โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

จุติจักรพรรดิเทพมังกร

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ก.ย 2566 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2566 เวลา 06.45 น. • Kawebook
เขาได้ตายและกลับมาเกิดใหม่ในตระกูลขุนนางเมืองหนึ่ง แต่ชีวิตช่างน่าเศร้า เพราะหลงอวี้ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้

ข้อมูลเบื้องต้น

เขาได้ตายและกลับมาเกิดใหม่ในตระกูลขุนนางเมืองหนึ่ง แต่ชีวิตช่างน่าเศร้า เพราะหลงอวี้ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้

นิยาย จุติจักรพรรดิเทพมังกร เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Beijing Gardenium Cultural Broadcasting Co., LTD17Kประพันธ์โดย :枫吟紫辰(เฟิงอิ่นจื่อเฉิน) แปลและเรียบเรียงโดย :Half Pen (ชาลี บุญล้อม)

ณ โลกต่างแดนที่ยังมีการใช้วรยุทธ์

ผู้คนครองโลกด้วยดาบแห่งจักรพรรดิและควบคุมชะตาชีวิตคนนับร้อยล้าน!

‘ หลงอวี้ ’ นักฆ่าอันดับหนึ่งในโลกปัจจุบันได้หลุดมิติมายังโลกแห่งวรยุทธ์นี้…

เขาได้ตายและกลับมาเกิดใหม่ในตระกูลขุนนางเมืองหนึ่ง

แต่ชีวิตช่างน่าเศร้า เพราะหลงอวี้ในตอนนี้ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้

แนะนำนิยายสนุก สุดมันส์ อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย

สัญลักษณ์มังกรเขียว

นอกเมืองอวี้กวน ยามที่ดวงอาทิตย์ลอยสูง

ชายหนุ่มชุดดำ ผู้มีคิ้วเรียวงามและนัยน์ตาเปล่งประกายก้าวไปยืนอยู่ริมแม่น้ำที่เชี่ยวกราก ก่อนหันหลังและเอ่ยปาก

“ตอนนี้คงพูดได้แล้วกระมัง พวกเจ้าตามข้ามาด้วยเหตุอันใด”

ด้านหลังเป็นชายชุดเทาสองคนที่สะกดรอยตามมาตลอดทาง

ชายชุดเทาเหล่านั้นเป็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งผอมแห้ง ส่วนอีกคนอ้วนท้วม ทุกย่างก้าวล้วนหนักแน่นและสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้มีพลังวรยุทธ์ระดับหนึ่ง หลังจากสะกดรอยตามชายชุดดำจนมาถึงริมแม่น้ำแห่งนี้ พวกเขาก็กวาดสายตาดูรอบๆ จนแน่ใจว่าไร้เงาผู้คน ดวงตาของทั้งคู่พลันกลายเป็นโหดเหี้ยม

“ไอ้สวะ จงไปสำนึกเสียใจในปรภพเสียเถิด! เป็นเพียงเศษสวะไร้ค่า ริอ่านคิดพิศวาสในตัวคุณหนู ‘เฟิงเหยา’ จุดจบของเจ้ามีเพียงความตายเท่านั้น!”

ชายร่างอ้วนกระแทกเสียงหึออกมาเบาๆ ก่อนที่ตัวเขาและชายร่างผอมจะเข้าไปล้อมชายหนุ่มชุดดำไว้

ชายหนุ่มชุดดำหน้าถอดสี

‘พวกมันคิดจะเอาชีวิตเขาอย่างนั้นหรือ’

ชายหนุ่มชุดดำผู้นี้แท้จริงแล้วมีนามว่า ‘ หลงอวี้ ’ เขาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเฟิงในฐานะบุตรบุญธรรมของประมุขตระกูลเฟิงผู้มีนามว่า ‘ เฟิงฉางเกอ ’ มาตั้งแต่เล็กจนโต แต่โชคร้ายที่หลงอวี้มีเส้นลมปราณติดขัดตั้งแต่เด็กทำให้ไม่สามารถฝึกฝนบำเพ็ญพลังได้ แน่นอนว่าในโลกที่วรยุทธ์คือทุกอย่างเช่นนี้ เขาจึงไม่ได้รับความเคารพนจากผู้ใด แม้จะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของประมุขตระกูลเฟิงก็ตาม

ส่วน ‘ เฟิงเหยา ’ เป็นบุตรีแท้ๆ ของเฟิงฉางเกอที่ปีนี้เพิ่งจะอายุสิบหก นางไม่ได้มีเพียงรูปโฉมงดงามเท่านั้น ทว่ายังฝึกฝนวรยุทธ์สำเร็จถึงขั้นเจ็ดแล้ว ถือว่าเป็นลูกศิษย์อัจฉริยะคนหนึ่งของสำนักน้ำแข็งเยือกก็ว่าได้

“ ผู้ใดเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาลอบสังหารข้า ”

หลงอวี้ถามเสียงเย็น

ความจริงแล้ว เขาไม่ได้สนใจในตัวสาวงามผู้หยิ่งยโสอย่างเฟิงเหยาแม้แต่น้อย

“ เมื่อเจ้าถามเช่นนี้ ข้าก็จะเมตตายอมบอกกับเจ้า คนผู้นั้นคือคุณหนู คุณหนูเป็นคนเอ่ยปากบอกว่าต้องการให้เจ้าตาย ถึงอย่างไรก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว ดังนั้นยอมตายเสียเถิด! ”

ชายร่างอ้วนคำรามอย่างเกรี้ยวกราดก่อนก้าวเท้าออกไปพร้อมปล่อยหมัดใส่หลงอวี้

สำหรับหลงอวี้ที่ไม่เคยฝึกฝนวรยุทธ์ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมองการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายทัน เมื่อถูกพละกำลังมหาศาลหนักนับพันชั่งซัดใส่หัวไหล่หนึ่งหมัดทำให้กระดูกแหลกเละ อีกทั้งแขนข้างหนึ่งถูกก็ขยี้จนใช้การไม่ได้ หลังจากนั้นตัวเขาก็กระเด็นไปอยู่ริมแม่น้ำ

“ แค่ก! ”

หลงอวี้กระอักเลือดสดๆ ออกมา พยายามกัดฟันไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้อง

ไม่ว่าภายนอกจะเข้มแข็งสักเท่าไร แต่เขากลับรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน!

