โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นปันผลที่ดีต้องดูอย่างไร เช็ก 3 ขั้นตอนคัดหุ้นปันผลที่นี่!

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ส.ค. 2566 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับหุ้นปันผล….. หุ้นปันผลที่ดีต้องดูอย่างไร เช็ก 3 ขั้นตอนคัดหุ้นปันผลที่นี่!

สำหรับนักลงทุนจำนวนไม่น้อย หุ้นปันผล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนี่คือทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอจากผลตอบแทนในรูปแบบปันผล เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดหรือก็คือสร้าง Passive Income ระหว่างการถือหุ้น และยังเหมาะกับนักลงทุนที่พร้อมลงทุนระยะยาวในหุ้นพื้นฐานดี เพราะผลตอบแทนก้อนใหญ่ของการลงทุนในหุ้นปันผลมักมาจากที่บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอในอัตราที่เติบโต ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของกิจการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

หุ้นปันผล

ข้อได้เปรียบของหุ้นปันผล คือ สามารถสร้างรายรับได้โดยไม่ต้องคอยจับจังหวะในการซื้อขายหุ้นตลอดเวลา ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้จากปันผลแม้จะอยู่ในช่วงตลาดขาลงหากบริษัทมีศักยภาพในการกำไร ในแง่หนึ่งแล้ว จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนได้มากขึ้น สามารถเปลี่ยนเงินปันผลดังกล่าวมาเป็นรายได้หรือเป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์อื่นก็ได้

หุ้นปันผลคืออะไร

โดยทั่วไปแล้วการลงทุนหุ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 2 รูปแบบ คือ

  • กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) หรือการขายหุ้นในราคาสูงกว่าที่ซื้อมา
  • เงินปันผล (Dividend) เมื่อบริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินการ และแบ่งเงินบางส่วนจากกำไรมาจ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยหุ้นที่เน้นจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าเงินก้อนนี้จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะเรียกว่าหุ้นปันผล

คำถามคือ หุ้นปันผลควรให้ผลตอบแทนในรูปปันผลเท่าไหร่จึงจะถือได้ว่าหุ้นตัวนี้คือหุ้นปันผล? เพื่อจะตอบคำถามนี้ ให้ลองดูดัชนี SETHD (SET High Dividend) ที่เป็นดัชนีรวมหุ้น 30 ตัวที่มีขนาดใหญ่ในดัชนี SET100 สภาพคล่องสูง จ่ายปันผลต่อเนื่อง และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 100% ของกำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่า หุ้นในดัชนีนี้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.85% ของราคาหุ้น เทียบกับดัชนี SET ที่ 3.12% จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2566 สามารถดูรายละเอียดของดัชนี SETHD เพิ่มเติม คลิกที่นี่

อย่างไรก็ตาม หุ้นปันผลที่ดีต้องไม่ได้มีดีแค่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง แต่จะต้องสูงอย่างต่อเนื่อง และยังต้องมีปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ที่ดีคอยสนับสนุน เช่น กำไร สภาพคล่อง หนี้ ความเสี่ยง เพื่อปันผลที่มั่นคงในระยะยาว เพราะต้องไม่ลืมว่าเงินปันผลก็คือส่วนแบ่งของกำไรที่มาจากผลประกอบการที่ดีของกิจการ

อัตราส่วนทางการเงินและปัจจัยพื้นฐานที่ต้องรู้จักหากสนใจหุ้นปันผล

ปกติแล้วการลงทุนระยะยาวเราจะต้องทำความรู้จักกับปัจจัยพื้นฐานและอัตราส่วนทางการเงินหลายตัว และในกรณีของหุ้นปันผล มีอัตราส่วนทางการเงินอีก 2 ตัวที่เราต้องอ่านให้เป็น คือ

หุ้นปันผล

1. Dividend Payout Ratio (อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร)

อัตราส่วนนี้จะเป็นค่าที่ทำให้นักลงทุนรู้ว่า “บริษัทจ่ายเงินปันผลมากแค่ไหนจากกำไรที่บริษัททำได้” เพราะปกติแล้วหากบริษัททำกำไรได้ 100 บาท ก็ไม่ใช่ว่าบริษัทจะจ่ายทั้ง 100 บาทออกมาเป็นปันผล พูดง่าย ๆ คือค่านี้บอกถึงความตั้งใจของบริษัทในการจ่ายเงินปันผล

