โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Plan 75 : ทางแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัยในญี่ปุ่น ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ย 2565 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 07.48 น.

คอลัมน์ : ระดมสมอง ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ

Plan 75 คือหนังที่ได้รับรางวัล Un Certain Regard และถูกพูดถึงอย่างมากในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ล่าสุดยังได้เป็นตัวแทนหนังญี่ปุ่นเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2023

โดยหนังเล่าถึงอนาคตสังคมสูงวัยของญี่ปุ่น ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันจนทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ รัฐจึงออกมาตรการให้คนที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปที่ประสงค์จบชีวิตตัวเอง สามารถมาลงทะเบียนเลือกวันจบชีวิตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะได้รับเงิน 1 แสนเยน ไว้ใช้ทำอะไรก็ได้ก่อนจบชีวิตลง ถือเป็นค่าตอบแทนที่พวกเขายอมเสียสละเพื่อประเทศ

บทความนี้ Bnomics จึงอยากจะมาเล่าให้ฟังว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว แล้วในอนาคตอาจจะต้องมีนโยบายแบบในหนัง Plan 75 ออกมาใช้หรือไม่ ?

ทำไมญี่ปุ่นเข้าสังคมสูงวัยรวดเร็ว

สัดส่วนของประชากรสูงวัยในญี่ปุ่น เริ่มเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 1950 กระทั่งในปี 2021 ผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 65 ปี ในญี่ปุ่น สูงที่สุดแตะระดับ 36.4 ล้านคน

โดยสัดส่วนของผู้สูงวัยคิดเป็น 29.1% ของประชากรประเทศ ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก และคาดว่าในปี 2040 ญี่ปุ่นจะมีสัดส่วนผู้สูงวัยถึง 35.3% เนื่องจากเป็นช่วงที่เหล่าเบบี้บูมเมอร์ อายุ 65 ปีพอดี

วิกฤตสังคมสูงวัยของญี่ปุ่นเกิดจากปัจจัยหลัก ๆ 2 อย่าง คือ 1) อายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยในปี 2019 อายุเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ 87.45 ปี สำหรับผู้หญิง และ 81.41 ปี สำหรับผู้ชาย

2) อัตราการเจริญพันธุ์ลดลง ในญี่ปุ่นยุคเบบี้บูมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่อยู่ราว ๆ 9-20 ปี

และนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 อัตราการเจริญพันธุ์ในญี่ปุ่นก็เริ่มลดลงต่ำกว่าอัตราการเกิดทดแทน ก่อนที่อัตรานี้จะลดลงเรื่อย ๆ จนทำให้หลังทศวรรษ 2010 ประชากรญี่ปุ่นเริ่มลดลง ประกอบกับคนญี่ปุ่นแต่งงานน้อยลง และอายุเฉลี่ยแต่งงานครั้งแรกสูงขึ้น

เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้หญิงนิยมแต่งงานกับผู้ชายที่มีหน้าที่การงานมั่นคง และมีการศึกษาสูงกว่าตนเอง แต่ปัจจุบันงานที่มั่นคงตลอดชีวิตนั้นหาได้ยากขึ้น

นอกจากนี้ วัฒนธรรมญี่ปุ่นยังมักจะโยนภาระภายในบ้านให้ผู้หญิงรับผิดชอบ การแต่งงานหรือมีลูกจึงอาจเป็นการเพิ่มหน้าที่ภรรยาและหน้าที่แม่ให้ต้องรับผิดชอบไปพร้อม ๆ กับการทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้หญิงหลายคนไม่ค่อยสนใจการแต่งงาน

ตลาดแรงงานเต็มไปด้วยสูงวัย

เมื่อคนเกิดใหม่น้อยลง คนที่จะเข้าวัยแรงงานก็น้อยลง ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่สัดส่วนระหว่างคนสูงอายุต่อวัยแรงงานสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD

โดยอัตราส่วนการพึ่งพิง (age dependency ratio) ในปี 2018 อยู่ที่ 47.1% หมายถึงจะมีคนนอกวัยแรงงานราว 47 คนที่ต้องการการพึ่งพิง ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน และคาดว่าในปี 2060 ประชากรวัยแรงงาน 1 คน จะต้องแบกรับผู้สูงอายุ 1 คน ทำให้ตลาดแรงงานของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยคนสูงวัย มีคนรุ่นใหม่เข้าไปน้อยลง ๆ