ในโลกนี้ที่พลังคือทุกสิ่ง เจ้าอ้วนนั่นเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งที่ถือว่าอ่อนแอที่สุด ทว่าเพียงหมัดเดียวก็ปล่อยพลังมหาศาลนับพันชั่ง จนสามารถทำร้ายเขาจนสาหัสปางตายได้

“ ข้ายังตายไม่ได้ ”

ดวงตาของหลงอวี้ปรากฏเส้นเลือดแดงก่ำ เขามองศัตรูทั้งสองเดินเข้ามา และพยายามใช้แรงทั้งหมดกลิ้งตัวลงไปในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว

เกิดเสียงน้ำสาดกระจาย เป็นร่างของเขาที่ตกลงไป!

ตัวเขาที่บาดเจ็บสาหัสตกลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก โอกาสรอดมีเพียงหนึ่งในสิบ โอกาสรอดเพียงเสี้ยวเดียวของเขา…

บ่าวรับใช้ทั้งสองบนฝั่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นก็พากันตกตะลึง

“ พวกเราต้องตามลงหรือไม่ ”

ชายร่างอ้วนมีท่าทางลังเลเล็กน้อย

ถึงจะเป็นบ่าวรับใช้เหมือนกัน แต่ชายร่างผอมนั้นมีวรยุทธ์ถึงขั้นสอง หนำซ้ำยังมีตำแหน่งในตระกูลเฟิงสูงกว่าชายร่างอ้วนหลายเท่า

ชายร่างผอมเผยแววตาเป็นประกาย

“ ไม่ต้อง กระแสน้ำเชี่ยวถึงเพียงนี้ ต่อให้ตามลงไปก็คงหาร่างไม่เจอ สู้เดินตามสายน้ำไปดักรอมันคงจะจับตัวได้เป็นแน่ ถูกเจ้าซัดไปหนึ่งหมัดจนสาหัสหรือไม่ชีพจรก็อาจขาดสะบั้น มันตกลงไปในแม่น้ำสภาพนั้นอาจมีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ หากมีชีวิตอยู่ต้องเห็นตัว หากตายแล้วต้องเห็นศพ! ”

“ ดี ”

ชายร่างอ้วนพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็ก้าวเท้ามุ่งไปตามสายน้ำ

ท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก หลงอวี้มีบาดแผลทั่วตัว กระดูกร้าวหลายจุด อวัยวะภายในฉีกขาด เจ็บปวดและทรมานไปทั้งร่าง

ตอนนี้ความตายอยู่ใกล้เขาเหลือเกิน

“ จะมาตายง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร… ”

หลงอวี้กัดฟันข่มความเจ็บปวดจนชาไปทั้งตัว กระแสน้ำซัดกระหน่ำใส่ร่างกายจนไปกระแทกหินยักษ์กลางแม่น้ำจนเลือดสีแดงสดไหลไปกับสายธาร

ไม่นานนัก สติของเขาก็เริ่มเลือนราง

ขณะนั้นเองเสียงคำรามเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นในหัว ทำให้เขาสะดุ้งตื่น!

หลงอวี้ตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจปนสงสัย เห็นเพียงแสงสีเขียวลึกลับสายหนึ่งสว่างขึ้นบริเวณหน้าอก มันก่อตัวเป็นเงามังกรเขียวตนหนึ่ง ที่กำลังแหวกกระแสน้ำเข้าปกคลุมร่างของเขา

“ นี่มัน… ”

หลงอวี้กวาดตามองไปทั่วบริเวณ เห็นเงามังกรเขียวที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวกำลังประคองร่างของเขาไว้ แล้วแหวกว่ายในกระแสน้ำอย่างรวดเร็ว

มังกรเขียวดุดันมีอิทธิฤทธิ์ยากจะหยั่งถึง!

ในเวลาเดียวกัน พลังงานลึกลับบางอย่างได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย แล้วช่วยรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสจนหายดี และยังช่วยทะลวงชีพจรที่เคยอุดตันของเขาอีกด้วย

เขาได้เข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์ในเวลาแบบนี้อย่างนั้นหรือ!

“ นี่มัน… สัญลักษณ์มังกรเขียว! ”

มีหรือที่หลงอวี้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อสิบปีก่อน เขาเป็นถึงสุดยอดมือสังหารในอีกโลกหนึ่ง ชีวิตในตอนนั้นจบลงเพราะอุบัติเหตุ และเขาก็ได้ข้ามมิติมายังโลกอีกใบ มาเกิดใหม่ในร่างเด็กหนุ่มที่ชื่อหลงอวี้

หลังจากนั้นบริเวณหน้าอกก็ปรากฏสัญลักษณ์มังกรเขียวลึกลับนี้ขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้เลยว่ามันมีประโยชน์อะไร

แต่ขณะนี้ หลังจากโดนเจ้าอ้วนนั่นซัดไปหนึ่งหมัด ชีพจรบางเส้นในตัวของหลงอวี้ก็ขาดสะบั้น ทำให้สัญลักษณ์มังกรเขียวสัมผัสได้ถึงตันเถียน[1]ในตัวเขา

นับเป็นโชคดีในโชคร้าย สัญลักษณ์มังกรเขียวได้กลายเป็นเงาเลือนรางที่ไม่เพียงช่วยรักษาบาดแผลให้เท่านั้น แต่ยังทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์อีกด้วย

วิถีวรยุทธ์ขั้นแรก เชื่อมผสานพลังแห่งฟ้าดิน หล่อหลอมร่างกาย บ่มเพาะเศษเสี้ยวลมปราณในชีพจร ทำให้เกิดพละกำลังมหาศาลนับพันชั่ง!

