โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ผมน่ะหรือคือซุป'ตาร์ตกอับ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 ม.ค. 2567 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2567 เวลา 05.58 น. • Blooming Star
มนุษย์ทดลองถูกฆ่าตาย ดันฟื้นมาอยู่ในร่างดาราตกอับที่มีข่าวฉาวเต็มตัวไปหมด อะไรนะ! ต้องแสดงละคร? ไหนจะรักสามเส้าของเจ้าของร่างอีก ทว่าทุกปัญหาดูเล็กไปเลย พอรู้ว่าร่างนี้ทำสัญญาเป็นคู่นอนกับคน ๆ หนึ่ง

ข้อมูลเบื้องต้น

มนุษย์ทดลองคนหนึ่งถูกฆ่าตายแล้วดันฟื้นมาอยู่ในร่างนักแสดงตกอับซึ่งมีข่าวฉาวเต็มตัวไปหมด

จากคนที่รู้จักแต่การฆ่าฟัน จู่ ๆ ต้องมาแสดงละครเนี่ยนะ?

เรื่องวุ่นวายยังดูไม่จบเพียงเท่านี้ ทั้งความสัมพันธ์รัก ๆ เลิก ๆ สุดอีนุงตุงนังของเจ้าของร่าง ทั้งคนร้ายที่พยายามทำลายชื่อเสียงจนเขาต้องตามหา

อย่างไรก็ตาม ได้โอกาสครั้งใหม่ทั้งที เขาจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทุกอย่างดีหมดจนมารู้ความจริงว่า

ร่างนี้ทำสัญญาเป็นคู่นอนกับคน ๆ หนึ่ง

********************

“คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องผมได้ไง?”

“ถามคำถามแบบนี้กับเจ้าของห้องไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ คิริน?”

"สัญญา? ต้องขอโทษด้วย พอดีผมความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุ"

ทว่าคิรินกลับต้องตกตะลึงตอนที่เห็นสัญญาร่างฉบับนั้นในโทรศัพท์ของผู้ชายตรงหน้า

“หา สัญญางี่เง่านี้มัน…”

ที่แท้ เงินก้อนใหญ่ที่ถูกโอนเข้ามา หาใช่เงินจากการทำงานหนักของร่างนี้ไม่

ที่แท้ คอนโดหรูหราอย่างที่ดาราตกอับไม่น่าซื้อได้ ก็ไม่ใช่มรดกตกทอดของครอบครัว

เขาทำสัญญาเป็นคู่นอนกับผู้ชายคนหนึ่ง!

บัดซบ!!

“ใช่ ทำตามสัญญาด้วยนะ”

********************

นิยายเรื่องนี้มี E-BOOK ใน MEB แล้วน้า ใครอยากซื้อเก็บหรืออ่านก่อนกดลิงก์ด้านล่างได้เลยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzQ0OTQ4NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2MDY1NyI7fQ

ซื้อผ่านลิงก์หรือใช้ meb coil จะได้ราคาถูกกว่า ios ค่ะ

นิยายเรื่องนี้ลงให้อ่านฟรีจนจบ แต่มีติดเหรียญถาวรแล้วทำการปลดเหรียญเวลาประมาณ 21:00 น. ของวันที่บอกในชื่อตอนเอาค่ะ // วิธีนี้ได้ยินว่านักอ่านไม่ต้องซื้อซ้ำหลังนักเขียนติดเหรียญอีกรอบค่ะ
[อาจจะมีลาหยุด ไรต์จะแจ้งล่วงหน้าในตอนล่าสุดนะคะ อย่างมาก 1-2 วันค่า ไม่เกิน]

ช่วงนี้เป็นราคาโปรโมชั่นนะคะตอนล่วงหน้าราคา 1.5 บาท (3 coin) หลังจากลงจบเรื่องแล้วจะปรับราคาขึ้นตามราคาอีบุ๊กค่ะ

