โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักเทรดคริปโตฯ ผวาเสียภาษี 15% Bitkub ชี้ยังไม่มีหัก ณ ที่จ่าย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2564 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 10.37 น.
Photo by JACK GUEZ / AFP

ในหมู่นักเทรดคริปโตฯ หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล มีการถกเรื่องการหักภาษี 15% จากกำไรการซื้อขาย หลังจาก SCBS เข้าถือหุ้น Bitkub 51% ฟากสรรพากรยันเมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ผู้ปฏิบัติต้องทำตามกฎหมาย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ประกาศส่งบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ หรือ SCBS เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บิทคับ ออนไลน์ สัดส่วน 51% มูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรวางรากฐานธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุด ในกลุ่มนักลงทุนคริปโตเคอเรนซี หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล ได้เกิดประเด็นถกกันเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย  15% จากกำไรที่ขายคริปโตฯ ตามประกาศพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งสาระสำคัญระบุว่า

1.กรณีมีการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล โดยนักลงทุนผู้ถือหรือผู้ครอบครอง มีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกัน เงินได้ดังกล่าวจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% จากผลประโยชน์นั้นก่อนที่จะมีการจ่ายให้กับนักลงทุนที่เป็นผู้ถือหรือผู้ครอบครอง

2.กรณีมีกำไรจากการขาย (Capital Gain) ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ระบุว่าหากมีการขายสินทรัพย์ดิจิทัล แล้วมีกำไรจากการขาย ทางผู้ขายมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากกำไรที่เกิดขึ้นก่อนมีการจ่ายเงินให้นักลงทุน

แม้ว่าจะถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว 15% นั้น แต่ยังคงต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเงินได้ฯ เพื่อยื่นแบบเสียภาษีบุคคลธรรมดาตอนปลายปีด้วย

ขณะที่ Bitkub หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ ในไทย ชี้แจงว่า สำหรับภาษีนั้นตามกฏหมายต้องหักกรณีกำไร 15% แต่เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกำไรหรือขาดทุนจึงยังไม่มีการหักแต่อย่างใด แต่เพื่อป้องกันการเรียกเก็บจากกรมสรรพากรย้อนหลัง สามารถทำการดาวน์โหลดประวัติเพื่อทำการส่งให้สรรพากรได้

ความเห็นนักเทรด

ประเด็นทำไมนักลงทุนคริปโตฯ จึงถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หากมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อเทียบกับนักลงทุนหุ้นที่ได้รับการยกเว้นการหักภาษีประเภทนี้ ทั้งที่มีกำไรจากการขายสินทรัพย์เช่นกัน เป็นประเด็นร้อนในหมู่นักลงทุนคริปโตฯ ทันที

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมส่วนหนึ่งจากความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวของเหล่านักเทรด ซึ่งมีหลากหลายความเห็นสะท้อนมุมมองและข้อเรียกร้องทั้งต่อผู้ประกอบการตลาดแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลและหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องนี้ ดังนี้

ความเห็นที่ 1

“เหมือนเรื่องภาษีบน Bitkub จะกังวลกันเยอะว่า SCB เข้าซื้อเพื่อเรียกเก็บภาษี ความจริงกฎหมายนี้มีมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการบังคับใช้ เพราะบิตคับให้เหตุผลว่า ยังไม่สามารถรับทราบได้ว่าเป็นกำไรหรือขาดทุน CEX ทุกที่เสี่ยงโดนภาษีตอนถอนครับ (ตามกฎหมายนำเงินเข้าประเทศ” ที่สำคัญคือกฎหมาย capital gain หากบังคับใช้ ต้องบังคับใช้ให้เหมาะสม มีการลดหย่อนภาษีเมื่อขาดทุนแบบเดียวกับอเมริกา

ทั้งนี้ ผมคิดว่าภาษี capital gain ในไทยคงยากที่จะบังคับใช้ น่าจะไปดูยอดในธนาคารมากกว่า หากมียอดเข้าบ่อย ๆ เกิน 2 พันครั้งหรือ 4 ล้าน ผมทายว่าสุดท้ายบังคับใช้ไม่ได้ แล้วต้องไปเอากฏที่เกี่ยวกับการเล่นหุ้น หรือกองทุนมาบังคับใช้โดยอนุโลม คือ capital gain ไม่เสียภาษี แต่พวกเงินปันผลอะไรพวกนั้นน่าจะเสีย”

ความเห็นที่ 2

นักเทรดอีกท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นไว้ว่า “การหักภาษี 15% นี้ เป็นกฎหมายในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเล่นแพลตฟอร์มใดของประเทศไทยที่ขึ้นตรงกับ กลต. จะต้องใช้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่เพียง Bitkub เท่านั้น

แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นการปูฐานให้ทุนของ Bitkub หนาแน่นขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสิ่งใหม่ แต่เมื่อนักเทรดจะย้ายไปซื้อขายในแพลตฟอร์มของต่างประเทศ ทางรัฐบาลก็อาจจะออกกฎหมายใหม่มาขัดขวางได้”