แววตาของหลงอวี้พลันเปล่งประกายแวววาว

ที่ผ่านมาเขาได้ลองใช้วิธีต่างๆ นานา โดยหวังว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์มาตลอด แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักครั้ง ไม่คาดว่าการที่ถูกเจ้าอ้วนนั่นซัดจนชีพจรขาดสะบั้นไปส่วนหนึ่งจะไปกระตุ้นให้สัญลักษณ์มังกรกลับมาทำงานอีกครั้ง

“ แม้จะไม่รู้ชัดว่าสัญลักษณ์มังกรนี่คืออะไร แต่ในเมื่อได้เข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์แล้ว หลังจากนี้จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายข้าได้ง่ายๆ อีก ”

ความมั่นใจของหลงอวี้เพิ่มขึ้นมหาศาล

ชาติที่แล้วเขาเป็นสุดยอดมือสังหารได้เพราะความมานะและความปรารถนาอันแรงกล้า

และการจะประสบความสำเร็จในวิถีวรยุทธ์ได้ในชาตินี้ ความปรารถนาอันแรงกล้าก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

เงามังกรเขียวค่อยๆ สลายไป

ในที่สุดหลงอวี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์ และได้รับพลังวรยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง อย่างพลังหมัดพันชั่งมาเป็นที่เรียบร้อย ไม่เพียงเท่านั้น ประสาทสัมผัสและการตอบสนองก็ถูกยกระดับอย่างก้าวกระโดด

ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เขาได้ยินกระทั่งเสียงร้องของแมลงที่อยู่บนฝั่ง ทั้งยังมองเห็นพืชใต้น้ำได้ชัดเจน และสามารถลอยไปตามทางน้ำไหลได้สบายๆ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์ในช่วงแรกเริ่มเท่านั้น

วิถีแห่งวรยุทธ์มีทั้งหมดเก้าขั้น ถ้าสามารถผ่านระดับได้ จะได้รับพลังจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าในทุกๆ ระดับขั้น หากฝึกฝนจนสำเร็จถึงขั้นที่เก้า เพียงหมัดเดียวก็สามารถชกภูเขาให้แตกกระจาย กระทืบเท้าเพียงครั้งเดียวก็บดขยี้ผืนแผ่นดินจนแหลกละเอียด เรียกได้ว่าอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจถึงขีดสุด

“ เอ๊ะ ”

หลงอวี้พบว่าหลังจากที่เงามังกรเขียวสลายไป มันได้กลับมาเป็นสัญลักษณ์มังกรเขียวบนหน้าอกเขาอีกครั้ง

แถมในตอนนี้จิตของเขายังสามารถสื่อสารกับสัญลักษณ์มังกรเขียวได้ด้วย

‘ จงตื่น! ’

หลงอวี้คิดในใจ

จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าสัญลักษณ์มังกรเริ่มร้อนขึ้น ชั่วพริบตาเดียวพลังงานบางอย่างได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายจนเขาต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ พลังสองพันชั่ง! ”

ตอนนี้หลงอวี้สามารถปล่อยพลังได้มากถึงสองพันชั่งในหมัดเดียว เทียบเท่ากับพลังของวิถีแห่งวรยุทธ์ขั้นที่สอง

เมื่อสัญลักษณ์มังกรเขียวถูกกระตุ้น นั่นทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพันชั่ง อานุภาพของมันช่างน่าสะพรึงยิ่ง

ไม่นานนักเขาก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนล้า ดูท่าสัญลักษณ์มังกรเขียวจะไม่สามารถใช้งานได้นานนัก แต่เท่านี้เขาก็พอใจมากแล้ว เพราะสามารถเก็บไว้ใช้เป็นอาวุธลับได้ในภายหลัง

“ ชาติที่แล้วถือได้ว่าข้าเป็นผู้สืบทอดของมังกรเหมือนกัน ไม่รู้ว่าสัญลักษณ์มังกรเขียวจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่… หลังจากขึ้นฝั่งแล้วค่อยว่ากันต่อเถอะ ”

หลงอวี้กลับมาทำความเข้าใจพลังของตัวเองอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ว่ากระแสน้ำเริ่มไหลช้าลง นี่เป็นสัญญาณว่าน่าจะใกล้ถึงปลายแม่น้ำแล้ว

ซ่า!

เขาทะยานตัวขึ้นฝั่งลงมาเหยียบบนพื้นหญ้าอย่างมั่นคง ร่างกายของเขาในขณะนี้อัดแน่นไปด้วยพลังงาน

ณ ริมฝั่งแม่น้ำ เงาของชายร่างอ้วนและชายร่างผอมกำลังจับตาเขาด้วยความประหลาดใจ

เจ้านี่ ยังไม่ตายอีกหรือ

พวกเขารออยู่ที่ปลายแม่น้ำเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว เดิมทีคิดว่าจะได้พบศพของหลงอวี้ คาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นมันกระโดดโลดเต้นแบบนี้

“ ไอ้สวะนี่ยังกระโดดขึ้นมาได้อีกหรือ ”

ชายร่างอ้วนรู้สึกเหลือเชื่อ หมัดของเขามีพลังมากถึงหนึ่งพันชั่ง เจ้านี่ทนไหวได้อย่างไร

“ เจ้าอ้วน ดูท่าเมื่อครู่เจ้าจะต่อยพลาดไป เจ้าช่างไร้ประโยชน์จริง ยังไม่รีบไปจัดการมันอีกหรือ ”

ชายร่างผอมตำหนิชายร่างอ้วน พลางจ้องร่างอันเปียกโชกของหลงอวี้ด้วยแววตาชั่วร้าย

“ หึ ดูท่าเมื่อครู่ข้าจะประมาทไปหน่อย ครั้งนี้ไม่รอดแน่ ”

ชายอ้วนพุ่งตัวออกไป ทั้งยังแสดงสีหน้าท่าทางโหดเหี้ยม เขามองหลงอวี้ราวกับกำลังมองคนที่ตายไปแล้วเช่นนั้น

หารู้ไม่ว่า หลงอวี้ในตอนนี้ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์แล้ว ทั้งยังสามารถปล่อยพลังได้สูงสุดถึงสองพันชั่ง ซึ่งมากกว่ามันถึงสองเท่า!