*** สำคัญมาก ***

เนื้อหาที่ลงในเว็ปเด็กดีจะมีส่วนไม่เหมือนในเล่มนะคะ เพราะว่ามีการเลือกใช้คำหรือบรรยายฉากต่าง ๆ ให้เบาลงตามกฎระเบียบของทางเว็บค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลสำหรับคนอ่านใน Dek D เนื้อหาหรือใจความไรต์สอดใส่เข้าไปครบแน่นอน อนาคตมีแผนทำอีบุ๊กใน Dek D ด้วยค่ะ
*เนื่องจากบางฉากเราตัดทอนลงจำนวนคำที่ลงในเว็บนี้จะไม่เท่ากันนะคะ(น้อยกว่าเล็กน้อย) แต่ราคาใช้วิธีเฉลี่ยตามจำนวนคำค่ะ เท่ากับว่าถ้าอ่านในเด็กดีจะมีราคาถูกกว่าเล็กน้อยค่ะ (^^)

แนะนำตัวละคร

แนะนำตัวละครหลัก

*เนื้อหาด้านล่างมีสปอยล์

เพิ่มให้เผื่อคนจำชื่อตัวละครไม่ได้ ถ้าจำได้สามารถอ่านตามเนื้อเรื่องได้เลยค่า

หมายเลขหนึ่ง : เด็กกำพร้าที่ถูกเศรษฐีรับมาเลี้ยง ทว่ากลับถูกทำทดลอง ทรมาณและฝึกฝนเพื่อสร้างองค์กรรับจ้างทำสิ่งผิดกฎหมายขึ้นมา ไม่เคยมีความฝัน ไม่เคยมีความหวัง หรือเป้าหมายใด ๆ ในชีวิต

คิริน (คีน) : คนที่หมายเลขหนึ่งดันมาเข้าร่าง เคยเป็นนักแสดงเด็กชื่อดัง แต่เพราะพฤติกรรมและข่าวฉาว ทำให้เป็นนักแสดงตกอับไปในที่สุด

ภิรัช (ภีม): เจ้าของบริษัท WTC Entertainment ที่คิรินสังกัดอยู่ เป็นคนที่เจ้าของร่างทำสัญญาขายตัวด้วย

อลัน : แฟนเก่าของคิรินหรือเจ้าของร่าง เพราะอยากเติบโตในหน้าที่การงาน เขาจึงทิ้งคิรินไปคนกับคนที่ดีกว่า

ปารย์ : แฟนใหม่ของอลัน ดาราหนุ่ม ชื่อเสียงดี ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ มีแม่เป็นของหุ้นส่วนใหญ่บริษัท XG ซึ่งเป็นบริษัทผลิตนักแสดง ดารา นักร้องชื่อดัง ส่วนพ่อเป็นนักการเมืองที่มีอิทธิพลมาก

เตวิช (เต): ดาราดังที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว มีนิสัยไม่เปิดใจให้กับใครง่าย ๆ เคยอยู่ค่าย XG แต่ปัจจุบันออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง

ชวินทร์ : เพื่อนสนิทของปารย์ มีชื่อเสียงมาจากการเป็นยูทูบเบอร์ จนได้เข้าวงการในที่สุด มีนิสัยเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ปัจจุบันเป็นดาราอยู่ค่าย XG

เอวา : ผู้จัดการของคิริน เป็นเพื่อนสนิทกับแม่ของคิริน คอยเป็นห่วงเด็กหนุ่มอยู่เสมอราวกับแม่คนหนึ่ง

ตัวละครรอง

ปัณณวิชญ์ : เลขาคนสนิทของภิรัช

ตามทัพ : หลานชายของเตวิช

ธงชัย : ผู้กำกับภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่อง Dark

เมธา : ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อก้องแห่งยุค หนังเรื่องไหนที่เขาผลิต มักจะโด่งดังเป็นพลุแตก

ประภาทิพย์ : มารดาของปารย์ หนึ่งในผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ XG

เทวัญ : เพื่อนสนิทของภิรัช รองประธานบริษัทของ C Group ทั้งสองคนมักจะทำโปรเจคร่วมกันอยู่เสมอ

บทนำ (1/2)

บทนำ

(1/2)

