตุการสิ้นพระชนม์แปลกๆ ของพระองค์เจ้าหญิงวิมลนาคนพีสีธี พระราชธิดาของพระราชชายาฯ

และนี่คืออีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่รอให้มีการศึกษา เผยแพร่ในระดับที่ลึกและกว้างขึ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าดารารัศมี” เจ้าหญิงนครเชียงใหม่ ถวายตัวในรัชกาลที่ 5 กับชีวิตใน “ราชสำนักสยาม”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...