โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โกฟาด-สิงห์นักบิดพิชิตความชรา

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 08.20 น. • มนุษย์ต่างวัย

เรื่อง : ปองธรรม สุทธิสาคร

ภาพ : บุญทวีกาญจน์ แอ่นปัญญา

ใฝฝันและคลั่งไคล้ใหลหลงในเสน่ห์ของมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ยังเด็ก และฝันว่าจะได้ขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ออกเดินทางไปทั่วประเทศ ทว่าความจริงของชีวิตทำให้ผู้ชายคนหนึ่งต้องเก็บพับความฝันของตัวเองเอาไว้ก่อน หากแต่เขาก็ไม่เคยโยนมันทิ้งไว้กลางทาง ในวัยแซยิดชายคนเดียวกันนี้กลับมาทำตามความฝันในวัยเด็กอีกครั้ง ด้วยการขับบิ๊กไบค์คู่ใจออกเดินทางไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

นี่คือชีวิตของโกฟาด – ชายวัย 68 ปีผู้เป็นสิงห์นักบิด และกำลังเดินหน้าพิชิตความชรา 

ความฝันบนหลังมอเตอร์ไซค์

ในตัวเมืองจังหวัดน่าน หากจะพูดถึงร้านแว่นตาและนาฬิกาที่มีคุณภาพและชื่อเสียง ร้าน 'เวียงทองการแว่น' น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เจ้าของร้านมีชื่อว่า นิวัตร ตั้งเที่ยงธรรม หรือที่ผู้คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า ‘โกฟาด’

แม้จะมีความชำนาญในเรื่องแว่นตาและนาฬิกาชนิดหาตัวจับยาก แต่โกฟาดกลับหลงใหลเสน่ห์ของมอเตอร์ไซด์ตั้งแต่ยังเด็ก ความฝันของเด็กชายนิวัตร คือการได้ขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ ออกเดินทางไปทั่วประเทศหากสักวันความฝันเป็นจริงตัวเขาคงไม่ต่างอะไรจากนกที่โบยบินไปบนฟ้ากว้าง

“เราขับมอเตอร์ไซค์เป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 12-13 ปี แต่เป็นการขี่แบบทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ที่ชอบคือมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ ซึ่งในเวลานั้นก็คือพวกโมโตครอส มอเตอร์ไซค์แนวกึ่งวิบาก ที่แข่งกันในสนามดิน มีการกระโดดข้ามเนิน ข้ามลูกระนาด สมัยนั้นยังไม่มีบิ๊กไบค์ เหมือนอย่างทุกวันนี้”

ทุกครั้งที่มีการแข่งขันโมโตครอสที่ภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดเชียงราย แพร่ หรือ พะเยา โกฟาดซึ่งอยู่ในวัยหนุ่มมักจะเดินทางไปชมติดขอบสนามเสมอ หลังกลับมาชายหนุ่มก็จะมาเปิดนิตยสารเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์อ่านและดูรูปวนไปวนมา บางครั้งก็ทดลองปรับแต่งมอเตอร์ไซค์ที่บ้านด้วยตนเอง เรียกว่าขอให้ทำอะไรก็ได้ที่อยู่กับเจ้าเครื่องยนต์สองล้อนี้ เขาจะมีความสุขมาก

“เรามีความฝันนะ อยากจะนั่งมอเตอร์ไซค์ที่เราชอบ แล้วขับไปทั่วประเทศ เราคิดว่ามันคงเป็นความรู้สึกที่โล่ง รู้สึกเป็นอิสระ เราฝันอย่างนี้ตั้งแต่เป็นหนุ่ม คิดว่าสักวันจะต้องทำให้ได้”

ในชีวิตของคนเราไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ความฝันกับความจริงจะเดินทางมาบรรจบพบเจอกัน ชีวิตของโกฟาดก็เช่นกันความจริงของชีวิตทำให้เขาต้องเก็บพับความฝันใส่ลิ้นชักความทรงจำเอาไว้ก่อน