[1] ตันเถียน เป็นส่วนที่กักเก็บพลังลมปราณในร่างกายตามหลักแพทย์แผนจีน

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

สวนกลับอย่างร้ายกาจ

หลงอวี้ลุกขึ้นพลางเหลือบมองชายอ้วนอย่างเย็นชา

คาดไม่ถึงว่าเจ้าอ้วนกับเจ้าผอมจะตามมาดักรอถึงที่นี่ เพียงแต่บัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์แล้ว อีกทั้งยังสามารถปล่อยพลังยุทธ์ขั้นสองได้อีก มีหรือจะต้องหวาดกลัวเจ้าสองตัวนี้

“ ได้เวลาเอาคืนหมัดก่อนหน้านี้แล้ว ”

หลงอวี้มองชายอ้วนที่กำลังพุ่งตัวมา จิตใจของเขาเยือกเย็นไร้ซึ่งความหวั่นไหว

แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ในโลกนี้ แต่เมื่อชาติที่แล้วเขาเคยเป็นถึงสุดยอดมือสังหารมาก่อน ฝีมือในการสังหารจึงร้ายกาจเป็นอย่างมาก ดังนั้นแค่ต่อกรกับเจ้าอ้วนที่ฝึกวิทยายุทธ์ไม่สำเร็จสักวิชาย่อมมิใช่ปัญหา

“ ไอ้เด็กบ้านี่ เมื่อครู่นับว่าดวงดี แต่ตอนนี้เจ้าไม่มีโอกาสรอดไปแน่ ”

ชายร่างอ้วนขยับเข้ามาใกล้หลงอวี้ มันทำสีหน้าเย้ยหยัน พร้อมตะโกนก่นด่า

“ หากเจ้ายอมเรียกข้าว่านายท่านสักครั้ง ข้าอาจช่วยเจ้าไม่ให้ตายอนาถก็ได้นะ ”

มันยังหลงคิดว่าตัวเองเป็นผู้กุมชัยชนะ เลยกล่าวเหยียดหยามหลงอวี้อีกหน แต่น่าเสียดายที่หลงอวี้ไม่ได้ฟังคำพูดเลอะเทอะของมันแม้แต่น้อย

หลงอวี้ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังพูดพร่ำ ทะยานไปข้างหน้า เท้าข้างหนึ่งตวัดฟาดบริเวณข้อเข่าจ้ำม่ำ ทำเอาเจ้าอ้วนหงายหลังไปด้วยความตกตะลึง

ยังไม่ทันที่เจ้าอ้วนจะได้สวนกลับ หมัดขวาของหลงอวี้ที่รวบรวมพละกำลังนับพันชั่งก็หวดใส่หัวของเจ้าอ้วนอย่างจัง!

เกิดเสียงดังสนั่นพสุธา ร่างอ้วนพีล้มลงอย่างรุนแรง แววตาของมันแฝงด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่เจ้าอ้วนก็ยังไม่ทันได้ร้องโหยหวนออกมาสักแอะ มันคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะมาตายในที่แบบนี้ แล้วยังตายด้วยน้ำมือไอ้สวะที่ไม่สามารถบำเพ็ญพลังได้อีก

ปลิดชีพในคราเดียว!

“ หืม ”

ชายร่างผอมขมวดคิ้วแน่น

‘ ไอ้อ้วนเวรนี่ แค่สวะตัวเดียวยังจัดการไม่ได้ ’

หลงอวี้ยืนนิ่งไม่ไหวติง เงยหน้ามองชายผอม

‘ ยังเหลืออีกตัว ’ ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะฆ่าเขา เช่นนั้นเขาย่อมไม่มีวันออมมือ

“ ฮ่๋าๆๆ ”

ดูเหมือนชายผอมจะเริ่มเดาสถานการณ์ออก เขาเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ

“ คิดไม่ถึงว่าเศษสวะอย่างเจ้าจะมีวันที่ได้ก้าวเข้าสู่วิถียุทธ์ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แต่ถ้าเจ้าคิดว่าจัดการไอ้อ้วนเวรนั่นแล้วจะหนีรอดจากเงื้อมมือข้าละก็… เจ้าคิดผิดแล้ว ”

“ หนีหรือ ”

หลงอวี้ยกมุมปากเล็กน้อย “ ทำไมข้าต้องหนีด้วยเล่า ”

“ เจ้าว่าอย่างไรนะ ”

ชายร่างผอมคิดว่าตัวเองหูฝาดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติและหัวเราะอีกครั้ง

“ จริงแท้แน่นอน ถึงอย่างไรต่อให้เจ้าคิดหนีก็ไม่รอดอยู่แล้ว จงรอรับความตายเสียเถิด จะได้ทรมานน้อยลง! ”

ชายร่างผอมไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้อื่นแม้แต่น้อย

ระดับพลังของมันตอนนี้คือขั้นสอง สามารถปล่อยพลังได้มากกว่าขั้นแรกถึงสองเท่า มีพละกำลังมากถึงสองพันชั่ง สำหรับหลงอวี้ที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกว่า‘ ไอ้สวะ ’ มาตลอด ต่อให้ตอนนี้เขาจะเข้าสู่วิถีวรยุทธ์และมีพละกำลังมากถึงพันชั่งก็ไม่อาจเทียบเคียง

ชายร่างผอมก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเผยความอำมหิต

“ เอาล่ะ ก่อนหน้านี้ถือว่าข้าประมาทเกินไป ทำให้เจ้าอ้วนต้องตายเปล่า แต่ตอนนี้เจ้าไม่เหลือโอกาสรอดชีวิตอีกแล้ว จงตายเสียเถิด!”

