โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอไม่นาน! สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งใหม่ เริ่มสร้างปี'67 รองรับโลจิสติกส์ ลาว-จีน

Khaosod

อัพเดต 18 ต.ค. 2565 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2565 เวลา 06.23 น.

หนองคาย รออีกไม่นาน สะพานมิตรภาพไทย - ลาว คู่ขนาน ห่างจุดเดิม 500 เมตร ก่อสร้างปี 2567 สร้าง 3 ปีแล้วเสร็จ ขานรับการขยายโลจิสติกส์ นักลงทุนเข้าทำประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษ

18 ต.ค. 65 - จังหวัดหนองคาย มีการพัฒนาในหลายๆ ด้าน ทั้งโครงการที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา เจรจา และนำเสนอ

ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเจริญเติบโต และให้สอดรับกับขบวนรถไฟความเร็วสูง ลาว-จีน

นับตั้งแต่เปิดใช้รถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ที่เดินทางไปถึงแค่สถานีบ่อเต็น ยังไม่สามารถเข้าถึงคุนหมิงได้ ปรากฏว่า มีผู้ใช้บริการขบวนรถไฟสายนี้แล้วกว่า 2 ล้าน 8 หมื่นคน เป็นคนไทยถึง 2 ล้านคน

โดยช่วงเดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลจีน จะมีการประชุมหารือว่า จะสามารถเปิดเดินรถไฟถึงสถานีคุนหมิงได้ในช่วงใด แต่เนื่องจากรัฐบาลจีนยังให้ความสำคัญกับซีโร่โควิด ยังมีประเด็นให้พิจารณารอบด้าน ซึ่งปัญหาการเดินรถไฟขบวนขนสินค้าที่หยุดอยู่ที่สถานีท่านาแล้ง สปป.ลาว ไม่ได้เชื่อมต่อไปยังท่าเรือบกของลาว เพื่อขึ้นรถไฟความเร็วสูงขึ้น ต้องมีการยกแคร่สินค้าโดยทางการลาว

แม้ว่าขบวนรถไฟสายนี้จะหยุดอยู่แค่ สปป.ลาว ไม่ได้ข้ามฝั่งมายังประเทศไทย แต่รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจมีการจัดทำโครงการเพื่อให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด โดยที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ในปี 2566 จะมีการเริ่มก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว คู่ขนาน กับสะพานแห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย

โดยสะพานแห่งใหม่พื้นที่จะอยู่ห่างเพียง 500 เมตร ใกล้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือหนองคาย ชุมชนจอมมณี เขตเทศบาลเมืองหนองคาย

การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นจากสภาพความแออัดของสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 ที่มีปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกสินค้า รถโดยสารเข้าออกในแต่ละวันเป็นปริมาณมาก ยิ่งในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ การจราจรจะหนาแน่นมาก

ประกอบกับมีรางรถไฟไทย-ลาว อยู่ตรงกลางสะพาน ทำให้เมื่อเวลารถไฟจะแล่นผ่าน ต้องหยุดรถยนต์ทุกชนิด

ดังนั้นการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่นี้ จึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาวลงทุนก่อสร้างร่วมกันคนละครึ่ง และจะมีเอกสิทธิ์ อำนาจการบริการจัดการเท่าเทียมกัน โดยในปี 2566 จะเป็นการศึกษาออกแบบ และเริ่มก่อสร้างในปี 2567 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จประมาณปี 2571

ส่วนการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่สำหรับขนสินค้าคาดว่าจะก่อสร้างถึงสถานีนาทา หนองคาย ในปี 2569 และการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสำหรับคนโดยสารคาดว่าจะมาถึงหนองคายในปี 2572

พร้อมทั้งมีการจัดสร้างสถานีพักคอยรถบรรทุก สามารถจอดรถได้ 200 คัน ที่บ้านหนองสองห้อง อ.เมืองหนองคาย ริมถนนมิตรภาพ ก่อนที่รถบรรทุกสินค้าจะนำสินค้าข้ามแดน จะมีรถโมบายเอกซเรย์ของศุลกากร เข้าตรวจสอบ จำนวน 3 คัน เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า และสามารถปล่อยรถที่ได้รับการตรวจตามขั้นตอนปฏิบัติแล้วออกไปได้ โดยสถานีพักคอยรถบรรทุกจะเปิดใช้ในปี 2566

จังหวัดหนองคายได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมาตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่ 12 ตำบลของอำเภอเมืองหนองคาย และ 1 ตำบลของอำเภอสระใคร ทางจังหวัดได้ประกาศประมูลพื้นที่สำหรับจัดสร้างนิคมอุตสาหกรรมหรือการลงทุนในด้านต่างๆ แล้ว 4 ครั้ง

แต่ไม่มีผู้สนใจลงทุน ถามว่าเพราะเหตุใด น่าจะเป็นเพราะนักลงทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าหากลงทุนไปในทันที ทั้งที่ยังไม่มีรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟรางคู่ที่สามารถขนส่งสินค้า บริการผู้โดยสารได้รวดเร็ว ก็จะไม่คุ้มค่าเป็นการจ่ายค่าเช่าที่ดินโดยเปล่าประโยชน์เป็นเวลาหลายปี

DCIM102MEDIADJI_0580.JPG

ดังนั้นมีนักลงทุนหลายคนทั้งคนไทยและคนจีนรอให้การสร้างทางรถไฟใกล้แล้วเสร็จ จึงจะเข้าประมูลทำประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระหว่างนี้กรมทางหลวงก็จะจัดสร้างถนนไว้รองรับ เป็นถนน 4 เลน จากหนองสองห้องถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว

อีกทั้งยังมีความต้องการด้านสาธารณูปโภคและความต้องการทางด้านสาธารณสุขที่จะต้องขยายตัวอย่างมีมาตรฐานและประสิทธิภาพเพื่อรองรับการให้บริการด้านการรักษา สาธารณสุขกับคนลาว คนจีน ที่มีความต้องการรับการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทยด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...