โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ฮิโรมิ อูเอฮารา" และแจ๊ซดนตรีที่เชิดชูความเป็นมนุษย์ ในหนังเรื่อง Blue Giant

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2567 เวลา 10.57 น.
ฮิโรมิ อูเอฮารา

Blue Giant เป็นมังงะเซเน็ง (Seinen Manga การ์ตูนญี่ปุ่นที่มีผู้ชายวัย 18-25 ปีเป็นกลุ่มเป้าหมาย) ผลงานการสร้างสรรค์ของ ชินอิจิ อิชิซึกะ ที่เล่าเรื่องของ มิยาโมโตะ ได ชายหนุ่มจากเมืองเซ็นไดที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะต้องเป็นศิลปินแจ๊ซอันดับหนึ่งของโลกให้ได้และเดินทางมายังกรุงโตเกียวเพื่อสานฝันนั้น

Blue Giant ตีพิมพ์ลงแม็กกาซีน Big Comic ของทางสำนักพิมพ์โชกากุคังในระหว่างปี 2013-2016

และถือเป็นมังงะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนมีการตีพิมพ์ออกมาเป็นซีรีส์ภาคต่อตามมาอีกหลายครั้ง

Blue Giant เป็นมังงะที่มีการดำเนินที่น่าติดตาม ความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อในการเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟนของเขาสร้างทักษะการด้นสด (Improvise) ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของดนตรีแจ๊ซออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

ซึ่งความหลงใหลในดนตรีแจ๊ซอย่างลึกซึ้งของได ทำให้เขาได้รับการยอมรับจาก วาซาเบะ ยูริโนกิ มือเปียโนแจ๊ซอัจฉริยะ ในการตั้งวงที่มีชื่อว่า JASS ร่วมกัน

ก่อนที่จะได้ ทามาดะ ชุนจิ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาเป็นสมาชิกร่วมวงในตำแหน่งมือกลองโดยที่ทามาดะต้องหัดเล่นกลองตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงด้วยตัวเอง

มังงะแนวดนตรีถึงแม้ว่าจะมีลายเส้นที่สวยงามและมีการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในขณะที่อ่านตัวหนังสือไม่อาจจะส่งเสียงออกมาเป็นเพลงให้ฟังได้

มังงะวงดนตรีแนวร็อกอาจจะจินตนาการถึงเสียงดนตรีได้ไม่ยากนัก

แต่ไม่ใช่สำหรับดนตรีแจ๊ซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดนตรีในแนวคูลแจ๊ซ, บีบ็อบ, ฮาร์ดบ็อบ หรือโมแดลแจ๊ซ

ศิลปินแจ๊ซที่ถูกอ้างอิงถึงในหนังเรื่อง Blue Giant มีทั้ง ไมล์ เดวิส, ซอนนี โรลลินส์, จอห์น โคลเทรน, บิล อีแวนส์ และ อาร์ต เบลกกี มือกลองแจ๊ซที่เคยร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊ซระดับตำนานอย่าง ธีโลเนียส มังก์, ชาร์ลี ปาร์กเกอร์ และ ดิซซี กิลเลสพี มาแล้ว

ความท้าทายสำหรับผู้สร้างหนังเรื่องนี้นอกจากงานวิชวลที่งดงามตระการตา

แล้วก็ยังอยู่ที่การเฟ้นหานักแต่งเพลงที่จะเป็นผู้แปลเปลี่ยนภาพและตัวอักษรในมังงะให้กลายมาเป็นเสียงดนตรีแจ๊ซจริงๆ

ฮิโรมิ อูเอฮารา เริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และหลังจากนั้นอีกสองปีเธอก็เริ่มเรียนทฤษฎีดนตรีแจ๊ซ ในช่วงวัยรุ่นเธอได้มีโอกาสเล่นคอนเสิร์ตกับศิลปินแนวฟิวชั่นแจ๊ซระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Chick Corea

พออายุได้ 20 ปี ฮิโรมิก็ได้รับทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนนาน 4 ปีที่ Berklee College of Music ในเมืองบอสตัน และทำให้เธอได้พบกับศิลปิน โมแดลแจ๊ซ และฮาร์ดบ็อบ ระดับตำนานอย่าง อาหมัด จามาล ที่เธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเป็นเหมือนคุณพ่อคนที่ 2 และเป็นผู้ที่สนับสนุนและผลักดันทักษะการเล่นดนตรีของฮิโรมิให้เก่งกาจมากยิ่งขึ้นไปอีก

