โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ “หนังสือการ์ตูน” คือสิ่งที่ถูกขโมยมากที่สุดในญี่ปุ่น ! - เพจ Eak SummerSnow

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2563 เวลา 20.35 น. • เพจ Eak SummerSnow

 เรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกๆที่เรามักจะได้ยินเวลาที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ถึงขั้นที่มีคำกล่าว (ใครกล่าวก็ไม่รู้เหมือนกัน) ว่า “ถ้าทำของหายในญี่ปุ่นยังไงก็ได้คืน” หรือ “ถ้าทำกระเป๋าเงินตกไว้ ให้เดินย้อนกลับไปทางเดิม มันก็จะยังวางอยู่ที่เดิมไม่มีคนหยิบไป” ซึ่งคำกล่าวนี้มันก็เป็นจริงแค่ในบางกรณีเท่านั้นแหละนะครับ แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมของญี่ปุ่นที่คนนอกมองเข้าไป ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่เคารพกฎ และมีความปลอดภัยสูงอยู่ดี

 แต่ทว่า กลับมีของอย่างหนึ่งในญี่ปุ่นที่ถูกขโมยบ่อยมากๆ เรียกว่าขโมยกันจนร้านค้าเริ่มทนไม่ไหว ต้องออกมาใช้มาตรการในการจัดการหัวขโมยกันเลยทีเดียว สิ่งนั้นไม่ใช่ของราคาแพงอย่างทอง หรือเพชร แต่มันกลับเป็น “หนังสือการ์ตูน” หรือที่ญี่ปุ่นเขาเรียกว่า “มังงะ” นั่นเองครับ

 แม้ว่าวงการหนังสือในบ้านเราจะค่อนข้างซบเซาเพราะปัจจุบันนี้คนนิยมอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิคหรืออ่านทางออนไลน์มากกว่า ทำให้ยอดขายหนังสือนั้นตกลง ร้านหนังสือหลายร้านต้องปิดกิจการไป โดยเฉพาะร้านที่ขายหนังสือการ์ตูนเป็นหลัก แต่ที่ญี่ปุ่น หนังสือการ์ตูนแบบเป็นเล่มๆก็ยังได้รับความนิยมมากอยู่ดีครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันสามารถจับต้องได้ ได้ฟิลลิ่ง ได้อรรถรสในการอ่านมากกว่า แถมยังเป็นของสะสมเอาไว้วางโชว์ได้ เป็นความสุขทางใจที่ได้จับหนังสือเล่มโปรดมากกว่านั่งอ่านในจอแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์

 และสาเหตุที่มักจะมีการขโมยหนังสือการ์ตูนกันอยู่เป็นประจำ เขาบอกว่าส่วนใหญ่หัวขโมยมักจะเป็นกลุ่มเด็กวัยมัธยมครับ ซึ่งคนที่ขโมยเนี่ย ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีเงินซื้อนะ บางคนก็มีเงินซื้อ บ้านก็มีฐานะดีนั่นแหละ แต่ที่มาขโมยเพราะว่ารู้สึกอยากลองของ อยากขโมยมากกว่าซื้อ รู้สึกว่าการขโมยมันเท่ ทำให้อาดรีนาลีนหลั่ง รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับการขโมย หรือบางคนก็ทำไปเพื่อประชดพ่อแม่ที่ไม่สนใจ ก็ทำการขโมยของเพื่อเรียกร้องความสนใจ รวมถึงบางคนก็ถูกบังคับให้ขโมยทั้งๆที่ไม่เต็มใจก็มี เพราะในญี่ปุ่นเองมีการกลั่นแกล้งในโรงเรียนอยู่เยอะ และบางกลุ่มนั้นถือว่าการขโมยของ (โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูน) นั้นเป็นขั้นตอนปฏิบัติเพื่อการรับเข้ากลุ่มเหมือนการทเสอบความกล้าอะไรประมาณนั้น ถ้าสามารถขโมยหนังสือได้ ก็จะรับเข้ากลุ่มและไม่โดนรังแก (แต่บางทีถึงยอมทำตามแล้วก็ยังโดนรังแกอยู่ดีอะนะ) ทำให้บางคนแม้จะไม่อยากขโมย แต่ก็กลับถูกคนอื่นบังคับให้ขโมย ทำให้สถิติการขโมยหนังสือการ์ตูนนั้นเพิ่มสูงขึ้น

