โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิวาทะ พายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย VS รักชนก ศรีนอก สส. กรุงเทพ พรรคประชาชน 19 ธ.ค. 2567

The Structure

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 03.54 น. • The Structure

ไอซ์ – รักชนก ศรีนอก สส. กรุงเทพ พรรคประชาชน โพสต์ ig story เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2567 เพื่อเรียกร้องให้ น.ส. แพทองาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ในสภาฯ เกี่ยวกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพง

ทำให้ในที่ 19 ธ.ค. 2567 นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้ผ่าน X ว่า “ตอบนะครับ: สิ่งที่ท่านนายกฯทำอยู่ก็เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีหน้ารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงไปตอบคำถามกระทู้ในวันนี้

เนื่องจากท่านรัฐมนตรีจะมีข้อมูลมากที่สุดในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงเพราะเป็นเรื่องเดียวที่ต้องโฟกัส ซึ่งเทียบกับท่านนายกฯที่ต้องบริหารทั้งรัฐบาลที่มีถึง 20 กระทรวงให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ยังไม่รวมหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆอีกมากมาย”

อีกทั้งยังชี้แจงว่า สาเหตุที่ นายกฯ ต้องเลื่อนการตอบกระทู้นั้น เพราะว่าติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ อีกทั้ง นายกฯ ไม่ได้ยกเลิกการตอบกระทู้ เพียงแต่ขอเลื่อนไปเท่านั้น

และตำหนิการใช้ถ้อยคำของ น.ส. รักชนก โดยเฉพาะคำว่า “เฟียส ๆ” ซึ่งเป็นการแสดงพฤติกรรมเหมือนบุคคลที่ไม่มีสัมมาคารวะและเคารพต่อพื้นที่สภา เพื่อการท้าทายนายกฯ ซึ่ง “เท่ากับว่า ที่จริงแล้วทางฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการคำตอบที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริง”

ด้าน น.ส. รักชนก ได้รีทวิตโพสต์ของนายพายุ เพื่อโต้ตอบว่า “จะส่งองครักษ์มาพิทักษ์นายกทั้งทีก็ช่วยส่งคนที่มีสติปัญญามากพอที่เข้าใจความสำคัญของปัญหาหน่อยก็ดี ดูแล้วน่าเวทนากันทั้งในสภาและในโซเชียลมีเดียเลย เพราะไม่ได้เข้าใจในเนื้อหาสักนิด สักแต่ละปกป้องอย่างเดียวไม่ลืมหูลืมตา”

และระบุว่ารัฐบาลกำลังจะซื้อไฟฟ้าเพิ่ม 3,600 เมกะวัตต์ โดยไม่มีการประมูล และกำหนดราคารับซื้อที่เป็นการเอื้อประโยชน์กับนายทุน แต่จะสร้างภาระค่าไฟที่แพงให้กับประชาชน

อีกทั้งเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2567 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาตอบกระทู้เองก็กล่าวว่าการรับซื้อมีปัญหาและไม่ถูกต้องจริงๆ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ จึงได้ส่งหนังสือให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อพิจารณายกเลิกการรับซื้อ แต่ กกพ. แต่ กกพ. ไม่รับ

อีกทั้งในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2567 ที่มีนายกฯ เป็นประธาน ซึ่ง กพช. นั้นมีศักดิ์ที่สูงกว่า กกพ. แต่ กพช. ก็ไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้ อีกทั้งหลังการประชุมในวันนั้น ก็มีการประกาศรายชื่อเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก

“ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน แต่อำนาจ รมว.พลังงาน ทำอะไรไม่ได้แล้ว คนที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้ได้คนเดียวในประเทศนี้คือ นายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะเป็นประธาน กพช.!!

ถ้าหยุดเรื่องนี้ไม่ได้จะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นอีกปีละ 4,162 ล้านบาท หรือ 104,050 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา 25 ปี ซ้ำเติมค่าไฟที่แพงอยู่แล้วเพราะรัฐให้กลุ่มทุนเจ้าเก่าสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น

ถ้าภายในวันที่ 30 ธ.ค. 67 นายกฯ ไม่ดำเนินการใดๆ จะแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้อีก ถึงต้องตามนายกให้รู้ความขนาดว่า สส. ที่ความรู้อยู่ปลายแถวของพรรคประชาชนอย่างเรา ยังเข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ แต่องคาพยพของรัฐบาลไม่มีใครเข้าใจเลยหรือ” น.ส. รักชนกระบุ ก่อนที่จะเรียกร้องให้นายกฯ มาตอบกระทู้ในสภาฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...