ภวิน ธนิก ยันไม่ได้ซ้อมอดีตแฟนสาว มั่นใจหลักฐานที่มี เล่าเหตุการณ์ละเอียดยิบ
ภวิน ธนิก ยันไม่ได้ซ้อมอดีตแฟนสาว มั่นใจหลักฐานที่มี เล่าเหตุการณ์ละเอียดยิบ
จากกรณีที่นักแสดงหนุ่ม ภวิน ธนิก กมลธรานนท์ ถูกต้นสังกัดประกาศพักงานชั่วคราว หลังเจอข่าวอดีตแฟนสาวออกมาแฉถูกทำร้ายร่างกายหนัก โชว์หลักฐานทั้งรอยฟกช้ำ รอยแดง รอยขีดข่วนอย่างชัดเจน รวมถึงระบุว่ากระดูกและขาหักเลยทีเดียว โดยล่าสุดที่ตึก GMM Grammy ภวิน ธนิก ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ โดยได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดในอีกมุมไว้ว่า
ต้องยอมรับว่าผมคบกับเขาจริงๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จริงๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผมบอกเลิกเขาครั้งแรก เขาจะไปกระโดดระเบียง ผมได้ห้ามและยอมคบเขาต่อ ไม่เลิก หลังจากนั้น 2-3 วัน เขาก็บอกเลิกผม ผมก็ยอมเลิก เริ่มเก็บของออกจากคอนโด ระหว่างที่ผมเก็บของเขาก็วิ่งไปหยิบเชือกเหมือนจะเอามาผูกคอ ผมได้ห้าม หลังจากนั้นจะเป็นเหตุการณ์วันที่ 18-19 ก.พ. ที่เขาพูดกับผมว่าถ้าวันที่ 20 ก.พ. ผมไปทำงานแล้วกลับมาเห็นเขาไม่มีลมหายใจแล้วจะทำยังไง ผมก็กังวลตรงนี้ เลยให้เขาโทรหาโรงพยาบาล แล้วนัดว่าวันไหนจะไปกัน
เหตุการณ์มาเกิดขึ้นจริงๆ วันที่ 22 ก.พ. ผมคุยกับเพื่อน เขาไม่พอใจ ก็เลยไปหยิบเชือกมาจะผูกคอ ผมห้าม ผมเอาโทรศัพท์อัดเสียงไว้ เพราะเริ่มกังวลแล้วว่าเหตุการณ์ดูบานปลายไปมากกว่านี้ หลังจากนั้นเขามีจะกระโดดระเบียง ผมห้าม เลยเริ่มเกิดการทะเลาะกัน เขาก็วิ่งไปหยิบมีดมาจะแทงผม ผมก็ป้องกันตัวเอง แย่งมีดจากเขาเอาไปทิ้งหน้าห้อง ระหว่างผมเดินกลับมากั้นระเบียงไม่ให้เขาออก เขาก็ไปหยิบกรรไกรมาจะแทงผม เข้ามาประชิดตัวผมเลยต้องดันเขาออกไป
พอดันออกไปครั้งแรก ก็วิ่งมาอีก ผมก็เลยดันอีกแล้วแย่งกรรไกรไปทิ้งหน้าห้อง พอทิ้งกรรไกรผมก็ตัดสินใจวิดีโอคอลหาเพื่อน ให้ช่วยคุยหน่อย เพราะรู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ว เริ่มเหนื่อย สู้เขาไม่ไหว อธิบายเหตุการณ์กับเพื่อน แล้วเอากล้องฉายไปตรงที่เขาผูกเชือก บอกเพื่อนว่าเขาจะโดดตึก ผมห้ามไปแล้ว ระหว่างที่โทรเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนรู้ เขาวิ่งมาจะไปโดดตึก ผมรีบเอาโทรศัพท์ไว้ที่พื้น ห้ามเขา แล้วค่อยเล่าเหตุการณ์ต่อว่าเขาจะทำอะไร เขามีเดินเข้ามาตบหน้าผม พยายามแย่งโทรศัพท์ และบอกว่าถ้าไม่วางสายจะไลฟ์ไอจี ผมเลยวางสายเพื่อน
จากนั้นก็พยายามอุ้มเขาไปสงบสติอารมณ์ในห้องนอน แต่เข้าไม่ได้เพราะเก้าอี้บังอยู่ เลยอุ้มเขาเข้าห้องน้ำ แต่เขาดิ้นผมเลยเสียหลัก หลังเขาเลยไปกระแทกกับอ่างล้างหน้า เขามีอาการชัก ผมเลย CPR จนดีขึ้น แล้วพามานั่งเกลี้ยกล่อมให้กินยา ระหว่างนั้นผมมีโทรไลน์หาเพื่อนบอกสถานการณ์ เพื่อนก็เป็นห่วงทั้งคู่ พอกินยาเขาก็สงบลง แล้วบอกเขาว่าที่คบกันอยู่กลายเป็นความสัมพันธ์แบบท็อกซิก ทะเลาะครั้งต่อไปมันจะรุนแรงมากขึ้นขนาดไหน หรือจะยังไง เราเลิกกันไหม เขาตอบว่าเขาเลิกก็ได้ ผมก็ไปเก็บของ เขาก็บอกให้ผมรีบออกไป พอผมเก็บกระเป๋า เขาก็เดินไปที่ระเบียง ผมวิ่งตามไปช่วยเขา ซึ่งเขาเอาขาสอดออกไปตรงซี่ระเบียง ตอนนั้นผมไม่เห็นว่าเขาเอาขาล็อกไว้ ก็ช่วยเขาออกมา แล้วบอกให้เขาไปอาบน้ำนอน
พอเขาไปนอนและด้วยความกังวลของผม ก็เลยคิดว่าถ้าเกิดผมนอนไปแล้วเขาทำเหมือนเขาหลับและตื่นขึ้นมาทำอะไร มันจะเกิดอะไรขึ้นไหม โอเคผมก็เลยไม่ยอมนอนรออยู่นอกห้อง อยู่ตรงโซนนั่งเล่นยันเขาตื่น พอเขาสะดุ้งตื่นมาตอนเช้าก็เข้ามาโวยวายผมว่าทำไมไม่เข้าไปนอน ทำไมมานั่งอยู่ข้างนอกและเขาเดินออกไปที่ระเบียงอีกครั้งหนึ่ง ผมก็เลยห้ามไว้และเกลี้ยกล่อมบอกเขาไปนอนไหม และเดี๋ยวผมเข้าไปนอนด้วย เขาก็เลยตกลงเข้าไปนอน
จนเวลา 12.28 นาที แม่ผมโทรมาว่าตื่นหรือยังเพราะผมมีธุระที่บ้าน ผมก็เลยบอกว่าตื่นแล้ว ผมก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็บอกเขาว่าเดี๋ยววันนี้จะเก็บของกลับบ้านนะ เพราะเรามีธุระที่บ้านนะ เขาก็ไม่ยอม มันก็เลยเกิดการทะเลาะกัน ผมก็เลยรีบเก็บของ และในระหว่างที่ผมเก็บของเขาก็รีบเข้ามากอดเรา และผมก็เลยรีบวางของลงบนพื้นเพราะกลัวของจะตก ช่วงระหว่างนั้นก็มีการทะเลาะกันนิดหน่อย ซึ่งเป็นการทะเลาะเถียงกันไปเถียงกันมา และเขาก็เดินไปเหยียบจอคอมพิวเตอร์เราหนึ่งจอ
พอเราเห็นว่าเขามีการทำลายของของเราแล้ว เราก็เลยโทรแจ้งตำรวจว่าอยากจะย้ายออกจากคอนโดนะ แต่ว่าตอนนี้มีคนไม่ให้ผมย้ายออกและมีการทำลายข้าวของผมด้วยก็เลยช่วยให้มาดูหน่อย ซึ่งระหว่างที่คุยเขาก็มีการทำลายข้าวของของผมเพิ่มด้วย ผมก็เลยแจ้งว่าที่เกิดเหตุมันอยู่ตรงนี้ และหลังจากนั้นผมเห็นข้าวของผมแตกผมก็เลยรีบชิ่งเก็บข้าวของออกเลย ซึ่งพอลงมาผมก็เลยโทรบอกเพื่อนว่าสถานการณ์ตอนเช้ามันเป็นยังไง มันไม่ดีแล้ว
และผมก็เห็นคนมุงอยู่ข้างหน้าหน้าคอนโด ผมก็ออกไปดูว่าเขามุงอะไรกัน ซึ่งผมออกไปผมก็เลยเห็นเคสคอมพ์ถูกโยนลงมาแล้ว และผมก็ได้คุยกับพนักงานในคอนโดว่าผมได้แจ้งความไปแล้วและเคสคอมพิวเตอร์ที่ถูกโยนลงมาน่าจะเป็นแฟนผมโยนมา ซึ่งในตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่ามีคนเจ็บหรืออะไร พนักงานก็ไม่ได้บอกผม ผมก็เลยเข้าไปดูคอมพ์แล้วก็รอตำรวจมา
พอมีตำรวจและกู้ภัยมาเขาก็ให้ผมขึ้นไปที่ห้อง และกู้ภัยก็มาดูว่าเขาเป็นอะไรไหมและพาไปโรงพยาบาล พอลงมาผมก็เลยรู้ว่ามีคนเจ็บ ซึ่งตอนนั้นผมได้โทรคุยกับพี่สมคิดแล้ว ซึ่งเป็นสามีของพี่รุ่ง (ผู้บาดเจ็บ) และผมก็ได้คุยกับพี่รุ่งแล้วว่า ตอนนี้อาการพี่เขาเป็นยังไงบ้าง และพี่เขาก็เลยบอกว่าได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังมีการไปล้างแผลทุกวันและมีการตรวจเช็กร่างกายว่าอาการเป็นยังไงบ้าง ซึ่งตรงนี้ผมก็ได้มีการคุยกับพี่รุ่งแล้ว แล้วก็มีเงินช่วยไปจำนวนหนึ่งเป็นเงินของผมเอง ในส่วนของอดีตแฟน ผมไม่รู้เลย ผมไม่ได้ติดต่อเลย หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผมไม่ได้ยุ่งกันเลย แต่ผมก็รู้ตามข่าวว่าทางฝั่งนั้นเขาช่วย 15,000 บาท ฝั่งเราก็ช่วยอีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็มีส่งกระเช้าไปครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของงาน จากที่ทุกคนรู้กันว่าเมื่อวานทางบริษัทมีการโพสต์แจ้งข่าวว่าผมโดนพักงาน ส่วนนี้ผมก็ค่อนข้างกังวลมากๆ เพราะว่าที่ผ่านมาผมก็ตั้งใจทำงานตรงนี้มาโดยตลอด ผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมก็เข้าใจทางค่าย เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้ส่งผลกระทบต่อค่ายหนัก ซึ่งในส่วนของซีรีส์ ผมก็ทำการบอกทางค่ายว่าผมจะขอถอนตัวออกจากซีรีส์ เนื่องจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบให้ซีรีส์เช่นกัน ผมอยากจะขอโทษค่าย ทีมงาน ผู้กำกับ รวมถึงเพื่อนๆ นักแสดงทุกคน ที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็ขอโทษทุกคนที่ทำให้ได้รับผลกระทบนี้ด้วยครับ
ทั้งนี้เมื่อถามว่าในวันที่ฝ่ายหญิงให้สัมภาษณ์เขาเน้นย้ำว่าเขาโดนกระทืบ เตะ ถีบ ต่อยที่หัว ไม่ใช่แค่โดนทำร้ายร่างกาย ซึ่งภวินก็ได้ชี้แจงว่า
“ถ้าให้ผมพูดตรงๆ ก็คือ มันไม่มี เหตุการณ์ที่มีก็จะเป็นการที่ตัวผู้หญิงวิ่งไปที่ระเบียง เราวิ่งตาม แล้วก็รีบจับตัว รั้ง กอดเขาไว้ มีอุ้มด้วย ตัวเขาก็ดิ้น คือตัวเราเข้าไปห้าม ส่วนผมมีบาดแผลจากมีดที่เขาถือมา เราได้บาดแผลจากการที่เราปกป้องตัวเอง เพราะว่าตอนนั้นมันก็มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันด้วย คือเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะกระโดดจริงหรือไม่จริง แต่เราก็ต้องเข้าไปห้ามไว้ก่อน เราไม่อยากเห็นใครเสียชีวิตต่อหน้าเราอยู่แล้ว ในการที่เราช่วยเหลือเขาแล้ว เราห้ามไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย แต่เขาถือมีดถือกรรไกรมาเนี่ย เราก็รู้สึกว่าเราก็ต้องปกป้องตัวไม่ให้บาดเจ็บด้วย”