ณ ห้องพักแห่งหนึ่งบริเวณชานเมือง

สายฝนท่ามกลางฤดูร้อนตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตามาพร้อมกับท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมพายุพัดรุนแรงจนน่าใจหาย บรรยากาศภายนอกหม่นหมองผิดกับความรู้สึกของชายสามคนที่อยู่ภายในห้องพัก ซึ่งทั้งผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี หนึ่งในนั้นกำลังนอนเอกเขนกบนเตียงนอนนุ่มสีขาวพร้อมผิวปากด้วยความอารมณ์ดี

“ในที่สุด… งานวันนี้นี้ก็เสร็จสิ้นเสียที” หมายเลขยี่สิบเจ็ดพูดขึ้นด้วยความโล่งใจ ก่อนลุกจากเตียงนอน หยิบขวดน้ำในตู้เย็น เดินไปพิงเคาน์เตอร์ครัวข้างกายหมายเลขสิบสามที่กำลังยืนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในโซนครัวขนาดเล็ก

“อืม…จบสักที”

แว่วเสียงเย็นชาตอบรับคำพูดของลูกน้องดังมาจากหมายเลขหนึ่ง ชายผู้นั่งหลับตาด้วยความเหนื่อยล้าบนเก้าอี้ไม้สักมันปลาบ มือข้างหนึ่งกำกล่องเครื่องประดับไม้โบราณ ส่วนมืออีกข้างคลึงขมับไปมาราวกับจะคลึงคลายหัวที่ปวดกำลังปวดตุบเพราะไมเกรนให้คลาย

สองคนที่เหลือไม่ใส่ใจการตอบรับอย่างขอไปทีของลูกพี่ตัวเองมากนัก เพราะหมายเลขหนึ่งเป็นคนไม่ชอบพูดคุยเล่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรที่ทำภารกิจด้วยกันมา

“คนจ้างทำภารกิจนี้โคตรบ้าเลยว่ะ จ้างองค์กรเราอย่างแพง เพื่อขโมยแหวนวงเดียว”

“ได้ยินมาว่าเป็นแหวนที่จะทำให้ทุกความปรารถนาเป็นจริงได้ เหอะ เป็นการเล่นกับความเชื่อที่มูลค่าสูงจริง ๆ”

หมายเลขยี่สิบเจ็ดและสิบสามคุยกันอย่างออกรส ซึ่งการที่ทั้งสองคนคิดว่าบ้าก็ไม่น่าแปลกใจ มีผู้จ้างวานให้องค์กรออกตามหาแหวนโบราณเพียงวงเดียวด้วยค่าจ้างมูลค่าสูงถึงสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เดิมทีพวกเขาก็คิดว่ามันประหลาดแต่หลังจากตามสืบหาก็พบว่าแหวนนี้เป็นแหวนที่มีชื่อเสียงมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีการแย่งชิงผลัดเปลี่ยนมือกันหลายครั้งเพื่อหวังขอพรให้สมความปรารถนาแต่สุดท้ายหาได้มีคนรู้วิธีใช้พลังของแหวนวงนี้อย่างแท้จริง จนสุดท้ายเรื่องราวของแหวนวงนี้ก็ถูกลืมเลือนลงไปตามกาลเวลา

ทั้งสามคนปฏิบัติภารกิจร่วมกันมาหลายครั้งหลายหนแล้ว ภารกิจครั้งนี้นับได้ว่าเป็นภารกิจที่มีมูลค่าสูงสุดตั้งแต่เคยทำมา และกินเวลามาอย่างยาวนานล่วงเข้าเดือนที่สามแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะช่วงชิงแหวนจากองค์กรคู่แข่งมาได้อย่างสำเร็จงดงาม

“ถ้าแหวนนี้ทำความปรารถนาได้จริง จะขออะไรกัน”

“เงินสิ ฉันจะขอให้มีเงินเยอะ ๆ อยู่บ้านหรู ๆ มีกินมีใช้ไปตลอดชาติ” หมายเลขสิบสามและยี่สิบเจ็ดพูดคุยสบตากันด้วยประกายตาสื่อความหมายลึกลับบางอย่าง จากนั้นหมายเลขยี่สิบเจ็ดก็หันหน้าไปถามลูกพี่ของเขาต่อด้วยน้ำเสียงติดตลก

“แล้วลูกพี่ล่ะ?”