พูดจบ ร่างของชายผอมก็ทะยานเข้าใส่หลงอวี้อย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงสายลมคำราม

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายร่างผอม หลงอวี้ดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

“ สัญลักษณ์มังกรเขียว จงตื่น! ”

เขาใช้จิตปลุกสัญลักษณ์มังกรให้ตื่นขึ้น เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบบนอก จากนั้นพลังงานอันแข็งแกร่งก็หมุนเวียนไปทั่วร่าง เพียงชั่วขณะเขาได้รับพละกำลังถึงสองพันชั่ง

สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญที่สุดในชาติที่แล้ว คือการสังหาร

และชาตินี้ก็เช่นกัน

ชายร่างผอมง้างหมัดกระโจนมาทางนี้

ร่างของหลงอวี้วูบไหวเลี่ยงหมัดอีกฝ่ายไปได้

เมื่อเข้าสู่วิถีวรยุทธ์แล้ว ความเร็วของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่กระนั้นหมัดของอีกฝ่ายก็ยังพุ่งเฉียดใบหน้า เกือบทำให้ศีรษะของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ

พละกำลังขั้นสองของมันแข็งแกร่งเกินไปจนหลงอวี้ไม่กล้าปะทะตรงๆ

วินาทีต่อมาเขาตัดสินใจลงมืออย่างรวดเร็ว ออกแรงคว้าข้อมือของอีกฝ่ายที่ยังไม่ทันได้ดึงกลับ

“ หืม ”

ชายร่างผอมขมวดคิ้ว ก่อนจะส่งเสียงโหยหวน

“ อ้าก!!! ”

ข้อมือของมันหักแล้ว

“ เจ้า เจ้า… เจ้ามีวิถีวรยุทธ์ขั้นสองหรือ ”

ชายร่างผอมตื่นตระหนกระคนหวาดผวา ไม่คิดว่าไอ้สวะตรงหน้า ไม่ใช่แค่ก้าวเข้าสู่วิถีวรยุทธ์ได้เท่านั้น แต่ยังก้าวขึ้นไปถึงขั้นสองด้วย เป็นไปได้อย่างไรกัน

พละกำลังที่หลงอวี้ใช้หักข้อมือของมันมีมากถึงสองพันชั่งแน่นอน!

หลงอวี้ผ่อนลมหายใจเบาๆ โดยไม่คิดจะเปลืองน้ำลายพูดกับอีกฝ่าย เขายกขาข้างหนึ่งถีบลงไปตรงจุดที่ต่ำกว่าสะดือสามชุ่นอย่างรุนแรง

จุดที่ว่านี้คือรากฐานสำคัญของผู้ฝึกวรยุทธ์ เพราะเป็นจุดที่ตั้งของตันเถียน

การถีบครั้งนี้ทำให้ชายร่างผอมแผดเสียงด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้วรยุทธ์ของมันสูญสิ้นแล้ว พลังทั้งหมดที่สั่งสมมาถูกทำลาย นับจากนี้ไปมันจะกลายเป็นเพียงเศษสวะตัวหนึ่ง!

แม้ทั้งสองฝ่ายต่างมีพละกำลังสองพันชั่งเท่ากัน แต่ในเรื่องการใช้พลัง เห็นได้ชัดว่าหลงอวี้เหนือกว่ามันอยู่หนึ่งขั้น

กร๊อบ

หลงอวี้หักคอของชายร่างผอม

หากพูดออกไปเกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ ตัวเขาที่พึ่งเข้าสู่วิถีวรยุทธ์สามารถต่อสู้และปลิดชีพบ่าวรับใช้สองคนที่หมายเอาชีวิตของเขาได้ หนำซ้ำหนึ่งในนั้นยังมีพลังยุทธ์ถึงขั้นสองด้วย

หลงอวี้ดูร่างของชายผอมร่วงลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะฆ่าเขา ก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกฆ่า เพราะตัวเขานั้นหาใช่พ่อพระแต่อย่างใด

“ หลังจากข้ามมายังแผ่นดินเทียนอวี้แล้ว ข้าสู้อุตส่าห์ถ่อมตนมิได้ไปมีเรื่องกับผู้ใด แต่กลับมีคนคิดจะปลิดชีวิตข้า ”

หลงอวี้หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาทั้งสองข้างพร้อมกับลุกขึ้นยืน

ดูท่าในโลกแห่งวรยุทธ์นี้ การไม่มีเรื่องกับใครคงเป็นไปไม่ได้ หนทางเดียวที่จะเอาชีวิตรอดคือต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

“ ในแผ่นดินเทียนอวี้นี้ ผู้ที่จะเป็นยอดฝีมือล้วนต้องฝึกฝนวิทยายุทธ์กันทุกคน โชคดีที่ไอ้ผอมนี่ไม่ได้แก่กล้า มิเช่นนั้นคงไม่สามารถจัดการมันได้ง่ายดายเพียงนี้ ”

เขาลากศพบ่าวรับใช้ทั้งสองไปทิ้งลงแม่น้ำ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองอวี้กวน

เขาอยากตรวจสอบดูว่า ผู้ที่หมายจะเอาชีวิตเขานั้นใช้เฟิงเหยาจริงหรือไม่!

