โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอ.แจง กรณี พลทหารถูกลงโทษจนตาบอด วอนอย่าฟังความข้างเดียว

WeR NEWS

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 06.13 น.

วันที่ 4 ก.ค.66 พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีคลิปที่มีการอ้างว่า พลทหารสังกัดหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ที่ออกมาร้องว่า เจ้าตัวถูกทำโทษจนตาบอด

ซึ่งขณะนี้ ด้าน พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งให้มีการตรวจสอบ พร้อมชี้แจงต่อสาธารณชน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส

และอยากให้สังคมฟังความให้รอบด้าน ซึ่งทางกองทัพอากาศมีนโยบายชัดเจน ไม่ให้มีการทำร้ายร่างกาย หรือลงโทษทหารใหม่เกินกว่าเหตุ และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของทหารใหม่ทุกนาย อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนพบว่า มีการกระทำที่ขัดกับนโยบายดังกล่าว จะลงโทษตามระเบียบโดยไม่มีข้อยกเว้น

ด้าน โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า จากตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า พลทหารนายดังกล่าว ได้มารายงานตัวเข้ารับการฝึก เมื่อวันที่ 15 พ.ค.66 ที่หน่วยฝึกทหารกองประจำการใหม่ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน และได้มีการแจ้งว่าตนนั้นเป็นโรคตาขี้เกียจ

และเมื่อวันที่ 16-17 พ.ค.66 ทหารใหม่ได้มีการฝึกเบื้องต้น แต่ทหารรายนี้ไม่ได้เข้ารับการฝึก เนื่องจากแจ้งว่า เจ้าตัวปวดตา ทางครูฝึกจึงได้ให้นอนพักที่เต็นท์ของหน่วยฝึกฯ เพื่อรอดำเนินการเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล

ในวันที่ 18 พ.ค.66 นายทหารนายดังกล่าว ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมแพทย์ทหารอากาศ ซึ่งมีอาการปวดกระบอกตาทั้ง 2 ข้าง แสบตา น้ำตาไหล ลืมตาไม่ค่อยขึ้น โดย นายทหารรายนี้ได้แจ้งว่าเป็นมานานแล้ว ทางด้าน แพทย์ได้วินิจฉัยว่า เป็นโรคตาขี้เกียจ และต้องมีการรักษาตามอาการ จึงได้ส่งตัวต่อไปยัง โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อเข้าพบจักษุแพทย์เฉพาะทาง และส่งตัวไปตรวจสอบพิเศษ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพิ่มเติม

โฆษก ทอ.ได้กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในการฝึก พลทหารรายนี้ยังไม่ได้รับการฝึกแต่อย่างใด และมีการจับคู่ให้เพื่อนทหารดูแลกันและกันอยู่ตลอด พร้อมกับมีการอำนวยความสะดวกในการไปพบแพทย์ของพลทหารตามนัดทุกครั้ง

นอกจากนี้ ยังได้มีการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง เพื่อหาสาเหตุ พบว่า มีเนื้องอกขนาดเล็กในสมองเพิ่มเติมอีกหนึ่งโรค และกำลังอยู่ในกระบวนการรักษา ซึ่งทางหน่วยฝึกฯ ได้มีการแจ้งรายละเอียดไปยังผู้ปกครองของพลทหารแล้ว และทางผู้ปกครองก็ตกลงให้หน่วยฝึกฯ เป็นผู้ดูแลในขณะที่ทำการรักษา และรอจนถึงการปลดประจำการ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการนานพอสมควร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประเด็นการทำร้ายร่างกายขณะมีการฝึก ทางกองทัพอากาศ ได้มีการยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือการลงโทษพลทหารใหม่เกินกว่าเหตุอย่างแน่นอน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...