ความรักในดนตรีทุกแนวของเธอไม่ว่าจะเป็นคลาสสิค, ร็อก, ป๊อป, โซล และอีกมากมายทำให้เธอเป็นแฟนเพลงของวงดนตรีอย่าง Sly and the Family Stone, Dream Theater, King Krimson, ออสการ์ ปีเตอร์สัน ไปจนถึงคีตกวีนามอุโฆษอย่าง โยฮัน เซบาสเตียน บาค

ฮิโรมิ อูเอฮารา และ ชินอิจิ อิชิซึกะ เป็นเพื่อนสนิทกันมานานหลายปี ส่งผลให้เธอเป็นศิลปินที่เขาคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่แรกว่าจะให้เธอมาทำหน้าที่เป็นผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบหนังที่ดัดแปลงมาจากมังงะของเขา

และถึงแม้ว่าฮิโรมิจะเป็นนักดนตรีแจ๊ซยอดฝีมือก็ตาม แต่ศาสตร์ภาพยนตร์ถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับเธอ ส่งผลให้สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการศึกษาแคแร็กเตอร์ของไดอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก, นิสัย, ความมุ่งมั่นปรารถนา

ไปจนถึงความเป็นนักสู้ที่ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ

ไดเป็นคนที่มีนิสัยคล้ายฮิโรมิอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในสถานการณ์เข้าตาจน

ดนตรีประกอบหนังเรื่อง Big Giant ก็เลยสะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่กำลังต่อสู้กันเองอยู่ภายในเพื่อสื่อถึงสหัชญาณที่ถือเป็นการหยั่งรู้อย่างหนึ่ง ความหยั่งรู้นี้เกิดจากอายตนะภายในและอายตยะภายนอก (ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ซึ่งไดได้นำความตระหนักรู้เหล่านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นโน้ตดนตรีที่แต่งขึ้นมาสดๆ และถ่ายทอดมันออกมาผ่านการเป่าแซ็กโซโฟน

“ในมุมมองของฉัน ตัวตนที่แท้จริงของเรามีเพียงหนึ่งเดียว มันสะท้อนออกมาผ่านทางบุคลิกภายนอก แต่สิ่งที่อยู่ภายในนั้นถูกกระตุ้นด้วยแรงปรารถนาอยู่เสมอ ฉันจึงพยายามที่จะค้นหาสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สิ่งที่อยู่ภายในไม่มอดดับลง อาหมัด จามาล เคยบอกฉันเอาไว้ว่า งานเพลงหรือโชว์ที่ดีที่สุดของคุณจะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป มันเป็นคำพูดที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลาและไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดีที่สุดหรอก เพราะมันจะยังดีกว่านี้ได้เสมอ”

ฮิโรมิให้สัมภาษณ์กับทางสำนักช่าว The Guardian เอาไว้เมื่อปีที่แล้ว

29 เพลงในอัลบั้มซาวด์แทร็กหนัง Blue Giant ตลบอบอวลไปด้วยดนตรีฟิวชั่น แจ๊ซ, บีบ็อบ (แจ๊ซที่ปลดปล่อยความเป็นส่วนตัวออกมาผ่านการด้นสด บีบ็อบ ถูกคิดค้นขึ้นมาในทศวรรษที่ 40 ซึ่งเป็นยุคที่สะวิงแจ๊ซ ถูกมองว่าเป็นแบบแผนมากเกินไป), คูลแจ๊ซ (แจ๊ซที่ลดทอนความรวดเร็วของดนตรีบ็อบแต่เพิ่มความนุ่มนวลลงไป), ฮาร์ดบ็อบ (ฮาร์ดบ็อบคือบีบ็อบที่เพิ่มความซับซ้อนของการด้นสดให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการนำดนตรีบลูส์, กอสเพล และ ริธึ่ม แอนด์ บลูส์ ของคนดำมาผสมผสานด้วย)