เมืองอวี้กวน เวลาเที่ยงตรง

หลงอวี้กลับเข้ามาในตัวเมืองเพียงคนเดียว เขาตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์ตระกูลเฟิง

ในฐานะที่เป็นเมืองใหญ่ของอาณาจักรต้าถัง ทั้งเมืองอวี้กวนจึงมีผู้ฝึกฝนวรยุทธ์มากมาย โดยเฉพาะเหล่าตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ พวกเขาได้ส่งคนหนุ่มสาวนับไม่ถ้วนให้กับสำนักใหญ่ทั้งหลายในเมืองต้าถัง

นี่คือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีจำนวนประชากรมากถึงหลักล้าน ตระกูลเฟิงเป็นเพียงหนึ่งในสี่ตระกูลที่ค่อนข้างใหญ่ในเมืองนี้ และอีกสามตระกูลที่เหลือก็มิได้ด้อยไปกว่าตระกูลเฟิงเลย

หลงอวี้เดินมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเฟิงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งก็รีบเดินมาต้อนรับ

“ นายน้อยหลง ในที่สุดก็กลับมา ท่านประมุขตามหาท่านเสียทั่ว รีบไปที่โถงใหญ่เถิดขอรับ! ”

หลงอวี้มองเข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลเฟิง เขาพบว่ามีบ่าวรับใช้จำนวนมากกำลังค้นหาบางอย่าง ดูท่าทางคงกำลังตามหาเขาจริงๆ

เมื่อเห็นหลงอวี้กลับมาแล้ว บ่าวรับใช้เหล่านั้นก็พากันโล่งใจ

“ พวกนั้นคงคาดไม่ถึงว่าข้าถูกพาออกไปนอกเมืองเพื่อฆ่า แต่ยังมีโชคดีในโชคร้าย เพราะตัวข้ามีชีวิตรอดกลับมา และยังได้ก้าวเข้าสู่วิถีวรยุทธ์อีกด้วย! ”

หลงอวี้หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปทางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

บุญคุณความแค้นแยกชัด

ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเฟิง มีประมุขตระกูลเฟิงฉางเกอและครอบครัวนั่งอยู่สามคน

เฟิงฉางเกอเคยเป็นทหารผ่านศึก มีรูปร่างสูงใหญ่ นิสัยกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทุกการกระทำล้วนเด็ดขาด เย็นชาและแข็งกร้าว ทว่าในตอนนี้สีหน้าของอดีตทหารผู้นี้กลับแฝงไว้ด้วยความกังวล

ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลงอวี้ บุตรบุญธรรมของเขาหายตัวไปตั้งแต่เช้าตรู่!

กล่าวคือหลงอวี้เป็นบุตรชายของสหายเก่า เฟิงฉางเกอดูแลหลงอวี้ดีกว่าบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเองเสียอีก เมื่อหลงอวี้หายตัวไป จิตใจของเขาจะเป็นเช่นไรไม่ต้องบอกก็รู้!

นอกจากประมุขเฟิงฉางเกอ ในห้องโถงใหญ่ยังมีสาวน้อยน่ารักในชุดกระโปรงยาวสีเขียวผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วย นางคือ ‘เฟิงเหยา’ บุตรสาวในสายเลือดของเฟิงฉางเกอ ผู้ฝึกวรยุทธ์ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์

เฟิงเหยาได้เข้าร่วมกับหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ของอาณาจักรต้าถังอย่างสำนักน้ำแข็งเยือกมายาวนาน พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์จึงโดดเด่นเหนือคนทั่วไป ครั้งนี้นางกลับมาในฐานะศิษย์คนสำคัญของสำนักน้ำแข็งเยือกที่สำเร็จระดับวรยุทธ์ถึงขั้นเจ็ด!

บนใบหน้าของสาวงามตอนนี้ ทั้งเรียบเฉยและไร้อารมณ์ ที่หลงอวี้หายตัวไปนั้น นางไม่สนใจเสียด้วยซ้ำ

นอกจากเฟิงฉางเกอและเฟิงเหยาสองพ่อลูก ในห้องโถงยังมีหญิงงามวัยกลางคนที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราออีกคน นางคือมารดาของเฟิงเหยา ภรรยาของเฟิงฉางเกอ นามว่า ‘หลิ่วอวี้’

“ เฟิงฉางเกอ ท่านรออะไรอยู่ ”

สีหน้าของหลิ่วอวี้นั้นเย็นชาไร้เยื่อใย นางกล่าวกับเฟิงฉางเกอต่อไป

“ เหยาเอ๋อร์ต้องรีบกลับไปฝึกที่สำนักน้ำแข็งเยือก ไม่มีเวลามานั่งรอเป็นเพื่อนท่านที่นี่หรอกนะ! ”

เห็นได้ชัดว่าแม้หลิวอี้และเฟิงฉางเกอจะเป็นสามีภรรยากัน แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์จะไม่สู้ดีนัก

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วอวี้ เฟิงฉางเกอพลันหันไปจ้องนางเขม็ง พร้อมถามขึ้นอย่างโมโหว่า “ เจ้ายังกล้าถามอีกหรือ เมื่อคืนข้าเพิ่งถามเจ้าว่าหากให้เสี่ยวอวี้แต่งกับเหยาเอ๋อร์จะเป็นเช่นไร มาวันนี้จู่ๆ เขากลับหายตัวไปตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ”

หลิ่วอวี้แสดงสีหน้าเหยียดหยาม

“ ต้องอธิบายด้วยหรือ สวะตัวหนึ่งจะไปคู่ควรกับเหยาเอ๋อร์ของเราได้อย่างไร ทั้งอ่อนแอและไร้ประโยชน์ปานนั้น หากออกจากคฤหาสน์ก็อาจถูกฆ่าได้ไม่ยากเย็น ถ้ามันตายไปจริงๆ ก็สมควรแล้ว! ”

เฟิงฉางเกอตะคอกอย่างเดือดดาล “ หุบปาก! ”

สิ้นเสียงดังลั่น ความเงียบพลันปกคลุมห้องโถงไปชั่วขณะ ความเดือดดาลในใจเฟิงฉางเกอถูกความกังวลเข้าแทนที่อีกครั้ง

อย่างที่หลิ่วอวี้กล่าวไว้ หลงอวี้เป็นคนธรรมดาที่ไม่อาจฝึกฝนวรยุทธ์ได้ หากไปจากตระกูลเฟิงก็เป็นไปได้ที่เขาจะประสบเหตุร้าย

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง สาวน้อยเฟิงเหยาผู้เฉยชาจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืนและหันหน้าไปทางประตู

นางพูดด้วยเสียงใสกังวานราวกับเสียงนกร้องว่า “ ลูกมีธุระที่สำนัก คงต้องขอตัวก่อน ”

