โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : สมองฝ่อ

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 15 เม.ย. 2567 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2567 เวลา 00.18 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับภาวะสมองฝ่อ สมองฝ่อคืออะไร เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง และจะสามารถรักษาได้หรือไม่ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นพ.เจษฎา เขียวขจี นายแพทย์ปฏิบัติการโรคสมองและระบบประสาทไขสันหลัง สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

“สมองฝ่อ” คือการเสื่อมของอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจจะมีอวัยวะส่วนอื่นเสื่อมถอย ลำไส้ทำงานแย่ลง ปอดแย่ลง

สมองก็คืออวัยวะที่จะพบเหตุการณ์แบบนั้นได้เหมือนกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสมองฝ่อขึ้นกับตำแหน่งที่เกิด แต่ที่พบบ่อยสุดคือ “กลุ่มอัลไซเมอร์” มีการฝ่อของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความจำ จะทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องหลงลืมง่าย

ถ้ามีการเสื่อมที่สมองส่วนอื่น ๆ เช่น

สมองส่วนหน้า อาจจะมีปัญหาเรื่องทักษะด้านความคิด ความจำ การวางแผน การทำงานต่าง ๆ เคยทำอะไรได้บางอย่างแล้วเหมือนกับทำต่อไม่ได้แล้ว

สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น จะทำให้มีปัญหาเรื่องหลงทางในพื้นที่ที่คุ้นเคยประจำ

ส่วนอื่นก็มีบ้าง เช่น สมองเกี่ยวกับการใช้ภาษา ถ้ามีการฝ่อจะทำให้ผู้ป่วยนึกคำพูดนานขึ้น หรือพูดคุยแล้วผู้ป่วยฟังไม่เข้าใจ หรือฟังสิ่งที่ผู้ป่วยพูดไม่เข้าใจ เป็นต้น

ช่วงอายุการเกิดสมองฝ่อแต่ละคนจะแตกต่างกัน ?

บางคนสมองฝ่อเร็ว บางคนฝ่อช้า ในบางคนอายุ 70-80 ปี สมองอาจจะยังไม่ฝ่อมาก สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่บางคนถ้ามีกลุ่มรอยโรค หรือมีความผิดปกติที่ทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น เช่น มีโปรตีนผิดปกติในสมอง ก็อาจจะทำให้ตัวสมองฝ่อเร็วกว่าอายุ หรือฝ่อเร็วถ้าเทียบกับคนที่อายุกลุ่มเดียวกัน ก็จะทำให้มีอาการผิดปกติตามมาได้

มีบางคนเกิดสมองฝ่อก่อนวัยได้ กลุ่มสมองเสื่อมที่มีปัญหามักจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่สมองฝ่อก่อนวัยอันควร หรือความฝ่อรุนแรงมากเมื่อเทียบกับคนอายุกลุ่มเดียวกัน เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จะมีอาการส่งผลกระทบ 3 ด้าน

ด้านที่ 1 การทำงาน ถ้าเคยทำงานได้ อยู่ ๆ ก็ทำงานไม่ได้

ด้านที่ 2 การใช้ชีวิตประจำวัน บางคนเคยอาบน้ำได้แต่บอกอาบน้ำไม่เป็น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยอาบน้ำได้ หรือจำไม่ได้ว่าต้องอาบน้ำก็เลยไม่ได้อาบน้ำ

ด้านที่ 3 ทักษะทางสังคม เคยออกนอกบ้านได้ปกติ เป็นคนสุภาพเรียบร้อย อยู่ ๆ ก็มีพฤติกรรมเกรี้ยวกราด หรือมีพฤติกรรมไม่สุภาพขณะออกไปนอกบ้าน

เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการของสมองเสื่อมส่งผลกระทบ 3 ด้านนี้ เป็นอาการที่ควรจะต้องพาคนที่เกี่ยวข้องพบแพทย์

วิธีการรักษา “สมองฝ่อ”

ต้องยอมรับการรักษาว่า “สมองฝ่อ” ให้หายขาดอาจจะเป็นไปไม่ได้

“สมอง” คืออวัยวะของร่างกายที่เสื่อมถอยได้

อายุที่เพิ่มขึ้น คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการเกิดสมองเสื่อม เป็นปัจจัยเสี่ยงที่แก้ไขไม่ได้ และยังไม่มีใครสามารถ “ห้าม” อายุไม่ให้เพิ่มขึ้นได้ สมองเสื่อมก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนั้น เมื่อมีอาการ “สมองเสื่อม” ที่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องรับการรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องความคิดและความจำมากขึ้น การรักษาโดยใช้ยาบางอย่างเพื่อเสริมด้านความคิดและความจำอาจจะทำให้อาการดีขึ้น ถ้ามีปัญหาด้านพฤติกรรมการใช้ยาก็ช่วยได้เช่นกัน

การรักษา “สมองเสื่อม” ที่ไม่ใช้ยา ?

ถ้า “ไม่ใช้ยา” ใช้วิธีการ “ปรับพฤติกรรม” เช่น ถ้ามีพฤติกรรมวุ่นวายเพราะมีสิ่งกระตุ้น การปรับสิ่งแวดล้อม การปรับให้ผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่สบาย การมีญาติดูแลใกล้ชิดคอยให้กำลังใจผู้ป่วย มีกิจกรรมให้ผู้ป่วยทำบ้าง อาจจะมีการให้เล่นเกม เล่นอักษรไขว้ เล่นหมากรุก เพื่อเป็นการกระตุ้นสมอง เป็นการรักษาที่ตัวญาติกับผู้ดูแลสามารถช่วยได้

โรคที่เกี่ยวข้องกับสมองสามารถชะลอได้ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่สามารถรักษาสมองที่เสื่อมแล้วให้หายขาดได้

สัมภาษณ์โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : สมองฝ่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...