“เราแต่งงานตอนอายุ 26 หลังจากนั้นก็มีลูกอีก 4 คน ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าเราจะเอาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์มาขับแทนที่จะเอาเวลามาสร้างครอบครัวให้มีอยู่มีกิน”

หากในเวลานั้นชีวิตคือการขับขี่มอเตอร์ไซค์ โกฟาดก็มีสองเส้นทางให้ต้องเลือกบิดทะยานไปข้างหน้า เส้นหนึ่งคือเส้นทางของความฝันที่เต็มไปด้วยความสุขและเสรีภาพบนหลังอานมอเตอร์ไซค์ อีกเส้นคือเส้นทางของความเป็นจริงกับการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี  

โกฟาดเลือกเส้นทางหลัง เขาออกสตาร์ทและบิดคันเร่งไปยังเส้นทางที่เป็นความจริงของชีวิต 

ความจริงของชีวิต

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้โกฟาดต้องพับเก็บความฝันเอาไว้ก่อนก็คือร้านเวียงทองการแว่นของเขาเกิดไฟไหม้หลังจากเพิ่งเปิดกิจการไปได้ไม่นาน

“ในเวลานั้นลูกชายคนโตของเราเพิ่งอายุได้แค่ 6 เดือน เราต้องอพยพย้ายครอบครัวมาเช่าบ้านในตัวเมือง แล้วก็ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นอีก 2 ปี ถึงได้เปิดร้านอีกครั้งซึ่งเป็นร้านที่เปิดมาจนถึงทุกวันนี้”

โกฟาดใช้เวลาเกือบ 40 ปี สร้างครอบครัวจนมีฐานะมั่นคง จนอายุล่วงเข้าไปสู่ปีที่ 60 จึงเปิดลิ้นชักความทรงจำแล้วนำความฝันออกมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

“เราไม่ได้คิดว่าจะขับจริงจังหรอกเพราะเราห่างเรื่องมอเตอร์ไซค์ไปนาน แต่เผอิญข้างบ้านเขาเอารถมาขายให้ เราเลยซื้อไว้เป็น Kawasaki 250 cc พอเราได้คันนี้มา วันหนึ่งพวกเพื่อนๆ น้องๆ ในจังหวัดเขาชวนไปออกทริปสั้นๆ ที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ปรากฏว่าด้วยความที่ทักษะเรายังไม่ดีและรถเราเล็กแค่ 250 cc ซึ่งแต่ะละคนเป็นบิ๊กไบค์ขนาด 650 cc ขึ้นไป ทำให้เราตามเขาไม่ทัน เมื่อกลับมาจากทริปนั้น เราเลยคิดว่าต้องหารถที่ใหญ่กว่านี้”

หลังกลับมาจากทริปเปิดตัวครั้งแรกในวัยแซยิด โกฟาดก็เข้าสู่วงการบิ๊กไบค์อย่างเต็มตัว โดยตอนนี้ในวัย 68 ปี เขามีมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์อยู่ในความครอบครองมากมายหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น แนววิบาก แอดเวนเจอร์ สปอร์ตทัวริ่ง ฯลฯ อย่างไรก็ตามโกฟาดให้ความเห็นว่าสำหรับผู้ที่จะเล่นหรือเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์นั้น มีใจรักที่จะขับขี่อย่างเดียวอาจจะไม่พอ หากแต่ต้องมีเงินเก็บสะสมที่จะซื้อหามาขับแล้วไม่ทำให้ชีวิตเดือดร้อนด้วย

“ต้องยอมรับว่าบิ๊กไบค์เป็นรถที่ราคาค่อนข้างสูง คนที่จะซื้อมาขับก็ต้องมีความพร้อมในด้านทุนทรัพย์พอสมควร ฉะนั้นหากเป็นคนที่เรียนจบใหม่ๆ แล้วที่บ้านไม่ได้มีฐานะก็อยากให้ทำงานเก็บเงินให้ดี อย่าให้ความชอบของเราทำให้ชีวิตต้องเดือดร้อน สรุปก็คือจะทำอะไรก็ขอให้พิจารณาดูความเป็นจริงของชีวิต ว่าสิ่งที่เรารักกับความจริงมันเดินไปด้วยกันได้ไหม”

