โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาองค์กรของผู้บริโภค จี้บริษัทรถยนต์ 8 ยี่ห้อ เปลี่ยน ‘ถุงลม(ไม่)นิรภัย’ เช็คค่ายรถ รุ่นรถที่ต้องเปลี่ยนได้ที่นี่

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 04.14 น. • The Bangkok Insight

สภาองค์กรของผู้บริโภค เตือนภัยประชาชน อาจเป็น 1 ใน 6.8 แสนคัน จาก 'ถุงลม(ไม่)นิรภัย' รถยนต์ ไม่ได้มาตรฐาน เร่งบริษัทรถยนต์ 8 ยี่ห้อ เปลี่ยนฟรี

จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการระเบิด ของถุงลมนิรภัยขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการยืนยันจากการชันสูตรว่าเกิดจากเศษโลหะของชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยที่ตกมาตรฐาน ยี่ห้อทาคาตะ (Takata) นั้น สภาองค์กรผู้บริโภคเรียกร้องบริษัทรถยนต์ 8 ยี่ห้อ ให้ทำการเปลี่ยนถุงลมยี่ห้อนี้ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียถึงชีวิต ให้กับผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้ ยังมีรถยนต์ในไทยที่ยังมีการใช้งานอยู่ กว่าหกแสนคันที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยอันตรายนี้

ถุงลม(ไม่)นิรภัย

เรียกร้องให้ 8 บริษัทรถยนต์ เร่งเปลี่ยนถุงลมนิรภัย

นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เรียกร้องให้บริษัทรถยนต์ทั้ง 8 บริษัท ได้แก่ ที่ได้มีการขายรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ติดตั้งถุงลม(ไม่)นิรภัยอันตรายยี่ห้อดังกล่าวในประเทศไทยมากว่าสิบปี เร่งดำเนินการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

เหตุการณ์การเสียชีวิตจากถุงลมนิรภัยยี่ห้อ ทาคาตะ (Takata) นั้นเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และได้มีการเรียกคืนรถจำนวนเกือบ 100 ล้านคัน เพื่อเปลี่ยนถุงลมนิรภัยตั้งแต่ปี 2551 ส่วนในประเทศไทยนั้น มีการขายรถหลายยี่ห้อ หลายรุ่น กว่า 1.7 ล้านคันที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยดังกล่าว และได้มีการเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนถุงลมไปแล้ว แต่ยังมีรถถึงหกแสนคันที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนถุงลม

ขอแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบถึงอันตราย และขอให้รีบดำเนินการตรวจสอบ ว่ารถของตัวเองเป็นรุ่นที่ต้องถูกเปลี่ยนถุงลมนิรภัยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์สภาองค์กรของผู้บริโภค www.tcc.or.th เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก และเว็บไซต์ www.checkairbag.com

ถุงลม(ไม่)นิรภัย

ยกเคส ถุงลม(ไม่)นิรภัย อุบัติเหตเสียชีวิตจากชิ้นส่วนโลหะ เข้าได้กับชิ้นส่วนของถุงลมนิรภัย

ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธ์ หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทยเคยมีกรณีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งจากการชันสูตรยืนยันได้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากชิ้นส่วนที่กระเด็นออกมาจากถุงลมนิรภัย หนึ่งในการชันสูตรศพกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เคยเกิดขึ้น ได้พบบาดแผลผู้เสียชีวิตฉีกขาดเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.5 ซม. บริเวณกลางหน้าอกด้านบน ลึกไปจนถึงกระดูกสันหลังช่วงคอ และพบชิ้นส่วนโลหะฝังตัวในกระดูกสันหลัง

โดยสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากชิ้นส่วนโลหะดังกล่าวที่ทะลุบริเวณคอและหน้าอกส่วนบน ทั้งนี้ชิ้นส่วนโลหะดังกล่าวมีลักษณะเข้าได้กับชิ้นส่วนของถุงลมนิรภัย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็น 'ยี่ห้อทาคาตะ'

