โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คริปโตคืออะไร? อธิบายแ บบจบครบที่เดียว!

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 08.14 น. • Bright Today

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา คงไม่มีนวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีไหนจะเขย่าโลกได้มากกว่า ‘คริปโต’ หรือ ‘คริปโตเคอร์เรนซี่’ อีกแล้ว ที่เรียกได้ว่าต่อให้เป็นคนที่อยู่นอกวงการ ก็ยังต้องหันมาให้ความสนใจ และถึงแม้ว่ามูลค่าของคริปโตจะร่วงจากจุดสูงสุดมาไกล ทำให้หลายคนเลิกสนใจไป แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีสัญญาณบางอย่างกลับมาอีกครั้ง เมื่อมูลค่าค่อย ๆ ไต่กลับขึ้นมาทีละน้อย บวกกับมีกูรูหลายคนแสดงความคิดเห็นคล้ายกันว่า ‘ตลาดกระทิง’ กำลังจะกลับมาแล้ว ดังนั้น ถ้าไม่อยากตกขบวนเที่ยวนี้ บทความนี้จะมาทบทวนความรู้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ว่าคริปโตคืออะไร ทำงานอย่างไร ไปจนถึงเหรียญคริปโตมีกี่ประเภท ติดตามได้เลย

คริปโตคืออะไร?

สำหรับคำถามที่ว่าคริปโตคืออะไร สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ดังนี้ คริปโต หรือคริปโตเคอร์เรนซี่คือสกุลเงินดิจิทัล ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแบบดิจิทัล โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเข้ารหัสอันซับซ้อน และกระจายอำนาจ (Decentralized) ซึ่งแตกต่างจากสกุลเงินที่มีอยู่แล้วในโลก ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือแม้กระทั่งไทยบาท และต่างก็มีตัวกลางอย่างรัฐบาลมาควบคุม ทำให้ขาดความอิสระหลายประการ ดังนั้น เมื่อสามารถแก้ Pain Point ในจุดนี้ได้ คริปโตจึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นของคริปโตคือ Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรก ที่คิดค้นโดย Satoshi Nakamoto (นามแฝง และในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้) โดยมีการสรุปหลักการไว้ในเอกสารปี 2008 ที่ชื่อว่า “Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System” Nakamoto อธิบายนิยามของ Bitcoin เอาไว้ว่า “ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลักฐานการเข้ารหัสเป็นข้อพิสูจน์” โดยหลักฐานการเข้ารหัสนั้นมาในรูปแบบของธุรกรรมที่ได้รับการตรวจสอบและบันทึกในบล็อกเชน

บล็อกเชนคืออะไร?

เพื่อให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจว่าคริปโตคืออะไรได้อย่างกระจ่างยิ่งขึ้น จึงต้องขออธิบายขยายความในส่วนของบล็อกเชนเพิ่มเติม

บล็อกเชนคือบัญชีแยกประเภทแบบเปิดที่บันทึกธุรกรรมในรหัส โดยในทางปฏิบัติ คล้ายกับสมุดเช็คที่กระจายไปตามคอมพิวเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนทั่วโลก โดยทุกการทำธุรกรรมจะถูกบันทึกใน “บล็อก” ที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันใน “ห่วงโซ่” ของธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลก่อนหน้า เป็นที่มาของคำว่า ‘บล็อกเชน’

ด้วยบล็อกเชน ทุกคนที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลจะมีสำเนาของการทำธุรกรรมเป็นของตนเองเพื่อสร้างบันทึกธุรกรรมที่เป็นหนึ่งเดียว ธุรกรรมใหม่แต่ละรายการที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึก และทุกสำเนาของบล็อกเชนจะได้รับการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา และเพื่อป้องกันการฉ้อโกง ธุรกรรมแต่ละรายการจะถูกตรวจสอบโดยใช้เทคนิค ที่เรียกว่า Proof of Work และ Proof of Stake

เหรียญคริปโตมีกี่ประเภท?