ขณะที่เฟิงฉางเกอเผชิญหน้ากับบุตรสาวนั้น เขามีท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย

เขาขมวดคิ้วพร้อมเอ่ยถาม “ เจ้าเพิ่งกลับมาได้แค่สองวัน เหตุใดจึงรีบกลับแล้วเล่า ”

เฟิงเหยาตอบเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา “ ลูกแค่กลับมาเลือกอาวุธเหมาะมือชิ้นหนึ่งเท่านั้น เมื่อได้กระบี่เล่มนี้ของท่านพ่อมาแล้ว ก็ไม่มีเหตุจำเป็นให้อยู่ต่อ ขอกลับไปฝึกวิชาที่สำนักดีกว่า ”

พูดจบก็ก้าวเดินไปทางประตูใหญ่ทันที

แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้น กลับเห็นชายหนุ่มชุดดำกำลังเดินเข้ามา เขามีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับบนใบหน้า

ใช่แล้ว เป็นหลงอวี้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากนอกเมือง!

เฟิงเหยาเผลอมุ่นคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“ เสี่ยวเหยา ทำไมเจ้ารีบกลับนักเล่า ”

หลงอวี้ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับมุมปากที่ยกสูง

แม้เฟิงเหยาจะโด่งดังในฐานะสาวน้อยอัจฉริยะได้ไม่นาน แต่ถึงกระนั้นนางก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างสายเลือดของเขา

เขาได้ยินบทสนทนาในห้องโถงเมื่อครู่เพียงบางส่วน พอได้ยินว่าพ่อบุญธรรมคิดจะตบแต่งเฟิงเหยาให้กับเขา ก็ได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ

ต้องยอมรับว่าเฟิงฉางเกอดีกับเขามาก ทว่าครั้งนี้ออกจะเลยเถิดไปหน่อย!

เฟิงฉางเกอที่นั่งอยู่ในห้องโถงพอเห็นหลงอวี้ปรากฏตัว ก็รีบลุกขึ้นด้วยใบหน้าแช่มชื่น

‘โชคดีที่เจ้าหนูนี่ปลอดภัย! ’

ตรงข้ามกับหลิ่วอวี้ที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ นางไม่ได้สนใจการกลับมาของหลงอวี้เลยแม้แต่น้อย

“ อืม ”

เฟิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยและพยักหน้า

ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของหลงอวี้ครั้งนี้จะสร้างความประหลาดใจให้กับนางอย่างมาก

นางเดินผ่านตัวเขาไปที่ประตูอย่างไม่รีบร้อน ราวกับว่ามองไม่เห็นหลงอวี้ที่เดินเข้ามา

ส่วนหลงอวี้แค่เดินไปกลางห้องโถง ทว่าขณะที่กำลังจะเดินผ่านเฟิงเหยา เขาได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้น และนั่นก็ทำให้เฟิงเหยาถึงกับชะงักไป

“ พ่อบุญธรรม เมื่อเช้ามีบ่าวรับใช้สองคนพาข้าไปที่ริมแม่น้ำนอกเมือง พวกมันคิดจะปลิดชีวิตข้า แต่ในขณะที่ข้าอยู่ในช่วงวิกฤติก็ได้มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นและช่วยชีวิตข้าไว้… ”

แม้หลงอวี้จะพูดประโยคนี้กับเฟิงฉางเกอ แต่ก็จงใจพูดให้เฟิงเหยาได้ยินด้วย เพราะอยากเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

‘ คิดปลิดชีวิตงั้นหรือ! ’

เฟิงฉางเกอที่กำลังอารมณ์ดีสีหน้าพลันกลายเป็นเคร่งเครียด บ่าวรับใช้ตระกูลเฟิงพาหลงอวี้ออกไปฆ่าทิ้งอย่างนั้นหรือ

บังอาจนัก!

แม้แต่หลิวอวี้ที่อยู่ในห้องโถงก็มีสีหน้าตื่นตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

ส่วนสาวน้อยเฟิงเหยาที่เพิ่งเดินผ่านหลงอวี้ไปก็ชะงักฝีเท้า เผลอถามโดยไม่รู้ตัวว่า “ ผู้ที่ช่วยเจ้าไว้เป็นใครกัน ”

แม้น้ำเสียงของนางจะเฉยชา แต่หลงอวี้ที่ยังคงมีสติปัญญาจากชาติก่อน เพราะเคยผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน จนถึงขั้นอ่านใจคนออกทะลุปรุโปร่ง เขาสัมผัสได้ทันทีว่าในน้ำเสียงเรียบเฉยนั้นแฝงความวิตก ดูเหมือนจิตใจของเฟิงเหยาตอนนี้กำลังตื่นตระหนก!

เป็นนางอย่างไม่ต้องสงสัย

หลงอวี้ฟันธงได้ชัดเจน บ่าวรับใช้สองคนนั้นเป็นเฟิงเหยาที่สั่งให้มาฆ่าเขา!

“ เสี่ยวเหยาต้องรีบไปสำนักน้ำแข็งเยือกมิใช่หรือ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าไม่ต้องสนใจไปหรอก ”

หลงอวี้หัวเราะเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถง

แม้เขาอยากจะแก้แค้นปานใด แต่ระดับพลังในตอนนี้ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับเฟิงเหยา และที่สำคัญคือเฟิงเหยาเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของเฟิงฉางเกอ!

“ หึ ”

เฟิงเหยาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองควบคุมสติไม่ได้ ได้แต่กระแทกเสียงออกมาน้อยๆ และเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

แน่นอนว่าปฏิกิริยาของนางย่อมอยู่ในสายตาเฟิงฉางเกอที่ยังอยู่ในห้องโถง เขาขมวดคิ้วแน่นคิดในใจว่า ‘ หรือจะเป็นเฟิงเหยาที่สั่งให้บ่าวรับใช้สองคนไปฆ่าหลงอวี้ ’

และเท่าที่เฟิงฉางเกอรู้จักบุตรสาว ก็มีความเป็นไปได้ที่นางจะทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ!

