โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘เวิลด์แบงก์’ เตือน ‘เศรษฐกิจชะลอตัว’ ยืดเยื้อ เสี่ยงกระทบหนัก ‘ประเทศกำลังพัฒนา’

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. 2566 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2566 เวลา 09.07 น. • The Bangkok Insight

ธนาคารโลก ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดในเดือนนี้ว่า เศรษฐกิจโลกชะลอการเติบโตอย่างมากท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น การลงทุนที่ลดลง และภาวะชะงักงันที่เกิดจากสงครามในยูเครน

เมื่อพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางแล้ว หากเกิดสถานการณ์ย่ำแย่ใหม่ ๆ เช่น เงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบฉับพลัน โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ หรือความตึงเครียดทางการเมือง เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยอาจเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 80 ปีที่เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย 2 ครั้งในทศวรรษเดียวกัน

ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 1.7% ในปี 2566 และ 2.7% ในปี 2567 โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง โดยธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2566 สำหรับ 95% ของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วและเกือบ 70% ของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา

ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า รายได้ต่อหัวในประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา จะเติบโตเฉลี่ย 2.8% ซึ่งลดลงจากค่าเฉลี่ยปี 2553-2562 ถึง 1%

เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงจาก 2.5% ในปี 2565 สู่ 0.5% ในปี 2566 โดยตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การชะลอตัวในระดับนี้ถือเป็นเค้าลางของภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย

ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตลดลงแตะ 0.5% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากการเติบโต 1.9% ที่เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้และต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2513 หากไม่นับรวมภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการ

ในปี 2566 เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มขยายตัว 0% ซึ่งลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าอาจเติบโต 1.9% ขณะที่จีนมีแนวโน้มเติบโต 4.3% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้อยู่ 0.9%

หากไม่นับรวมจีน เศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงจาก 3.8% ในปี 2565 สู่ 2.7% ในปี 2566 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปสงค์จากต่างประเทศที่ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง ควบคู่ไปกับปัญหาเงินเฟ้อสูง เงินอ่อนค่า ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น และอุปสรรคอื่น ๆ ภายในประเทศ

ภายในปี 2567 ระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในประเทศตลาดเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนาจะต่ำกว่าระดับที่เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนช่วงโควิด-19 ระบาดประมาณ 6% ขณะเดียวกัน แม้เงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่จะยังอยู่เหนือระดับก่อนเกิดโรคระบาด

เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 4.3% ในปี 2566 และเติบโตขึ้น 4.9% ในปี 2567 เศรษฐกิจยุโรปและเอเชียกลางมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวสู่ 0.1% ในปี 2566 ก่อนเพิ่มขึ้นสู่ 2.8% ในปี 2567

เศรษฐกิจลาตินอเมริกาและแคริบเบียนมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวสู่ 1.3% ในปี 2566 ก่อนฟื้นตัวสู่ 2.4% ในปี 2567 ส่วนเศรษฐกิจตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวสู่ 3.5% ในปี 2566 และ 2.7% ในปี 2567

ด้านเศรษฐกิจเอเชียใต้มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวสู่ 5.5% ในปี 2566 ก่อนปรับขึ้นสู่ 5.8% ในปี 2567 และซับซาฮาราแอฟริกามีแนวโน้มเติบโตที่ 3.6% ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นสู่ 3.9% ในปี 2567

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...