ปัจจุบันหลาย ๆ บริษัทเริ่มมีนโยบายจ้างพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว รัฐบาลจึงเริ่มวางแผนที่จะปรับกฎหมายให้พนักงานสามารถทำงานต่อได้จนกว่าจะอายุ 70 ปี ซึ่งจากสถิติพบว่า ในปี 2020 มีแรงงานที่อายุเกิน 65 ปี อยู่ถึงเกือบ 9 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 13.3% ของแรงงานทั้งหมด

ส่งผลให้อายุเฉลี่ยที่คนออกจากระบบแรงงานกลายเป็นอายุ 71 ปี สำหรับผู้ชาย และอายุ 69 ปี สำหรับผู้หญิง

ภาระการคลังเมื่อมีแต่คนสูงวัย

ลองคิดดูว่าคนคนหนึ่ง ทำงานตั้งแต่อายุ 20 ไปจนถึง 60 ปี เท่ากับระยะเวลาทำงานจ่ายภาษีและส่งเงินเข้ากองทุนบำนาญ คือ 40 ปี ถ้าหลังจากเกษียณไปแล้วยังมีชีวิตต่ออีก 30 ปี ระหว่างนั้นไม่ได้ทำงาน แต่ยังรับเงินบำนาญ

และใช้สวัสดิการรักษาพยาบาลขณะที่แรงงานรุ่นใหม่ ๆ ที่ช่วยกันส่งเงินเข้ากองทุนบำนาญลดลง แค่นี้ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ ว่าเงินกองทุนจะสามารถใช้ไปได้อีกนานแค่ไหน และรัฐจะทำอย่างไรกับงบฯสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ในปี 2018 งบประมาณรายจ่ายรัฐของญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ คิดเป็น 10.9% ของ GDP และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.1% ในปี 2030 ประมาณการว่ารัฐต้องมีรายจ่ายด้านสุขภาพเฉลี่ย 337,000 เยน ต่อประชากร 1 คน และหลังจากอายุ 75 ปีขึ้นไป จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า

อีกทั้งยังมีปัญหาว่าผู้สูงอายุที่ยากจนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหญิงชรา ในปี 2018 อัตราผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่ยากจน คิดเป็น 19.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ 13.5% ทำให้เกิดกรณีที่ผู้สูงอายุญี่ปุ่นลักเล็กขโมยน้อยเพื่อให้ถูกส่งเข้าคุก หรือผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวและเสียชีวิตเพียงลำพัง

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มเล็งเห็นถึงปัญหาสังคมสูงวัย และในปี 1994 รัฐบาลได้ออก Angel Plan ช่วยเหลือครอบครัวที่จะมีลูก เพิ่มบริการดูแลเด็ก ส่งเสริมนโยบายลาไปเลี้ยงลูก รวมถึงให้เงินอุดหนุนการเลี้ยงลูก เพื่อหวังจะเพิ่มจำนวนประชากรแต่ก็ดูเหมือนว่าผลตอบรับยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

ทุกวันนี้ ญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยประชากรสูงวัยที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และเด็กเกิดใหม่น้อยลงเรื่อย ๆ จนเริ่มฉายแววให้เห็นปัญหางบประมาณการคลัง

ถ้าใช้หลักคณิตศาสตร์ เมื่อเพิ่มคนเกิดไม่ได้ เราก็อาจจะเปลี่ยนไปเพิ่มจำนวนคนตายแทน แต่ในความเป็นจริงเราคงยังไม่สามารถมีนโยบายแบบในหนังเรื่อง Plan 75 ได้ หรือต่อให้มี ก็คงจะกลายเป็นที่ถกเถียงในประเด็นมนุษยธรรมว่า คนที่มีอายุเกิน 75 ปี ไม่ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่หรือ ?

ดังนั้น สิ่งที่อาจจะพอเป็นไปได้คืออาจต้องมีการเร่งส่งเสริมการออม และการซื้อประกันชีวิตตั้งแต่วัยทำงาน เสริมสร้างค่านิยมดูแลสุขภาพที่ดี เพื่อวันข้างหน้า คนสูงวัยจำนวนมากจะไม่ต้องกลายเป็นประชากรที่ต้องพึ่งพิงงบประมาณรัฐ แต่เป็นสูงวัยที่มากด้วยประสบการณ์ และยังสามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แล้วคุณล่ะ คิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไง ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...