หมายเลขหนึ่งไม่ตอบ แต่ส่ายหน้าแทนทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาพร้อมหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ทั้งสองที่ฟังอดกลอกตาไปมาไม่ได้ เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่ผิดคาดไว้เลยสักนิด

ถ้าขออะไรแล้วได้เป็นจริงขึ้นมางั้นหรือ… สำหรับหมายเลขหนึ่งแล้ว ความใฝ่ฝันของเขาเป็นเหมือนสิ่งที่ไม่กล้าคิด สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดตลอดสามสิบปีที่ใช้ชีวิตมา บางทีจะเป็น ‘อิสรภาพ’ ละมั้ง พลางหวนนึกถึงชีวิตที่ผ่านพ้นมาของตนเอง

ตั้งแต่จำความได้ เขาเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง เพียงแต่อยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ ได้ไม่นานนักก็ถูกเศรษฐีชื่อดัง ผู้ร่ำรวยเรืองอำนาจรับไปเลี้ยงดู ท่ามกลางความอิจฉาริษยาของเหล่าเพื่อน ๆ ในบ้าน แต่หารู้ไม่ ความทรมานอันมากเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับกำลังเริ่มต้นขึ้น

แท้จริงแล้ว เศรษฐีผู้นั้นจัดตั้งโครงการทดลองมนุษย์อย่างลับ ๆ ใช้วิธีการรับเลี้ยงเหล่าเด็กกำพร้ามากมายจากหลายอาณาเขตมาร่วมยี่สิบคน กำหนดหมายเลขตามลำดับการรับมาเลี้ยง ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ ทำการทดลองในแบบต่าง ๆ ทุกคนต้องฝึกฝนและต่อสู้ ฆ่าฟันกันเองมาตลอดสิบปีเพื่อคัดเลือกผู้รอดชีวิต โดยสิ้นการทดลองมีผู้เหลือรอดเพียงสามคน เขาเป็นหนึ่งในนั้น ไม่มีทางหนีรอดจากความโหดร้ายนี้ไปได้ คนที่หนีก็ล้วนเสียชีวิตจากการตามล่าของผู้ทดลอง

หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ เศรษฐีหนุ่มก็จัดตั้งองค์กรรับจ้างปฏิบัติตามผู้จ้างวานด้วยจำนวนเงินที่แพงหูฉี่ ปฏิบัติงานที่ผิดกฎหมายหลากหลายรูปแบบ โดยให้หมายเลขหนึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำหน่วย พร้อมเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมทำงานอันตรายนี้อย่างลับ ๆ ซึ่งหมายเลขสิบสามกับหมายเลขยี่สิบเจ็ดก็เป็นเพียงบุคคลที่ถูกดึงดูดมาเข้าร่วมทำงานกับองค์กรนี้ในภายหลังด้วยเม็ดเงินที่มหาศาล

‘ถ้าหากไม่มีการทดลอง ถ้าเป็นอิสระ ชีวิตจะเป็นทางไหนกันนะ?’

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหลับตาคิดถึงเรื่องราวและความปรารถนาลึก ๆ ในใจนั้น ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกสังหรณ์ร้ายอย่างรุนแรงก็แล่นเข้ามาในจิตใต้สำนึก ก่อนที่เขาจะตอบโต้อะไรได้ทัน

ฉึก!

บทนำ (2/2)

บทนำ

(2/2)

จังหวะนั้น ร่างกายของหมายเลขหนึ่งก็แข็งเกร็งขึ้นมาทั่วร่าง แววตาเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดเผยให้เห็นถึงความตกใจ และไม่คาดฝันกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันหลังกลับไปมอง ใบหน้าของชายหนุ่มเหยเก มือข้างหนึ่งค่อย ๆ กุมอกด้านซ้าย ส่วนมืออีกข้างยังคงกำกล่องเครื่องประดับไว้แน่น เห็นหมายเลขสิบสามยิ้มให้ด้วยสายตาน่าขนลุก และหมายเลขยี่สิบเจ็ดยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความไม่ยี่หระ

