ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกับ บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการ “ธนาคารปูม้า” สร้างความสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยั่งยืน
ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคในการรับประทานอาหารทะเลมีมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการใช้เครื่องมือการทำประมงที่มีประสิทธิภาพในการจับสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ ถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสมดุลทางธรรมชาติถูกทำลายลง การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ ดังเช่น “ธนาคารปูม้า” ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินกิจกรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เริ่มต้นจากการใช้กระชังเป็นพื้นที่พักรอให้แม่ปูม้าทำการเขี่ยไข่เอง แต่ด้วยวิธีการนี้ค่อนข้างยุ่งยากต่อการตรวจสอบแม่ปูม้าว่าเขี่ยไข่แล้วหรือไม่ ซึ่งต้องทำการเก็บรั้งกระชังขึ้นดูทุกวัน เพื่อส่งคืนแม่ปูที่เขี่ยไข่แล้วให้เจ้าของ ธนาคารปูม้ารูปแบบนี้มีข้อจำกัดมากมาย เช่น ความลึกของน้ำ สภาวะคลื่นลม ขนาดของกระชัง ต่อมาในปี 2541 จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็นตะกร้าพลาสติกทรงสูงพร้อมทุ่นลอยในการพักรอแม่ปู พบว่าวิธีนี้ดีกว่าวิธีแรกด้วยเหตุผลว่า ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ตรวจสอบง่าย สามารถจัดหาได้ง่ายและราคาถูก แต่ยังพบข้อด้อยที่ตะกร้ามีการโยกไปมาถ้ามีคลื่นลม ส่งผลให้แม่ปูเกิดความบอบช้ำ นำไปจำหน่ายต่อไม่ได้ราคา ต่อมาในปี 2549 เกิดความร่วมมือระหว่างศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กับบริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมโครงการธนาคารปูม้า โดยบริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาและติดตั้ง ระบบ “ระบบฟักไข่สัตว์น้ำแบบ CASHT” ด้วยถังพักไข่ปูด้วยถังพลาสติก จำนวน 7 ใบสำหรับแยกไข่กับลูกปูระยะแรกฟัก โดยใช้หลักการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน หมุนเวียนต่อเนื่องจนกว่าจะฟักออกเป็นตัว ส่วนลูกปูม้าระยะโซเอี้ย (zoea) จะว่ายน้ำขึ้นมาหาแสงที่ผิวน้ำจำนวนมาก ลูกปูทั้งหมดจะล้นออกที่ท่อน้ำล้นในถังกรวยผ่านลงสู่กระชังกรองลูกปูเพื่อรอรวบรวมแล้วปล่อยลงสู่อ่าวคุ้งกระเบนหลังเวลา 21.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกินโดยฝูงปลาผิวน้ำที่หากินช่วงกลางวันและช่วงรอยต่อของแสง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการปล่อยลูกปูระยะดังกล่าวคือ เวลา 21.00 น. ถึง 03.00 น. ระบบนี้สามารถควบคุมเวลาได้ดีกว่าการนำแม่ปูม้าที่ผ่านการเขี่ยไข่เพื่อนำเข้าสู่ระบบเพาะฟักสามารถทำได้ตลอดเวลา และสามารถนำแม่ปูม้าดังกล่าวเข้าสู่โรงต้มปูหรือไปจำหน่ายแบบปูม้ามีชีวิตต่อได้ทันทีทำให้ได้ปูม้าที่มีคุณภาพและราคาดี
ปัจจุบันโครงการ“ธนาคารปูม้า” ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการมาได้สร้างความรู้และความเข้าใจโดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงที่เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น จึงร่วมมือในการบริจาคไข่ปูเข้าร่วมโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการติดตั้งระบบ ส่งผลดีต่อปริมาณทรัพยากรปูม้าในพื้นที่ ถือเป็นรูปแบบของการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่ยั่งยืนรูปแบบหนึ่ง ในการสร้างและรักษาพันธุ์สัตว์น้ำให้คงอยู่เพื่อรักษาปริมาณสัตว์น้ำวัยอนุบาลให้กับท้องทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต