BYDลุ้นปี65พลิกทำกำไร ใส่เกียร์ขนส่งมวลชนไฟฟ้า
#BYD #ทันหุ้น - BYD ลุ้นปี 65 ธุรกิจโบรกเกอร์พลิกทำกำไร กิจการขนส่งมวลชนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าออกดอกออกผล ปักธงธุรกิจโบรกเกอร์ปี 66 ครองมาร์เก็ตแชร์ให้ได้ 1-2% แย้มมีดีล IPO เตรียมส่งเข้าตลาดฯ 2 ราย ชูโปรแกรมเทรด "Beyond Intelligence Trading" (MT5) ช่วยปั้มยอดเปิดบัญชีใหม่
นางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2565 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากปี 2564 อยู่ที่ 98.16 ล้านบาท และคาดว่าธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โบรกเกอร์) จะสามารถพลิกกลับมามีกำไร ซึ่งเป็นไปตามธุรกิจหลักที่มีรายได้เติบโตขึ้น จากการลงทุนทั้งด้านระบบงานและบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการรับเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการลงทุน (มาร์เก็ตติ้ง) เข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีทีมมาร์เก็ตติ้งเพิ่มเป็นกว่า 100 รายแล้ว
เร่งเครื่องลุยTSB
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าลงทุนในระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างผลตอบแทน แม้เผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์เศรษฐกิจและสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งจากธุรกิจโบรกเกอร์, รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรึกษาทางการเงินทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ ผ่านการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2 ราย และบริการด้านวาณิชธนกิจอื่นอีก 4-5 ราย
รวมไปถึงมีรายได้จากการเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายทั้งหุ้นกู้และหุ้นไอพีโอ (IPO) มากขึ้น ซึ่งในครึ่งปีแรกได้ร่วมเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นไอพีโอให้กับ 2 บริษัท คือ บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI และบริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA
TSB พร้อมเก็บเกี่ยว
พร้อมกันนี้ บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนผ่านบริษัทร่วมที่ชื่อ บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) ซึ่ง ACE ถือหุ้น 100%ในกิจการให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะด้วยรถบัสไฟฟ้า ชื่อ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ปัจจุบันบริษัทย่อยในกลุ่มของ TSB ได้ให้บริการขนส่งมวลชนด้วยรถประจำทางไฟฟ้าแล้ว 8 สาย จำนวนทั้งสิ้น 112 คัน และกำลังสั่งซื้อรถบัสไฟฟ้าเพิ่มเพื่อให้บริการภายในปีนี้อีก 96
อีกทั้ง TSB ยังอยู่ระหว่างการจะเข้าลงทุนเพิ่มเติม ด้วยการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด (SMB) ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถรวม 37 เส้นทาง, บริษัท เอ็กซา โลจิสติก จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถ 2 เส้นทาง และบริษัท เอ็กซา โลจิสติก จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถ 4เส้นทางซึ่งนอกเหนือจากการเข้าลงทุนในการให้บริการด้วยรถบัสไฟฟ้าแล้ว TSB ยังจะเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด (EST) ผู้ให้บริการเดินทางด้วยเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาวอีกด้วย
กินมาร์เก็ตแชร์1-2%
นางสาวปทิตตา มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ BYD กล่าวเสริมว่า ธุรกิจ ธุรกิจหลักทรัพย์ในปี 2566ตั้งเป้าหมายมาร์เก็ตแชร์จะขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1-2% จากปี 2564 ที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 0.1-0.2% และปี 2567 คาดหวังมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นแตะ 1 ใน TOP 10 ของธุรกิจหลักทรัพย์ได้ จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ รองรับและส่งเสริมผู้ลงทุนให้มีโอกาสทำผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน และรู้เท่าทันในการลงทุนในหลักทรัพย์ในทุกๆ แง่มุม
ล่าสุด BYD ได้พัฒนาโปรแกรมเทรด "Beyond Intelligence Trading" (MT5) ร่วมกับคู่ค้า เพื่อตอบสนองลูกค้า มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ และยังเป็นการขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง โดย MT5 จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยนักลงทุนวิเคราะห์และซื้อขายหุ้นอัตโนมัติด้วย Robot และยังมีระบบอัจฉริยะที่คอยช่วยจับตาความเคลื่อนไหวของ Volume, Bid/Ask, Ticker ในตลาดได้รวดเร็วและ real-time ซึ่งได้เริ่มให้บริการเต็มรูปแบบแล้วในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 10,000 บัญชี โดยมีบัญชีแอ็คทีฟแบบเดย์เทรดอยู่ที่เฉลี่ยราว 1,000-2,000 บัญชี ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าโปรแกรมเทรด MT5จะช่วยดึงดูดให้มีลูกค้ามาเปิดบัญชีดังกล่าวไม่น้อยกว่า 500 บัญชีได้ในปีนี้ พร้อมกันนี้ในปี 2565บริษัทเตรียมงบลงทุนในการรุกธุรกิจหลักทรัพย์มากขึ้น โดยตั้งเป้าปล่อยมาร์จิ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าของบริษัท