บริเวณด้านหลังของหมายเลขหนึ่งมีมีดเล่มคมปักอยู่ทะลุมายังอีกฝั่ง ของเหลวสีแดงสดค่อย ๆ ไหลทะลักออกมาจนชุ่มโชกเสื้อเชิ้ตตัวบางที่เขาสวมอยู่

ตุบ

กล่องไม้ในมือชายหนุ่มร่วงจากมือกระแทกพื้นพรม แรงกระแทกทำให้ตัวแหวนโบราณที่อยู่ในกล่องกระเด็นหลุดออกมา เขาไม่สามารถฝืนทนกับความเจ็บปวดได้ ร่างแกร่งเริ่มจะเซลงก่อนที่จะล้มกระแทกพื้น ลมหายใจเริ่มติดขัด อาการชาหนึบไปทั่วร่าง ไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริง ๆ ว่าเพื่อนร่วมงานที่ร่วมงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมาหลายครั้ง จะใช้มีดแทงทะลุกันอย่างโหดเหี้ยม

‘ทำไม’ ริมฝีปากของหมายเลขหนึ่งค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดแบบไม่มีเสียงจากความชา และความตกใจล้นขึ้นมาจุกตรงลำคอ ชายหนุ่มจับจ้องไปยังหมายเลขสิบสามที่ยืนมองตัวเขาด้วยแววตาเย็นชา

“เหอะ หมายเลขหนึ่ง นายมันโง่เง่ากว่าที่คิด การที่เราแย่งชิงของจากองค์กรคู่แข่งมาได้ ก็ย่อมหมายความว่าคนจ้างวานองค์กรเราในครั้งนี้ได้จ้างคนอื่นอีกมากมายเพื่อไล่หา ถ้าฉันสามารถนำแหวนวงนี้ไปส่งมอบให้ได้ก็หมายความว่าเงินภารกิจทั้งหมดก็จะเป็นของฉัน”

“ท..ทรยศ ตาย” เสียงกระท่อนกระแท่นและแผ่วเบาดังออกมาจากร่างปวกเปียกบนพื้น ความอุ่นร้อนในอกบางส่วนกำลังเริ่มไล้เลียไปยังลำคอของเขาจนรู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที

“พวกฉันน่ะ ไม่เหมือนกับคนระดับหัวหน้าอย่างนายหรอกนะที่ถูกฝังระเบิดไว้ในร่างกาย ถ้าหากเรามีเงินมากพอฉันเชื่อว่าการหลบหนีจากองค์กรไม่ยากหรอก หึหึ ว่าแต่เริ่มขยับไม่ได้แล้วรึยังล่ะ” เท้าของหมายเลขสิบสามตามเตะอย่างรุนแรงบริเวณลำตัวของหมายเลขหนึ่ง

ระหว่างนั้นหมายเลขยี่สิบเจ็ดเริ่มขยับเดินเข้ามาร่วมผสมโรงอีกคน เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าหวาดหวั่นชวนขนลุกดังก้องไปทั่วห้องพัก

ความจริงแล้ว นอกจากการเล่นทีเผลอใช้จังหวะที่หมายเลขหนึ่งกำลังผ่อนคลายด้วยความเชื่อใจเพราะได้ใช้เวลาร่วมกันปฏิบัติงานต่าง ๆ ร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้ว มีดเล่มนั้นยังคงเคลือบสารพิษชนิดหนึ่งเอาไว้ ซึ่งจะค่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกลายเป็นอัมพาตแข็งเกร็งไม่สามารถขยับได้ ส่งผลกับการทำงานระบบทางเดินหายใจโดยตรงจนกระทั่งเสียชีวิตอีกด้วย หากไม่อย่างนั้นทั้งสองคน คงไม่สามารถจัดการหัวหน้าหน่วยในคนหนึ่งได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

