โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒน์ เตรียมถอน ‘นิติบุคคลล่องหน’ ขาดส่งงบการเงินต่อเนื่องเกิน 3 ปีกว่า 8,519 ราย เข้าข่ายบริษัทร้าง แนะผู้ประกอบการธุรกิจก่อนลงทุนต้องตรวจสอบให้ดี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2562 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2562 เวลา 04.03 น.

เดินหน้าตรวจสอบนิติบุคคลที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ล่าสุดพบนิติบุคคลขาดการส่งงบการเงินเกิน 3 ปีติดต่อกัน จำนวน 8,519 ราย ไม่ชำระบัญชีให้เสร็จ จำนวน 3,959 ราย เข้าข่ายเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทร้าง พร้อมถอนชื่อเพื่อป้องกันการใช้ชื่อนิติบุคคลที่มิได้ทำการค้ามาหลอกลวงประชาชน เตือนนักธุรกิจก่อนลงทุนต้องตรวจสอบคู่ค้าให้ดีด้วยช่องบริการข้อมูลนิติบุคคลของกรมฯ

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ออกจากทะเบียนจำนวน 8,519 ราย ด้วยเหตุจาก ‘ไม่นำส่งงบการเงิน’ ย้อนหลังนานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 ปี

นับตั้งแต่ปีงบการเงิน 2558-2560 ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานว่ามิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว นอกจากนี้ยังพบนิติบุคคลที่ ‘จดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่ดำเนินการชำระบัญชี’ ให้เสร็จสิ้น จำนวน 3,959 ราย ซึ่งกรมฯ จะประกาศรายชื่อนิติบุคคลดังกล่าวผ่าน www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน

โดยการดำเนินการในครั้งนี้  เพื่อเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน สร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูล และป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ ทั้งนี้ นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมฯ จะประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการในแนวทางเดียวกัน

สำหรับนิติบุคคลที่เข้าข่ายจะถูกขีดออกจากทะเบียน กรมฯ ได้ใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาจากมูลเหตุหรือข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่ามิได้ทำการค้าขายหรือประกอบกิจการแล้วโดยพิจารณาจาก ใน 2 ประเด็นคือ นิติบุคคลที่ไม่นำส่งงบการเงินต่อกรมฯ เพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

นับตั้งแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังไป 3 ปีติดกัน และ นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อให้การชำระบัญชีเสร็จสิ้นภายใน 3 ปี ส่งผลให้ชื่อของนิติบุคคลนั้นยังคงค้างอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนของกรมฯ ซึ่งทำให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่ยังมีตัวตนอยู่ในปัจจุบัน มากไปกว่านั้นอาจส่งผลต่อประชาชน ผู้ร่วมค้า หรือผู้ร่วมลงทุนที่อาจเข้าใจผิดว่านิติบุคคลเหล่านั้นยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ และก่อให้เกิดความเสียหายจากการทุจริตหลอกลวงตามมา

ทั้งนี้ เมื่อนิติบุคคลได้ถูกถอนทะเบียนร้างแล้วจะถือว่าสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ความรับผิดชอบของหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นยังคงมีต่อไป อย่างไรก็ดีนิติบุคคลอาจฟื้นคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน

ปัญหาการก่ออาชญากรรมด้านการหลอกลวงให้ร่วมทำธุรกิจ หรือการสร้างความน่าเชื่อให้กับธุรกิจที่ ไม่มีตัวตน โดยอ้างว่ามีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจขึ้นจริงจนเกิดคดีความฟ้องร้องกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่กรมฯ ได้ให้ความสำคัญในการป้องกัน ปราบปรามไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นและขยายวงลุกลามไปกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

ดังนั้น กรมจึงขอแนะนำไปยังผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนทั่วไปจะต้องตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลก่อนการลงทุนหรือดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจทุกครั้งผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1) สายด่วน 1570 2) www.dbd.go.th หัวข้อ DBD Datawarehouse และ 3) Application ‘DBD e- Service’ ผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อเช็คสถานะนิติบุคคลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...