โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุดสลดตั้งโลงเรียง 3 ศพ แม่-ลูก เหยื่อเก๋งบีเอ็มชนดับ สามีลั่น ผมจะอยู่ยังไง ไม่เหลืออะไรไว้ให้เลย

Khaosod

อัพเดต 30 พ.ย. 2567 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 17.43 น.

สุดสลดตั้งโลงเรียง 3 ศพ แม่-ลูก เหยื่อเก๋งบีเอ็มชนดับ สามีลั่น ผมจะอยู่ยังไง ไม่เหลืออะไรไว้ให้เลย ซ้ำต้องดูแลแม่ป่วยติดเตียง คาใจคนขับใช่ตัวจริงมั้ย ตร.ไม่ยอมให้ดูวงจรปิด ญาติหวั่นเป็นซึมเศร้า

จากกรณี น.ส.จิรันธนิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยู ชนรถ จยย.นักเรียนชาย ม.4 และนักเรียนหญิง ม.2 ตายพร้อมแม่ รวม 3 ศพ ขณะกลับจากเรียนพิเศษ ตำรวจตรวจสอบพบภาพในมือถือคนขับถ่ายหน้าปัดไมค์ความเร็วถึง 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหตุเกิดเชิงสะพานถนนสาย จ. หมู่ 9 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อค่ำวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 29 พ.ย.67 ที่บ้านงานศพของผู้เสียชีวิต 3 แม่ลูก ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 130/1 หมู่ 3 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร โดยตั้งหีบศพเรียงกันทั้ง 3 ศพ มีหีบศพแม่ตั้งอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านซ้ายเป็นลูกชายและด้านขวาเป็นลูกสาว มีพวงหรีดจากหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น และญาติสนิททั่วไป และมีพวงหรีดของ น.ส.จิรันธนิน มาตั้งอยู่หน้าหีบศพด้วย

นอกจากนั้นได้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง ปภ.กรมกิจการเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ พรบ.กลาง มาร่วมพูดคุยถึงการช่วยเหลือและมอบเงินประกันเบื้องต้นให้กับ นายประกฤษณ์ รันตภา อายุ 52 ปี หัวหน้าครอบครัวผู้สูญเสีย

นายประกฤษณ์ พ่อของนักเรียนทั้ง 2 คนและเป็นสามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังมีความสงสัยเกี่ยวกับคนขับใช่ตัวจริงหรือไม่ เนื่องจากตนไม่ได้รับรู้ข้อมูลอะไรเลย เคยขอดูหลักฐานกล้องวงจรปิดจากตำรวจก็บอกให้ดูไม่ได้ และกลับเห็นภาพคลิปจากหน้ารถเก๋งบีเอ็มฯ ที่มีเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นช่วงคลิปสั้นๆ ตอนรถเก๋งขับชนรถจยย.เท่านั้น

คลิปในช่วงที่รถเก๋งชนแล้วเสียหลักไปจอดอยู่ไหล่ทาง ตอนนั้นตนคิดว่ากล้องหน้ารถเก๋งจะต้องจับภาพคนขับตัวจริงไว้ได้ เพราะมีชาวบ้านเห็นและบอกว่าคนขับเป็นผู้หญิงลงมาจากรถเก๋งเดินรอบๆ รถเพื่อหาแมวตัวที่พามาด้วย และเจอแมวตกใจวิ่งไปซุกอยู่ใต้ท้องรถเก๋ง จากนั้นอุ้มแมวแล้วเดินหลบหนีไปกับความมืด ซึ่งภาพหน้ารถจะต้องจับภาพไว้ได้

นายประกฤษณ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาคือว่าต่อไปนี้ตนจะใช้ชีวิตอย่างไร เพราะต้องอยู่เพียงคนเดียว ครอบครัวตนไม่มีลูกเมียเหลืออยู่อีกแล้ว มีแต่แม่อายุมากแล้วที่นอนป่วยติดเตียงใครจะดูแลเพราะตนก็ต้องไปทำงานอยู่ที่ศูนย์ไปรษณีย์

ตนอยากจะถามถึงคนขับรถเก๋งว่า คุณเป็นคนอย่างไร ทำไมถึงได้ขับรถความเร็วสูงถึง 209 กม./ชม. และทราบว่าขณะขับรถความเร็วสูงยังถ่ายรูปหน้าปัดไมล์ด้วยแล้วจับพวงมาลัยเพียงมือเดียว ซึ่งรถมีความเร็วสูงถึงขณะนั้น ตนจึงอยากให้กระบวนการทางกฎหมายเอาจริงกับคนแบบนี้ เพราะไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเลย

ด้านนายสุวิทย์ อายุ 60 ปี ผู้เป็นลุงเขย กล่าวว่า ตอนนี้ตนเป็นห่วง นายประกฤษณ์ มากเพราะคนในครอบครัวตายหมด ไม่เหลืออะไรไว้ให้อีกเลย นอกจากความสูญเสียและความเศร้าโศก ซึ่งจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ตนจึงต้องให้พี่สาวมาอยู่เป็นเพื่อน และคอยช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยติดเตียงไปก่อน ส่วนคนขับนั้นตนเห็นว่ามีพฤติกรรมที่คึกคะนองมาก เพราะขับเร็งมากกว่า 200 กม./ชม.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดสลดตั้งโลงเรียง 3 ศพ แม่-ลูก เหยื่อเก๋งบีเอ็มชนดับ สามีลั่น ผมจะอยู่ยังไง ไม่เหลืออะไรไว้ให้เลย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...