เปิดสาเหตุที่บอกเลิกฝ่ายหญิง “มันเป็นเรื่องที่เขาเทรดฟอเร็กซ์เสียแล้วเขามาโทษเรา (เขาบอกว่าเราติดเกม?) ตรงที่บอกว่าเราเล่นเกมจนไม่สนใจเขา คือผมจะบอกว่าเล่นเกมกับเพื่อนมันก็ต้องใส่หูฟังเล่นแหละ แต่ผมก็มอง สนใจเขาตลอด แต่พอช่วงกลางคืนเขาจะเริ่มเทรดทอง เทรดฟอเร็กซ์ พอเราคุยอะไรด้วยเหมือนเขาก็จะไม่รับสารแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงบอกว่าไม่สนใจ ผมเล่นวันนึงก็ไม่ได้เยอะ เรามีประวัติการเล่นบอกหมดทุกอย่าง ผมเล่นวันนึงประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ (การเล่นเกมไม่มีผลกับความสัมพันธ์ของเรา?) ก็ไม่มีผลครับ เอาจริงคือผมเล่นเฉพาะเวลาเห็นเขาจับโทรศัพท์เทรดแล้ว ไม่งั้นก็จะนั่งอยู่ด้วยกัน หาอะไรดูไปเรื่อย”
ยอมรับว่าเครียดมาก จนแม่ถึงขั้นต้องมาเช็กอาการที่ห้องนอนตลอด ว่าเป็นไงบ้าง ถามตลอด เครียดไหม กินอะไรไหม เพราะผมก็ไม่กินอะไรเลย เก็บตัวอยู่ในห้อง แม่ก็เลยเข้ามาดูเป็นระยะๆ กับกรณีที่ข่าวออกไปแล้วทำให้ตอนนี้คนมองภาพว่าเป็นผู้ชายที่ใช้ความรุนแรง ภวินก็ว่าจากที่ผู้หญิงออกมาพูดคนก็ตีความเป็นอย่างนั้นได้แหละ ก็อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ รอดูว่ากระบวนการทางกฎหมายสรุปคดีออกมาเป็นยังไง
หลังจากนี้กับเรื่องทั้งหมดนั้นเจ้าตัวก็ว่า “ตอนนี้ผมโดนเขาแจ้งความไว้ ก็ต้องเป็นไปตามรูปคดีก่อน ซึ่งทางตำรวจยังไม่ได้ติดต่อมาหาผม ถ้าติดต่อมาผมก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ ในส่วนของเรื่องแจ้งความกลับตอนนี้ยังไม่มีครับ เรารอเคลียร์ไปทีละอย่างก่อน ผมยังไม่สามารถบอกได้ ผมไม่ได้แจ้งความ ที่ผมไปคือไปเป็นพยานที่เขาโยนเคสลงมา”
“ผมยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดในวันนี้ ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดหน้าห้อง ต้องพูดตรงๆ ว่ามันเป็นเคสของเราด้วยที่ทางตำรวจให้เราไปเอามาเพื่อยืนยันตัวว่าเรา ไม่ได้อยู่ในห้องในขณะที่เขาโยนเคส”
เรามั่นใจในหลักฐานของเราว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขา? “มั่นใจครับ ที่ผมบอกว่าอัดเสียงตอนแรก อัดตั้งแต่เริ่มแล้วผมก็ลืมไปเลยจนเกลี้ยกล่อมเขาเสร็จ พอผมไปเข้าห้องน้ำก็เลยเพิ่งเห็นว่าโทรศัพท์อัดเสียงอยู่ ผมมีหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง และที่วิดีโอคอลคุยกับเพื่อน เพื่อนผมอัดหน้าจอไว้”
“สถานะตอนนี้โสดครับ ผู้หญิงก็คืออดีตแฟน ถามว่ากลัวเรื่องที่ผู้หญิงจะฆ่าตัวตายมั้ย ก็มีคิดกังวล ก็กลัวอยู่นะครับ มันเป็นข่าวใหญ่กลัวว่าเขาจะทำอะไรหรือเปล่า”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภวิน ธนิก ยันไม่ได้ซ้อมอดีตแฟนสาว มั่นใจหลักฐานที่มี เล่าเหตุการณ์ละเอียดยิบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th