หมายเลขหนึ่งยิ้มเยาะ รู้สึกสิ้นหวังกับความจริงที่ได้ยิน เขาคลานต่ำไปกับพื้น พยายามดิ้นหนีจากการโดนทำร้ายอย่างช้า ๆ แม้จะรู้แก่ใจว่าไร้ประโยชน์เต็มทีก็ตาม เลือดหยาดหยดเต็มพื้น ร่างกายเริ่มรู้สึกหนักอึ้งขึ้นจนแม้แต่แขนขายังแทบไม่มีแรงขยับเคลื่อนไปไหน ทันใดนั้นหางตาก็ไปสะดุดกับแหวนสีทองอร่าม ตรงกลางมีอัญมณีสีแดงสว่างประกายดั่งเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปสัมผัส

ไวเท่าความคิด มือเปื้อนเลือดข้างหนึ่งที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงเอื้อมไปหยิบแหวนวงนั้นไว้ในกำมือ

“จะตายอยู่แล้ว แม่งยังจะมาโลภอีกว่ะ ไอ้เวรเอ๊ย…” ปัก! เท้าข้างหนึ่งที่ไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นของใครกระทืบอย่างแรงเข้าที่กำมือ

อาการเจ็บปวดด้วยแรงกระแทก ซ้ำด้วยแรงบดขยี้ไปมาเจ็บร้าวไปถึงกระดูก เสียงหัวใจเต้นของเขาดังก้องไปทั่วร่าง เหล่าคนที่รายล้อมตัวเขาหัวเราะคิกคัก พูดต่อไปไม่หยุด แต่ชายหนุ่มไม่สามารถจับใจความอะไรได้อีกแล้ว

“…”

ภาพในแววตาอันพร่ามัวของหมายเลขหนึ่งเริ่มแปรเปลี่ยน หากหาใช่ห้องพักเดิมที่เขาอยู่ไม่ โดยรอบกลับเป็นน้ำทะเลอันมืดมิดบีบอัดร่างของเขาจนรู้สึกอึดอัดกว่าเดิม

กลิ่นคาวเค็มอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำทะเลรู้สึกเข้ามายังประสาทสัมผัสของร่างกายแทนที่จะเป็นกลิ่นคาวของโลหิตอย่างน่าฉงน

พลันความคิดของเขานึกไปถึงบทสนทนาก่อนหน้า

ความปรารถนางั้นหรือ ถ้าเป็นไปได้จริง เขาก็อยากขอเป็นคนปกติ ไม่ต้องยุ่งกับเรื่องฆ่าฟันเหมือนคนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง

‘เป็นอิสระ มีความสุข มีเป้าหมาย ได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองอยากเลือกดูสักครั้ง….’

“ของดี ๆ เลอะหมดเลย ขยะแขยงจริง ๆ” มือกำแน่นและเย็นเฉียบของหมายเลขหนึ่งถูกแกะออกเพื่อนำแหวนออกมาทำความสะอาดบรรจุใส่กล่องไว้อย่างเดิม เพียงแต่ ณ เวลานั้นหมายเลขหนึ่งไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกแล้ว

เสียงชีพจรครั้งสุดท้ายดังก้องในหัว ทุกอย่างภายในห้องดับวูบลง ไอเย็นค่อย ๆ คืบคลานแผ่ซ่านไปทั่วกาย จนกระทั่งไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีก

ต่อมาไม่นานนักทั่วทั้งห้องก็มีแต่ความเงียบสงบ กลิ่นสนิมคละคลุ้งไปทั่วห้อง เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณกับกองโลหิตที่หลั่งรินราวกับสะเก็ดแก้วสีแดงแตกกระจายบนพื้น ทั้งน่ากลัว ดูน่าขนลุกเมื่อมองไป ราวกับเย้ยหยันชีวิตว่าความตายว่าแท้จริงมันช่างเงียบงันและง่ายดายนัก

ทว่า ถ้าหากตอนนี้หมายเลขสิบสามและยี่สิบเจ็ดที่กำลังหลบหนีอย่างชุลมุนพินิจมองแหวนในกระเป๋าเดินทางเล็กน้อย จะพบแสงสีแดงส่องประกายวาบ ก่อนที่แสงนั้นค่อย ๆ หม่นลงไป

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...