โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดข้อกฎหมายภาษีสรรพากร "แสนสิริ" ซื้อที่ดินโอนกรรมสิทธิ์ 12 คน 12 วัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2566 เวลา 09.31 น.

เปิดข้อกฎหมายคำสั่งสรรพากร ที่ ป.100/2543 เรื่องการคิดคำนวณภาษีขายอสังหาริมทรัพย์ กรณี “แสนสิริ” ซื้อที่ดินและรับโอนจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม 12 คน 12 วัน เสียภาษีอย่างไร

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ร้องเรียนกรมสรรพากรตรวจสอบพฤติกรรมของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กรณีซื้อขายที่ดิน 1 ไร่ 1 ตาราวาง ติดถนนสารสิน จากบริษัทประไพทรัพย์ แต่เปลี่ยนวิธีการโอนที่ดินเป็นการโอนแยกตามจำนวนผู้ถือหุ้น 12 คน 12 วัน ซึ่งกรณีนี้นายชูวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่าเข้าข่ายการหลีกเลี่ยงภาษี 500 กว่าล้านบาทที่รัฐควรจะได้หรือไม่

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามกรณีดังกล่าวต่อผู้เชี่ยวชาญกฎหมายภาษี ชี้แจงว่ากรณีนี้ถือเป็นการวางแผนภาษีของผู้ขายที่ดิน โดยให้อ้างอิงข้อกฎหมายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.100/2543 เรื่องการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการขาย การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทาง ปฏิบัติในการตรวจและแนะนำสำหรับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการขาย การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์

โดยประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องในกรณีการซื้อขายที่ดินของแสนสิริ คือ ข้อ 4 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากร ดังนี้
ข้อ 4 การขายอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่มีการถือ “กรรมสิทธิ์รวม” ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตามข้อ 3) มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ดังนี้

(1) กรณีการถือกรรมสิทธิ์รวมเกิดขึ้นเนื่องจากการได้รับมรดก การให้โดยเสน่หา การครอบครองปรปักษ์ หรือจากการที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้บุคคลอื่นเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมในภายหลัง ให้บุคคลแต่ละคนที่ถือกรรมสิทธิ์ รวมเสียภาษีเงินได้ในฐานะบุคคลธรรมดา โดยแยกเงินได้ตามส่วนของแต่ละคนที่มีส่วนอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ถือกรรมสิทธิ์รวม

(2) กรณีการถือกรรมสิทธิ์รวมเกิดขึ้น เนื่องจากการทำนิติกรรมซื้อขาย ขายฝาก หรือแลกเปลี่ยน โดยเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมกัน ให้เสียภาษีเงินได้ในฐานะห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล แต่หากไม่ได้มีการเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมกัน ให้บุคคลแต่ละคนที่ถือกรรมสิทธิ์รวมเสียภาษีเงินได้ในฐานะบุคคลธรรมดา โดยแยกเงินได้ตามส่วนของแต่ละคนที่มีส่วนอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ถือกรรมสิทธิ์รวม

ข้อ 5 การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ให้คำนวณจากราคาขายอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดขึ้น ในกรณีโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทน ไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม โดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นราคาที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น ตามมาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

แหล่งข่าวอธิบายว่า คำสั่งของกรมสรรพากรในข้อ 4 (2) ระบุไว้ชัดเจนว่า “หากไม่ได้มีการเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมกัน ให้บุคคลแต่ละคนที่ถือกรรมสิทธิ์ รวมเสียภาษีเงินได้ในฐานะบุคคลธรรมดา” ซึ่งในกรณีนี้ผู้ขายที่ดินให้กับแสนสิริมีการถือครองกรรมสิทธิ์รวมจำนวน 12 คน ซึ่งในการได้มาไม่ได้มีการเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมกัน เนื่องจากทางบริษัทประไพทรัพย์ ได้ยกเลิกบริษัทและได้แบ่งทรัพย์สินคือที่ดินให้กับผู้ถือหุ้น 12 คน

โดยเป็นการรับโอนกรรมสิทธิ์กันคนละวันตั้งแต่ต้น ดังนั้นในกรณีที่บุคคลทั้ง 12 คนได้ขายที่ดินให้กับบริษัทแสนสิริ (แม้ว่าแสนสิริจะรับโอนในวันเดียวกัน) ทางผู้ขายก็จะเสียภาษีเงินได้ในฐานะบุคคลธรรมดา เพราะในกรณีนี้ทางสรรพากรจะพิจารณาจากต้นทางในการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ กรณีนี้ถือว่าเป็นการวางแผนภาษีของผู้ขายที่ดิน ไม่ใช่การหนีภาษี เพราะถือว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

แหล่งข่าวกล่าวว่า แต่หากในกรณีที่มีการรับโอนกรรมสิทธิ์รวม 12 คนพร้อมกันตั้งแต่ต้น เมื่อมีการขายที่ดินก็จะต้องเสียภาษีในรูปแบบคณะบุคคล และเมื่อผู้ถือหุ้นแต่ละรายได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการขายที่ดินดังกล่าว ก็จะต้องนำมาคำนวนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง ดังนั้นผู้ขายที่ดินส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องกฎหมายภาษี หรือมีที่ปรึกษากฎหมาย ก็จะแนะนำการวางแผนภาษีเพื่อไม่ให้เสียภาษีซ้ำซ้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...