วิธีการคำนวณอัตราการจ่ายเงินปันผล (%) = (เงินปันผลต่อหุ้น ÷ กำไรสุทธิต่อหุ้น) x 100

ถ้าอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรคือ 50% หมายความว่าบริษัทจ่ายปันผลเป็น 50% ของกำไรที่ทำได้ หากบริษัทไหนจ่ายปันผลมากกว่าก็จะมีค่านี้สูงกว่า

2. Dividend Yield (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล)

อัตราส่วนนี้จะเป็นค่าที่ทำให้นักลงทุนรู้ว่า “นักลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปปันผลมากแค่ไหนจากราคาหุ้น” เช่น อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5% จากราคาหุ้น 100 บาท เท่ากับว่านักลงทุนจะได้เงินปันผล 5 บาทต่อ 1 หุ้นที่ถืออยู่ โดยหุ้นปันผลที่ดีควรมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

วิธีการคำนวณอัตราการจ่ายเงินปันผล (%) = (เงินปันผลต่อหุ้น ÷ ราคาหุ้น) x 100

อย่างที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ ลำพังแค่อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงอาจไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าหุ้นตัวหนึ่งเป็นหุ้นปันผลที่ดี เพราะหุ้นที่ให้ปันผลสูงสม่ำเสมอควรมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงรองรับ

ตัวอย่างปัจจัยพื้นฐานที่ควรสนใจ เช่น กำไรสุทธิ (Net Profit) ที่ควรเกิดขึ้นต่อเนื่อง กำไรสะสม (Accumulated Profit) ที่เป็นแหล่งเงินที่จะนำมาจ่ายปันผล กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations) ที่สะท้อนถึงสภาพคล่องและการจัดหาเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ไปจนถึงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt-to-Equity Ratio) ที่จะช่วยบ่งบอกถึงความเสี่ยงที่บริษัทกำลังแบกรับ เป็นต้น

ปฏิทินการจ่ายปันผล ขุมทรัพย์ที่ทุกคนต้องรู้

อีกเรื่องที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับหุ้นปันผล คือ เครื่องหมาย XD (Exclude Dividend) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่เตือนให้รู้ว่าจะไม่มีสิทธิได้ปันผลในงวดนั้น ๆ จากการซื้อหุ้นที่ติดเครื่องหมายดังกล่าว ดังนั้น นักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลก็จะต้องซื้อหุ้นก่อนที่จะมีการติดเครื่องหมาย XD โดยสามารถติดตามได้ว่าหุ้นแต่ละตัวจะขึ้น XD วันไหนได้ที่ปฏิทินหลักทรัพย์ คลิกที่นี่

หุ้นปันผล

3 ขั้นตอนคัดหุ้นปันผล ผ่าน SETSMART

มาจนถึงตรงนี้เราน่าจะพอทราบกันแล้วว่าการลงทุนในหุ้นปันผล จะต้องมองหาหุ้นที่อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าตลาดต่อเนื่อง มีกำไรสม่ำเสมอ มีสภาพคล่องสูง และมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่ง SETSMART ก็มีเครื่องมือช่วยคัดกรองหุ้นให้เราเบื้องต้น โดยหลังจากเข้าเว็บไซต์ SETSMART แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป ดังนี้

1. จากแถบเมนูด้านบน ไปที่ "เครื่องมือ" เลือก "ค้นหาหลักทรัพย์"
2. จากแถบค้นหาหลักทรัพย์ด้านบน ไปที่ "ดัชนี/กลุ่มอุตสาหกรรม/หมวดอุตสาหกรรม" เลือก "SETHD" แล้วกด "ค้นหา" เพียงเท่านี้ เราก็จะได้หุ้นที่เข้าข่ายว่าเป็นหุ้นปันผลสูงตามหลักเกณฑ์ของ SET

นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถคัดกรองได้เองตามปัจจัยพื้นฐาน ด้วยการเพิ่มขั้นตอนที่ 3 คือ

3. กำหนดเงื่อนไขการคัดกรองหุ้นปันผลตามที่ต้องการ เช่น อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (สูง) อัตราเงินปันผลตอบแทน (สูง) กำไรสุทธิ (สูง) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ต่ำ) เป็นต้น แล้วกด "ค้นหา"

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น นักลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยพื้นฐานและอัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ได้ตามวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเอง ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...