หลังจากหมักบ่มความฝันในชีวิตมาเนิ่นนาน ในที่สุดโกฟาดก็ได้ใช้ชีวิตอยู่บนอานมอเตอร์ไซค์ ตามที่หัวใจเรียกร้องเสียที

แม้จะเป็นจริงในช่วงสูงวัย แต่ความฝันก็ไม่มีวันหมดอายุ

ความฝันไม่มีวันหมดอายุ

ในวัย 68 โกฟาดได้ขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ออกทริปไปกับพรรคพวกอย่างที่หัวใจต้องการ แน่นอนว่าแทบทุกทริปที่ขับขี่เขาเป็นคนที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มอย่างไม่ต้องสงสัย

บางทริปเป็นการขับขี่ในประเทศใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน หรือไม่ก็ไปเช้า-เย็นกลับ บางทริปไปต่างประเทศใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หลายที่เป็นที่ที่เขาเองไม่เคยคิดว่ามีโอกาสจะได้ไป บางแห่งใช้เวลาบากบั่นรอนแรมอยู่บนหลังบิ๊กไบค์อยู่เป็นเดือนๆ เพียงเพื่อจะได้เห็นและสัมผัสความรู้สึกเพียงแค่ไม่กี่นาที

“ทริปที่เราประทับใจที่สุดก็คือทริปไปพุทธคยาที่ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทริปนี้ใช้เวลาในการเดินทางถึง 1 เดือน ต้องเริ่มเดินทางจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามไปฝั่งพม่า แล้วยิงยาวทแยงออกชายแดนอินเดีย ออกภูฎาน เข้าเนปาลแล้ววกเข้าอินเดียอีกรอบ เป็นทริปที่เดินทางเหนื่อย แต่ก็นับว่าคุ้ม ซึ่งในฐานะชาวพุทธ การได้ไปเห็นไปอยู่ท่ามกลางสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านับเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้ว”

การเดินทางที่ทรหดเช่นนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงวัย ยิ่งกับครอบครัวด้วยแล้ว ความวิตกกังวลในแต่ละครั้งที่โกฟาดออกทริปย่อมมีอยู่ไม่น้อย

“ถามว่าครอบครัวเป็นห่วงเราไหม เขาห่วงแน่นอน ยิ่งเราเคยประสบอุบัติเหตุมาแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะไม่ห่วง แต่เราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ ซึ่งสุดท้ายเขาเองก็เข้าใจและยินดีให้เราทำในสิ่งที่ชอบ ขณะที่เราเองก็รับปากกับภรรยาและลูกๆ ว่าจะออกทริปต่างประเทศให้น้อยลง”

อุบัติเหตุที่โกฟาดหมายถึงคือการออกทริปที่ประเทศลาวเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งในขณะนั้นยังมีประสบการณ์ในการขับขี่น้อยอยู่ จึงเผลอเร่งความเร็วเพื่อต้องการที่จะไล่ตามเพื่อนให้ทัน แทนที่จะขับอยู่ในระดับความเร็วของตัวเอง ผลที่ตามมาคือรถของเขาหลุดโค้งอัดเข้ากับรถยนต์ที่วิ่งสวนมา ซี่โครงร้าวทั้งหมด 6 ซี่ ต้องนอนโรงพยาบาล 3 วัน

“ตอนกลางคืนนี่นอนไม่ได้เลย มันปวดและอึดอัดมาก ขยับไม่ได้รู้สึกเหมือนกับมีคน 2 คนนั่งทับอยู่บนตัวเรา แต่เราก็ไม่ได้เข็ดหรือคิดจะล้มเลิกความตั้งใจนะ อุบัติเหตุครั้งนี้มันก็เป็นบทเรียนสอนเรา และทำให้เราปรับปรุงเทคนิคการขับบิ๊กไบค์ให้ดีขึ้น”

