โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นกแอร์ ยังประเมินค่าเสียหายเครื่องบินไถลที่ "เชียงราย" ไม่ได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2565 เวลา 13.46 น.

นกแอร์แถลงขออภัยเครื่องบิน “ดอนเมือง-เชียงราย” ไถลออกนอกรันเวย์ เบื้องต้นยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ แต่คาดว่าซ่อมราว 2-3 เดือน เร่งนำเครื่องบินจากต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพแก้ปัญหาดีเลย์

วันที่ 4 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เที่ยวบิน DD108 เส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เชียงราย ไถลออกนอกทางวิ่ง (Runway) ขณะลงจอด ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 เวลา 21.06 น. นั้น

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวขอแจ้งให้ทราบว่าผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย และปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเคลื่อนย้ายอากาศยานดังกล่าวเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม ระหว่างเกิดเหตุ ผู้โดยสารอาจได้รับความไม่สะดวกในการรับบริการจากสายการบิน ทั้งยังมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องด้านการสื่อสารแก่ประชาชน

นายวุฒิภูมิกล่าวว่า ตนและสายการบินนกแอร์ต้องขออภัยอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และข้อบกพร่องต่าง ๆ บริษัทพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะบริหารภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินและดำเนินการทุกประเด็นเต็มความสามารถ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยของสายการบินตามมาตรฐานสากล ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

“ผมและบริษัทขอน้อมรับทุกคำติชมเพื่อไปปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น และยืนยันว่าแม้บริษัทจะอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ นกแอร์จะพยายามมุ่งบริหารจัดการที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลต่อไป” นายวุฒิภูมิกล่าว

รอการสอบสวน

นายสุธี กุลชาต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ สายการบินจะเริ่มเยียวยาจากผู้โดยสารเที่ยวบิน DD108, 109 เราได้มีการติดต่อผู้โดยสาร พร้อมเปิดทางเลือกให้ผู้โดยสารให้บริการเที่ยวบินเสริมจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ เลื่อนวันเดินทาง เก็บค่าโดยสารเป็นเครดิต

ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นด้านความเชื่อมั่นของสายการบินหลังเหตุการณ์ดังกล่าว นายสุธีกล่าวว่า ในฐานะนักบิน ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่เท่าที่ตนมองสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ว่ามีการแก้ไขได้ถูกต้อง หรือมีปัจจัยอื่นขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบว่า (การเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว) มีปัจจัยภายนอกร่วมด้วยหรือไม่…ทั้งนี้ ต้องรอผลสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน (กสอ.) ก่อน

ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าอากาศยานลำดังกล่าวได้เข้ารับการตรวจบำรุงรักษาแบบ C-Check มาไม่นาน สำหรับการตรวจแบบ C-Check มีความหมายพอสังเขปคือ การตรวจเช็กใหญ่ของเครื่องบิน โดยเช็กส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบินอย่างละเอียด จะตรวจเช็กทุก ๆ 20-24 เดือน เครื่องบินที่อยู่ในขั้นตอน C-Check จะต้องรับการตรวจในโรงซ่อมที่ได้รับรองมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ซึ่งใช้เวลาเข้าตรวจประมาณ 1-2 สัปดาห์

ส่วนแผนการบริหารจัดการเที่ยวบินหลังจากเหตุการณ์นี้ สายการบินจะประเมินสถานการณ์ในอนาคต รวมถึงพิจารณาแผนการเปิดเส้นทางต่างประเทศให้เหมาะสม

“ถามว่าจะปรับแผนอย่างไร นำเครื่องบินลำใหม่เข้ามาหรือไม่ มันคงจะเร็วไปที่จะตอบได้ แต่เราต้องปรับแผนแน่ เราคงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้” นายสุธีกล่าว

ยังประเมินค่าเสียหายเครื่องบินไม่ได้

นายสุธีกล่าวว่า ส่วนการประเมินราคาความเสียหายของเครื่องบินนั้นอาจจะยังไม่สามารถประเมินได้ แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจใช้เวลาซ่อมแซมเครื่องบินลำดังกล่าว 2-3 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบอีกครั้ง เพราะพบว่ามีส่วนของเครื่องยนต์ที่สัมผัสกับพื้น

นายวุฒิภูมิกล่าวเสริมว่า จากการประเมินเบื้องต้น มูลค่าที่สายการบินชดเชยแก่ผู้โดยสารเที่ยวบินที่ DD108 และ DD109 อยู่ที่ประมาณหลักล้านบาท ส่วนค่าเสียหายและค่าซ่อมแซมเครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าวยังไม่สามารถตอบได้

เร่งนำเครื่องบินเข้ามาเสริมบริการ

นายวุฒิภูมิกล่าวว่า สายการบินนกแอร์มีฝูงบินประจำการอยู่ทั้งหมด 17 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 จำนวน 14 ลำ และเครื่องบินแบบบอมบาดิเอร์ แดช 8 คิว 400 จำนวน 3 ลำ

โดยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 มี 2 ลำที่อยู่ระหว่างการตรวจบำรุงรักษาตามวงรอบทุกส่วน ในรูปแบบ C-Check ในต่างประเทศ และอีก 1 ลำเป็นลำที่ประสบอุบัติเหตุ

“ปัจจุบันสายการบินมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน (Aircraft Utilization) อยู่ที่ประมาณ 60-70% ซึ่งถือว่ายังมีปริมาณเหลือให้รองรับจำนวนเที่ยวบินได้อยู่ และสายการบินจะนำเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 ทั้งสองลำที่ผ่านการตรวจบำรุงรักษาตามวงรอบแล้วเสร็จกลับมาให้บริการเพื่อเสริมทัพฝูงบิน” นายวุฒิภูมิกล่าว

แหล่งข่าวจากสายการบินนกแอร์กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากเครื่องบินทั้งสองลำตรวจบำรุงรักษาตามวงรอบครบถ้วนตามมาตรฐานแล้ว สายการบินได้เร่งรัดนำเครื่องบินทั้งสองลำดังกล่าวเข้ามาเสริมการให้บริการ โดยมี 1 ลำจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในคืนวันนี้ (4 สิงหาคม) และจะพร้อมให้บริการในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าเที่ยวบินของสายการบินมีอัตราการล่าช้าสูงกว่าปกติ ซึ่งแม้ว่าเครื่องบินที่มีจะสามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินของสายการบินได้ แต่ตารางเวลานั้นยังไม่ลงตัว สายการบินจะมีการปรับแผนเพื่อให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติ

ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน นายวุฒิภูมิ เคยให้สัมภาษณ์ถึงแผนการนำเข้าเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 NG เข้าประจำการเพิ่มอีกจำนวน 6 ลำ โดยเป็นนำเครื่องบินเข้าประจำการในช่วงระหว่างปลายปี 2565 ถึงปี 2566 นั้น

ล่าสุด นายวุฒิภูมิกล่าวว่า สายการบินจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางของประเทศจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...