ฮิโรมิ ทำหน้าที่แต่งเพลง, เล่นเปียโนและโปรดิวซ์อัลบั้มซาวด์แทร็กชุดนี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวโดยมีนักดนตรีคลาสสิคและแจ๊ซระดับแถวหน้ามาร่วมเล่นมากกว่า 30 คน

ในส่วนของเครื่องสายในวงออร์เคสตราควบคุมวงโดย มิโฮ ฮาซามะ อีกหนึ่งศิลปินแจ๊ซหญิงระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นและเป็นศิลปินในสังกัดของ Verve ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินแจ๊ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้อยู่ในฉากดวลชั้นเชิงการเล่นดนตรีแจ๊ซของได, ยูกิโนริ และทามาดะ ซึ่งเป็นฉากไคลแมกซ์ของหนังที่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามผลักดันตัวเองเพื่อไปให้ถึงขีดสุดของความสามารถของแต่ละคน

เพลงนี้ ฮิโรมิเป็นคนแต่งทำนองและแต่งโน้ตเปียโนแบบสดๆ ในห้องอัด

แต่เพลงที่เธอชอบที่สุดคือ Blue Giant ที่บรรเลงในช่วง End Credits

“ในตอนที่ฉันกำลังบันทึกเสียงเพลงอื่นให้กับหนังเรื่องนี้ อยู่ๆ เมโลดี้ในทำนองเปียโนก็บรรเลงขึ้นมาเอง ฉันหลงรักเมโลดี้ที่เรียบง่ายแต่งดงามในทุกโน้ตที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกนี้ก็เลยลงมือเขียนโน้ตลงกระดาษทันที และเพื่อเป็นการให้เกียรติหนัง ฉันเลยตั้งชื่อเพลงเพลงนี้ว่า Blue Giant”

ฮิโรมิกล่าว

โทโมเอกิ บาบะ มือแซ็กโซโฟนแจ๊ซ รับหน้าที่เป่าแซ็กโซโฟนให้กับทุกเพลงในหนัง เขาผ่านการออดิชั่นอย่างง่ายดายเพราะชั้นเชิงในการด้นสดที่ได้รับการยอมรับในวงการเพลงแจ๊ซญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน จุน อิชิวะ เป็นมือกลองแจ๊ซที่เล่นให้กับวง The Millenium Parade ทักษะการเล่นกลองของจุน ทั้งทรงพลังและเที่ยงตรงอย่างยิ่ง จังหวะกลองที่เล่นกับเปียโนในหนังเรื่องนี้สามารถสร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้ชมได้ดี แต่เมื่อเขาตีกลองในทำนองฮาร์ดบ็อบ ความร้อนแรงดั่งเพลิงไฟก็แทบจะแผดเผาผู้ชมเข้าไปถึงจิตวิญญาณเลยทีเดียว

ก่อนที่จะเป็นดนตรีที่แสดงสถานะของชนชั้นสูงในปัจจุบัน แจ๊ซเคยเป็นดนตรีของคนยากไร้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเพลงบลูส์ ด้วยความที่คนดำไม่ได้เรียนทฤษฎีดนตรีอย่างถูกต้องและเน้นการฟังเป็นหลักจึงเกิดการเล่นแบบถูกบ้างผิดบ้าง แต่ด้วยคีตปฏิภาณความเป็นศิลปิน การแต่งทำนองเพลงขึ้นมาสดๆ จึงทำให้การเล่นดนตรียังไปต่อได้ด้วยท่อนโซโล่ที่ยาวนานและนั่นคือที่มาของดนตรีแจ๊ซ

แจ๊ซจึงไม่ได้เป็นแนวดนตรีที่ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบอย่างสูงเพื่อสร้างความกลมกลืนหรือฮาร์โมนีให้ไปกันได้กับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในวงที่เหมือนจะเล่นกันไปคนละทิศละทางเท่านั้น

แต่แจ๊ซคือเครื่องพิสูจน์ความเป็นนักสู้ของศิลปินและเป็นดนตรีที่เชิดชูความเป็นมนุษย์ได้ดีที่สุดอีกด้วย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮิโรมิ อูเอฮารา” และแจ๊ซดนตรีที่เชิดชูความเป็นมนุษย์ ในหนังเรื่อง Blue Giant

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...