เหลืออีก 680,480 คัน ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนถุงลมนิรภัย

นายชีพ น้อมเศียร ผู้อำนวยการ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมฯ ได้รับรายงานปัญหาถุงลมนิรภัยบกพร่องดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการประกาศเรียกคืน (Recall) ในต่างประเทศ และจากการตรวจสอบพบรถที่มีถุงลมนิรภัยบกพร่องจำนวนทั้งสิ้น 1,725,816 คัน

ในปี 2561 กรมฯ จึงร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยที่บกพร่อง นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากมีการติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถแก้ไขชุดถุงลมนิรภัยไปได้จำนวน 1,045,336 คัน คิดเป็นร้อยละ 60.6 แต่ยังคงเหลือรถอีกจำนวน 680,480 คัน ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนถุงลมนิรภัย

ถุงลม(ไม่)นิรภัย

เตือนประช่าชน เช็ครถของตนเอง เป็น 1 ใน 6.8 แสนคันหรือไม่

นายชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกำลังเตรียมดำเนินการในระยะที่ 2 คือ บูรณาการข้อมูลรถที่ยังไม่ได้แก้ไขชุดถุงลมนิรภัย เข้ากับฐานข้อมูลการชำระภาษีของกรมฯ เมื่อรถที่อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยทำการชำระภาษีผ่านช่องทางใดก็ตาม จะมีการแจ้งเตือนให้นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยเพื่อความปลอดภัย โดยคาดว่า ระบบจะสามารถใช้งานได้ภายในปลายปี 2565 นี้

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ จะใช้สื่อช่องทางต่าง ๆ ของกรมฯ ในการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของรถได้รับทราบข้อมูลโดยเร็ว ทั้งนี้ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน www.checkairbag.com หรือนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการทุกสาขา หรือติดต่อผ่านฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) ของแต่ละบริษัทรถยนต์ หรือติดต่อสายด่วน 1584 เพื่อสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า การประกาศเรียกคืน ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2561 ได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์รุ่นที่ถูกเรียกคืน สามารถเข้าไปรับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนถุงลมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าอะไหล่ และค่าแรงในการเปลี่ยนอะไหล่ แม้ว่าจะเป็นรถที่ไม่ได้เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเป็นประจำก็สามารถเข้าไปเปลี่ยน

ถุงลม(ไม่)นิรภัย

นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้กับบริษัทรถยนต์สามารถติดต่อเพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าของรถได้ทราบ

การรณรงค์ให้ลูกค้าได้รับทราบ และตรวจสอบรถยนต์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือมุ่งหวังส่งต่อความห่วงใยและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้แก่ลูกค้าทุกคน เพื่อเป็นการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภคให้มีความปลอดภัย และนำไปสู่การยกระดับด้านการบริการให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศอย่างยั่งยืน

ถุงลมรุ่นที่มีปัญหาตอนนี้กระจายอยู่ทั่วท้องถนน อาจจะเป็นรถของคุณเอง รถของครอบครัวคุณ หรือคนที่คุณรู้จัก เป็น 1 ใน 6 แสนคันหรือไม่

ตรวจสอบยี่ห้อ และ รุ่นรถยนต์ ที่ต้องเข้ารับการเปลี่ยน #ถุงลมนิรภัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ได้ที่ลิงก์ https://bit.ly/3M31Hso หรือ https://www.checkairbag.com/

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคนำรถรุ่นที่มีปัญหาไปเปลี่ยนถุงลมนิรภัยแต่ถูกเรียกเก็บเงิน หรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ สามารถร้องเรียนได้ที่ ไลน์สภาองค์กรของผู้บริโภค tccthailand โทรศัพท์ 02 239 1839 อีเมล complaint@tcc.or.th อินบ๊อกซ์เฟซบุ๊ก สภาองค์กรของผู้บริโภค หรือเว็บไซต์ www.tcc.or.th

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...