หลังจากพักฟื้นจนร่างกายหายดี โกฟาดก็กลับมาขับมอเตอร์ไซค์ที่เขารักอีกครั้ง เป็นการกลับมาที่ทำให้คนสูงวัยอย่างเขาได้เรียนรู้แลเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการเดินทางแบบ ‘ เนื้อหุ้มเหล็ก ’ คืออะไร และการขับบิ๊กไบค์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว 

บิ๊กไบค์ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสน่ห์ของบิ๊กไบค์อย่างหนึ่งคือเป็นรถที่ทำความเร็วได้มากกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไป ทว่าสำหรับโกฟาดคนจะขับบิ๊กไบค์ได้ดีไม่ใช่สักแต่ว่าทำความเร็วให้ได้สูงๆ แต่คือคนที่ต้องมีทักษะ รู้จักตัวเอง และมีความเตรียมพร้อมทางด้านร่างกายที่ดี       

“การขับขี่มอเตอร์ไซค์ทุกชนิดมันคือการเดินทางแบบเนื้อหุ้มเหล็กทั้งหมดยิ่งกับบิ๊กไบค์ซึ่งเป็นรถที่มีความเร็วสูง เรายิ่งประมาทและพลาดไม่ได้เลย แค่คุณวูบ 1-2 วินาทีนี่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทันที เพราะฉะนั้นทักษะในการขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องรู้ว่าวินาทีไหนหรือในสถานการณ์แบบไหนควรจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งเรื่องทักษะนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์นอกจากนั้นคุณก็ต้องประเมินตัวเอง ต้องรู้จักตัวเองว่ามีทักษะดีไหม ขับขี่เก่งหรือยัง ต้องอ่านตัวเองให้ออกว่าควรขับอยู่ในความเร็วของตัวเองเท่าไหร่ที่จะเอารถอยู่และไม่เป็นอันตราย

“ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือคุณต้องดูแลสุขภาพให้ดี การจะออกทริปแต่ละครั้งสุขภาพต้องแข็งแรง เพราะมันใช้ร่างกายและพลังงานเยอะ ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดนอน และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เรื่องเหล่านี้มันส่งผลต่อการขับขี่ทั้งหมด ยิ่งเราอายุ 68 แล้ว สูงอายุกว่าทุกๆ คนในกลุ่ม เรายิ่งต้องดูแลตัวเองให้มากกว่าคนอื่น บางทริปเราเตรียมความพร้อมก่อนเป็นเดือน”

ทุกวันนี้นอกจากทานอาหารหลักโดยเน้นไปที่การทานผลไม้เป็นประจำแล้ว โกฟาดยังทานอาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ในด้านการพักผ่อนก็นอน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงไม่เคยขาด ทุกสิ่งทุกอย่างมีจุดหมายก็เพื่อที่จะได้ขับขี่เจ้ารถสองล้อคันใหญ่คู่ใจให้ได้ดีและยาวนานที่สุด

“การขับบิ๊กไบค์ในวัยนี้ของเรามีประโยชน์หลายอย่างนะ มันทำให้เรารู้จักดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว คือคุณต้องสุขภาพดีเป็นโรคไม่ได้ นอกจากนี้ยังทำให้เรามีเพื่อนฝูงมีสังคม ได้พูดคุยกันเรื่องต่างๆ ทำให้ชีวิตสดชื่นไม่ห่อเหี่ยว ถ้าเราไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์วันนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงเหมือนกัน หัวใจเราคงไม่รู้สึกกระชุ่มกระชวยแล้วก็ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นหนุ่มเพิ่มขึ้นเหมือนอย่างวันนี้

คงเป็นคนแก่ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ทำตามความฝัน แล้วก็มีชีวิตอยู่ไปวันๆ เท่านั้นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...