เมื่อได้ทราบไปแล้วว่าคริปโตคืออะไร สิ่งต่อไปที่ควรรู้ก็คือเหรียญคริปโตมีกี่ประเภท เพราะเมื่อเข้าใจสิ่งนี้ ก็จะเข้าใจภาพรวมของตลาด และช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยประเภทของคริปโตสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

  • Bitcoin: เนื่องจากมูลค่า Market Cap และการยอมรับจากคนทั่วโลกในฐานะสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง รวมถึงการทำงานที่มีบล็อกเชนแยกเป็นเอกเทศ จึงทำให้ Bitcoin กลายเป็นประเภทหนึ่งของคริปโตด้วยตัวของมันเอง

  • Altcoin: อธิบายให้เข้าใจโดยง่าย Altcoin คือคริปโตอื่น ๆ แทบทุกเหรียญที่ไม่ใช่ Bitcoin โดย Altcoins สามารถมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปนอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นสกุลเงินดิจิทัล ในขณะที่ Bitcoin ตั้งใจให้เป็นรูปแบบของสกุลเงินที่กระจายอำนาจ เรียกได้ว่าด้วยเหรียญที่หลากหลายพร้อมการใช้งานที่เป็นมากกว่าสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน คริปโตจำนวนมากเหล่านี้จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งของ Bitcoin ตัวอย่าง Altcoin ชั้นนำในปัจจุบันก็ได้แก่ Ethereum ซึ่งมีมูลค่าตลาด 150 พันล้านดอลลาร์ รวมไปถึง Solana (SOL) และ Cardano (ADA)

  • Stablecoins: อีกหนึ่งประเภทของสกุลเงินดิจิทัลที่มูลค่าของมันจะตรึงอยู่กับราคาของสินทรัพย์อื่น ตัวอย่างเช่น Stablecoin จะผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ถ้าระบบทำงานได้อย่างถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ 1 เหรียญก็ควรมีมูลค่าอยู่ที่ 1 ดอลลาร์เสมอ

เหรียญคริปโต มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

บทบาทของคริปโตในชีวิตประจำวัน

เพื่อให้การลงทุนในคริปโตมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากที่จะต้องทราบว่าคริปโตคืออะไร และเหรียญคริปโตมีกี่ประเภทแล้ว ก็ควรที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทของคริปโตในชีวิตประจำวันด้วย เพราะถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัล แต่การใช้งานก็มีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกับสกุลเงินดั้งเดิม โดยสามารถแบ่งเป็นข้อ ๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • สินทรัพย์สำหรับการเก็บออม: หลายคนมักเปรียบเทียบ Bitcoin กับทองคำ ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดฝาผิดตัว เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็สามารถลงทุนซื้อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ เพื่อรอให้มูลค่าเติบโตขึ้นในอนาคต
  • ใช้ตามจุดประสงค์ของเหรียญนั้น ๆ: ดังที่อธิบายไว้ข้างต้นว่า Altcoin มีจุดประสงค์มากมาย ตามแต่ผู้ที่คิดค้นเหรียญจะกำหนด ตัวอย่างเช่นการเป็นสื่อกลางในเกม หรือการใช้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการเทรดบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เป็นต้น
  • ชำระสินค้าและบริการ: ถึงแม้จะยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่ในปัจจุบันร้านค้าที่ยอมรับคริปโตให้สามารถชำระสินค้าและบริการได้ก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ลงทุนเพื่อเก็งกำไร: เช่นเดียวกับหุ้นหรือกองทุน โดยนักลงทุนสามารถซื้อมา-ขายไปกับเหรียญคริปโตเพื่อหวังกำไรในระยะสั้นก็ได้เช่นกัน

ถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าคริปโตคืออะไร ซึ่งไม่แน่ว่าสิ่งนี้อาจกลายเป็นอนาคตแห่งโลกการเงินก็เป็นได้ ดังนั้น ยิ่งมีความรู้เยอะก็ยิ่งได้เปรียบและถ้าคุณไม่อยากพลาด ต้องคอยอัปเดตข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ และข่าวต่างประเทศในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อช่วยให้คุณรู้ทุกความเคลื่อนไหวด้านการลงทุน ติดตาม Bright Today ได้เลย พร้อมเสิร์ฟทุกประเด็นร้อนที่ใครก็ห้ามพลาด!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...