 และจำนวนการขโมยมันมาอยู่ในระดับที่สูงมากจนร้านค้าเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปก็ตอนที่หนังสือการ์ตูนเรื่อง Kimetsu no Yaiba หรือ “ดาบพิฆาตอสูร” ออกวางขายนี่แหละครับ การ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น เรียกว่าสร้างปรากฏการณ์ในวงการการ์ตูนญี่ปุ่นเลยทีเดียว พอการ์ตูนเรื่องนี้ออก คนก็จะมาซื้อกันเกลี้ยงแผงไปแทบทุกครั้ง ต้องมีการพิมพ์ใหม่พิมพ์แล้วพิมพ์อีกเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการซื้อ

 และในเมื่อมันดังขนาดนี้ ไม่ใช่แค่คนที่อยากจะซื้ออย่างเดียวเท่านั้นที่แย่งกัน คนที่จ้องจะขโมยก็อยากจะขโมยเช่นกัน ซึ่งก็มีการเปิดเผยของทางร้านหนังสือออกมาว่าหนังสือการ์ตูนเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร” นั้นถูกขโมยแทบทุกวัน วันละหลายเล่ม จนร้านเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป แม้จะมีการติดกล้องวงจรปิดไว้จับขโมย แต่พอถูกขโมยไปทุกๆวัน จะให้ไปแจ้งความทุกวันไล่จับทุกวันมันก็ไม่ไหว ไม่ต้องทำมาหากินอย่างอื่นกันพอดี

 ทางร้านหนังสือหลายๆร้านในญี่ปุ่นเขาก็เลยตัดสินใจใช้มาตรการ “เก็บหนังสือการ์ตูนเรื่องดาบพิฆาตอสูร” ออกจากชั้นวางหนังสือไปเลย กลายเป็นชั้นวางว่างๆแล้วติดป้ายไว้ว่าถ้าอยากซื้อหนังสือเรื่องนี้ให้มาบอกกับพนักงานขายที่เคาเตอร์คิดเงิน และพนักงานจะเป็นคนหยิบให้ เพื่อป้องกันการขโมยของ ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลลัพท์ที่ดีพอสมควร จึงมีร้านหนังสือที่ใช้มาตรการนี้เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นปรากฏการณ์แปลกๆที่จะพบได้ในร้านหนังสือในญี่ปุ่นหลายร้านตอนนี้

 ทั้งนี้ทั้งนั้น การขโมยหนังสือการ์ตูนเคยเป็นข่าวใหญ่ในญี่ปุ่นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2012 ครับ เมื่อหนุ่มชาวญี่ปุ่น 3 คนได้ทำการขโมยหนังสือการ์ตูนจำนวนถึง 98 เล่ม !! จากร้านเช่าหนังสือแห่งหนึ่งในจังหวัดมิยางิ ซึ่งหลังจากที่เขาทำการขโมยของแล้วทางร้านก็แจ้งตำรวจให้ตามจับทันที เจ้าหัวขโมยทั้งสามคนแทนที่จะมอบตัว ก็เกิดบ้าเลือดอะไรไม่รู้พี่แกเล่นขับรถซึ่งหลบหนีตำรวจไปทั่วเมือง เรียกว่าป่วนชาวบ้านเขาไปทั่วเพราะทั้งฝ่าไฟแดง วิ่งสวนเลนส์ แถมขับด้วยความเร็วสูง ตำรวจจึงต้องยกระดับการจับกุมขึ้น จากเดิมแค่ตามจับหัวขโมยหนังสือการ์ตูนธรรมดาๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ละ ตำรวจเลยได้ยกระดับกลายเป็นการจับกลุ่มโจรป่วนเมืองไปโดยปริยาย เพราะเขากังวลว่ามันอาจจะเกิดอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นกับคนอื่นที่ใช้ถนนได้ ซึ่งสุดท้ายตำรวจก็ต้องเรียกรถตำรวจมากว่า 20 คันในการไล่ล่าและล้อมจับ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ เรียกว่าต้องปิดทั้งเมืองเพื่อไล่ล่าพวกแก และคุณตำรวจก็สามารถจับ “โจรขโมยการ์ตูน” 3 คนนี้ได้ในที่สุด หลังไล่ล่าอยู่นานเกือบชั่วโมง นับเป็นคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการขโมยการ์ตูนโดยแท้จริง

 ปกติเราอาจจะรู้สึกว่าอาชญากรรมอย่างเช่นการขโมยของนั้นจะเกิดกับคนที่มีปัญหาทางด้านการเงิน เพราะความยากจนเป็นเหตุ แต่สุดท้ายแล้วแม้แต่คนที่ฐานะดี ในประเทศที่เคารพกฎเกณฑ์หรือมีความปลอดภัยสูงขนาดไหน แต่ก็มีอาชญากรรมที่เกิดจากเหตุผลต่างๆกันออกไปเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จงอย่าประมาทเป็นดีที่สุดครับ

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow

อ้างอิง

  • crunchyroll
  • ASAHI SHIMBUN
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...