หลังจากผ่านเรื่องนั้นเมื่อวัยเด็กไปแล้ว ความกระหายในพลังของเฟิงเหยาก็พุ่งสูงจนอยู่ในระดับที่คนทั่วไปไม่อาจเทียบได้ ในสายตาของนางมีแต่เรื่องวรยุทธ์ หากมีอุปสรรคใดมาขัดขวางการยกระดับพลัง นางก็ไม่รีรอที่จะทำลายมันทิ้ง

เฟิงฉางเกอเพิ่งตระหนักได้ว่าการที่เขาจะยกเฟิงเหยาให้แต่งงานกับหลงอวี้นั้น เป็นการทำร้ายคนธรรมดาที่ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ชัดๆ และต่อให้เฟิงเหยาจะไม่ได้คิดอะไร แต่เขาเชื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่หลังจากนี้คงไม่มีวันดีขึ้นแน่นอน!

“ ฮึ ”

หลิ่วอวี้กระแทกเสียงอย่างเย็นชา

นางไม่ชอบใจหลงอวี้มาตั้งแต่แรกแล้ว นางทำหน้าบูดบึ้งคิดจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ได้ถูกเฟิงฉางเกอขัดไว้

“ หลิ่วอวี้ เจ้าออกไปก่อน ”

พอเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเฟิงฉางเกอ หลิ่วอวี้ก็ทราบทันทีว่าสามีของตนโมโหขึ้นมาแล้ว

“ โชคดีเสียจริงไอ้สวะ ขนาดเจอเรื่องแบบนั้นยังมีคนมาช่วยไว้ได้ แต่เจ้าจงฟังให้ดี สวะอย่างเจ้าเป็นได้แค่คางคก อย่าคิดจะกินเนื้อหงส์ ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเจ้า มีส่วนใดบ้างที่คู่ควรกับเหยาเอ๋อร์ลูกข้า ”

หลิ่วอวี้ด่าทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไป

‘ ข้าคิดจะกินเนื้อหงส์งั้นหรือ ’

หลงอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง หญิงปากร้ายนางนี้คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน!

แน่นอนว่าหลงอวี้เลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงภรรยาของเฟิงฉางเกอ

ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลเฟิงเหลือเพียงหลงอวี้และเฟิงฉางเกอ

เฟิงฉางเกอที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะได้ส่งเสียงเรียกหลงอวี้

“ เสี่ยวอวี้ คำพูดเมื่อครู่เจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจ รีบมาเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังเถิดว่าเกิดอะไรขึ้น ”

“ พ่อบุญธรรม ”

หลงอวี้เดินไปนั่งข้างอีกฝ่าย เขาใคร่ครวญในใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเล่าออกมาอย่างไร

เฟิงฉางเกอเป็นสหายเก่าของบิดา และเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต ถือได้ว่ามีพระคุณกับเขาท่วมท้นราวกับภูเขาสูง หากไม่มีเฟิงฉางเกอผู้นี้ หลงอวี้ที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้

แต่บุตรสาวในสายเลือดของเฟิงฉางเกอกลับส่งบ่าวรับใช้ไปฆ่าหลงอวี้ ก่อให้เกิดความแค้น และเมื่อมีความแค้นก็ต้องชำระ หลงอวี้ยึดมั่นเช่นนี้มาตลอด!

ประเด็นคือเฟิงเหยาเป็นบุตรีของเฟิงฉางเกอ เรื่องนี้กลายเป็นบุญคุณผสมความแค้น และเกรงว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่าต้องจัดการอย่างไรเป็นแน่แท้

‘ บุญคุณมาก่อน ความแค้นไว้ทีหลัง ทดแทนบุญคุณก่อนค่อยล้างแค้น! ’

หลงอวี้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาแยกระหว่างบุญคุณกับความแค้นชัดเจน

หากเขาคิดจะล้างแค้นโดยการฆ่าเฟิงเหยา ก็ควรตอบแทนบุญคุณเฟิงฉางเกอก่อนให้เรียบร้อยเสียก่อน มิเช่นนั้นเขาคงจะรู้สึกผิดในใจ เพราะเพิ่งก้าวเข้าสู่วิถีวรยุทธ์ ความรู้สึกผิดนับเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง

ทว่าไม่ว่าจะตอบแทนบุญคุณหรือล้างแค้น เขาก็จำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ มิเช่นนั้นทั้งสองอย่างคงเป็นได้แค่ความฝัน

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลงอวี้ก็เริ่มเล่าเรื่อง

“ เช้าวันนี้ มีบ่าวรับใช้สองคนมาหาข้า บอกว่าท่านประมุขมีคำสั่งให้พาข้าออกไปซื้อของใช้เล็กน้อย ข้าเองก็มิได้สงสัยอันใด จึงตามพวกเขาออกจากเมืองไป พอไปถึงริมแม่น้ำนอกเมือง อยู่ๆ พวกเขาก็ลงมือจะฆ่าข้า… พ่อบุญธรรม ความจริงแล้วที่ข้าบอกว่ามีคนผู้หนึ่งมาช่วยไว้ได้เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องโกหก ที่ข้ารอดชีวิตกลับมาได้เพราะข้าพบโชคดีในโชคร้าย บังเอิญว่าข้าได้ก้าวเข้าสู่วิถีวรยุทธ์ได้พอดีต่างหาก”

เขาก้าวเข้าสู่วิถีวรยุทธ์แล้ว!

คำพูดนี้เป็นดั่งสายฟ้าฟาดที่กลางใจ ใบหน้าของเฟิงฉางเกอฉายความปลื้มปีติขึ้นมาทันที

“ เสี่ยวอวี้ เจ้าฝึกวิชาได้แล้วหรือ ”

เฟิงฉางเกอตื่นเต้นจนนั่งไม่ติด!

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...