นักเทรดท่านนี้มองว่าการย้ายแพลตฟอร์มไปที่ใด แต่เป็นของประเทศไทย ก็น่าจะไม่แตกต่างกัน แต่หากย้ายไปยังเว็บเทรดต่างประเทศอาจจะหนักกว่า เพราะการโอนเงินกลับเข้ามาอาจจะถือว่าเงินทั้งก้อนนั้นเป็นรายได้

ความเห็นอื่นๆ

“เข้ามาปุ้ป เอาภาษีปั้ป อยู่แบบไม่มีใครผูกมัดก็ดีอยู่แล้ว”

“ก่อนเข้าก็หักอยู่แล้วครับ เขาแค่แจ้งซ้ำนโยบายหัก 15% ทุกกระดานในไทยอยู่แล้วไม่เกี่ยวกับ SCB”

“จะด่าก็ต้องด่าสรรพากรครับ กฎออกตั้งแต่ปลายปี 2561 แค่บังคับใช้ไม่ได้เพราะตรวจสอบรายการซื้อขายจาก exchange ลำบาก”

“ต้องไปแก้กฏหมายเกี่ยวกับการลงทุนครับ หน่วยงานรัฐเป็นคนดูแล ไม่แน่ใจ กลต.หรือกรมสรรพากร น่าจะเก็บให้เหมือนแบบหุ้นไป ปล. เก็บ 15% ก็มากไป เอาแต่รอบที่ได้ด้วยนะ รอบที่เสียคนเก็บภาษีออกให้ไหมครับท่าน”

ต่อมามีนักเทรดอีกท่านมาชี้แจงว่า กำไรจากการขายหุ้นไม่ได้เสียภาษี แต่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งกำหนดอัตราแล้วแต่บริษัท

“เรื่องภาษี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลาย ๆ คนก็โพสต์ไปต่าง ๆ นานา ครับ โยงไปเรื่อง VAT เรื่อง 1.8 ล้านบาท ฯลฯ มันไม่เกี่ยวกันครับ

“ภาษี 15% ที่ว่านี้อาจไม่ใช่แค่ 15% จริง ๆ ครับ เพราะถ้านำไปรวมกับเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว อาจจะต้องเสียเพิ่มว่า 15% อีก เช่น นักลงทุนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่อัตรา 30% ก็แปลว่าสิ้นปีนอกจากที่หักไป 15% แล้วนั้นยังไม่พอกับภาษี สิ้นปีก็ต้องเสียภาษีเพิ่มอีกครับ เพื่อให้ครบถ้วน (ซึ่งอาจจะทำให้บันไดภาษีของเงินได้บุคคลธรรมดานั้นสูงขึ้นอีก)

“ทาง Bitkub ก็แจ้งแล้วว่าทางบริษัทไม่สามารถคำนวณภาษีออกมาได้เพราะไม่สามารถระบุได้ว่ากำไรหรือขาดทุน

“แต่ถ้าเราดาวน์โหลดประวัติส่งให้กรมสรรพากรตามที่ Bitkub แนะนำ ก็จะต้องมีการคำนวณภาษีเกิดขึ้นครับ ซึ่งจะคำนวนอย่างไรนั้น คงต้องลุ้นกันไปอีก เพราะอาจคำนวณได้หลายมุมมองครับ อย่างที่ทาง Bitkub แจ้งครับว่าคำนวณไม่ได้

“ความเห็นส่วนตัวก็คือ ถ้าสิ้นปีของทุกปี Bitkub มีเอกสารยืนยันการหักภาษี 15% ของกำไร เราก็นำไปเสียภาษีให้ถูกต้องตามกฏหมายครับ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุก ๆ คนครับ

“แต่ถ้าทาง Bitkub คำนวณไม่ได้ เราเองจะคำนวณอย่างไร การเสียภาษีของทุกคนควรคำนวณแบบเดียวกันครับ ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรเช่นกัน ผมก็จะยื่นภาษีตามเอกสารการหัก ณ ที่จ่ายครับ ไม่มี ก็ไม่ทราบจะเอาอะไรไปยื่น มีเอกสารการหัก ณ ที่จ่ายก็นำไปยื่นครับ”

สรรพากรย้ำบริษัทต้องปฎิบัติตามกฎหมาย

ขณะที่ นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีที่มีประเด็นในกลุ่มนักลงทุนคริปโตฯ เรื่องการเตรียมเก็บภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของผู้ซื้อขายคริปโตฯ บนกระดานของ Bitkub

โดยมีการกล่าวอ้างถึงพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561นั้น ขอชี้แจ้งว่า บริษัทที่ถือหุ้นรายใหญ่ของ Bitkub ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว เพราะเมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ผู้ที่ปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติตาม

โดยในประมวลกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีของนักลงทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 พ.ศ.2561 โดยกรมต้องเก็บภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% เมื่อนักลงทุนขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วทำกำไรได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 แล้ว

อย่างไรก็ดี หากนักลงทุนที่ขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วทำกำไรได้ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หลังการขาย ก็ยังคงสามารถนำเงินภาษี หัก ณ ที่จ่ายจำนวนนี้ ไปแสดงในแบบภาษีบุคคลธรรมดาได้ เช่น โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สามารถนำมาลดหย่อนเป็นเครดิตภาษี ตอนที่ยื่นแบบเสียภาษีบุคคลธรรมดาได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...