โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย-เนปาล ลงนาม 8 ฉบับ กระชับความร่วมมือรอบด้าน

The Better

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 06.54 น. • THE BETTER
นายกฯ แพทองธาร เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับนายกฯ เนปาลเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 66 ปี  ลงนาม 8 ฉบับ กระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การค้า อุตสาหกรรม การแพทย์ เกษตรกรรม และการศึกษา

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเค พี ศรรมะ โอลี (Rt. Hon. Mr. K P Sharma Oli) นายกรัฐมนตรีเนปาล และภริยา ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีเนปาลได้ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น นายกรัฐมนตรีเชิญนายกรัฐมนตรีเนปาลไปยังห้องสีม่วงเพื่อแนะนำคณะรัฐมนตรี และไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ก่อนเข้าร่วมหารือทวิภาคี ณ ห้องสีงาช้าง ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเนปาลสู่ประเทศไทย ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีเนปาล นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยในปีนี้นับเป็นโอกาสครบรอบ 66 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเนปาล ที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น โดยเฉพาะด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม ซึ่งมีชาวไทยหลายพันคนเดินทางไปยังลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นประจำทุกปี พร้อมชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาลเนปาลในการเลื่อนสถานะไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาภายในปี 2026 และขอให้เนปาลสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น พร้อมชื่นชมศักยภาพทางเศรษฐกิจของเนปาล รวมถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะด้านพลังงานน้ำ ซึ่งในวันนี้ทั้งสองฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MoUs) จำนวน 8 ฉบับ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในอนาคต
นายกรัฐมนตรีเนปาล ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในไทยในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวเนปาล เนปาลขอยืนหยัดเคียงข้างประเทศไทยในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ขณะเดียวกัน ก็จะสานต่อความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ตั้งแต่ระดับทวิภาคีไปจนถึงระดับภูมิภาค และขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสองประเทศ โดยเนปาลพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับไทยในด้านที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยีต่าง ๆ พร้อมชื่นชมความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีไทยในการพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาค ทั้งนี้ เนปาลให้ความสำคัญกับการประชุม BIMSTEC และพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกเพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และขอเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนเนปาลอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
ความสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยและเนปาลพร้อมสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีกลไกความร่วมมือที่สำคัญคือ การประชุมคณะกรรมการร่วม (Joint Commission Meeting) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์สูงสุดจากกลไกทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุน โดยเฉพาะในด้านการเกษตร การแปรรูปสมุนไพร บริการทางการแพทย์ และการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บริษัทไทยหลายแห่งได้แสดงความสนใจอย่างมากในการขยายธุรกิจในเนปาล รวมถึงบริษัทไทยบางส่วน ได้ก่อตั้งธุรกิจในเนปาลแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนปาลเห็นถึงศักยภาพของภาคเอกชนไทยในเนปาล ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเนปาลพร้อมอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและลดอุปสรรคทางการค้าเพื่อดึงดูดธุรกิจไทยและนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง
การเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตร ภาคการเกษตรเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านนี้ โดยเนปาลมีความอุดมสมบูรณ์ด้านผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยเฉพาะสมุนไพรคุณภาพสูงที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์หลายชนิด ขณะที่ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยไทยพร้อมแบ่งปันความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเนปาล ทั้งนี้ ปัจจุบันสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและการแปรรูปการเกษตร
การท่องเที่ยว ไทยยินดีที่เนปาลที่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 1 ล้านคนในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเนปาลอย่างต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในเส้นทางแสวงบุญทางพระพุทธศาสนา (Buddhist circuit) ซึ่งต่างเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่มีศักยภาพสูง ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยมีศักยภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ มีคุณภาพระดับสากล และพร้อมเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีเนปาลกล่าวว่า เนปาลพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ทางการแพทย์ร่วมกันไทย รวมไปถึงความร่วมมือด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีความก้าวหน้า โดยปัจจุบันผู้ประกอบการโรงแรมของไทยได้ขยายธุรกิจโรงแรมในเนปาล ซึ่งช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเนปาล
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา นายกรัฐมนตรียินดีที่นักศึกษาเนปาลมาเรียนที่ไทยจำนวนมาก โดยเน้นย้ำว่าไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และไทยพร้อมมอบทุนการศึกษาสำหรับหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นและปริญญามหาวิทยาลัยให้กับชาวเนปาลในสาขาต่าง ๆ ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น การโรงแรม การเกษตร และสาธารณสุข ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนปาลเห็นพ้อง และเน้นย้ำว่าเนปาลต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับไทยเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยขณะนี้เนปาลมีมหาวิทยาลัยที่จัดหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับสาธารณสุข เกษตรกรรม สังคม สิ่งแวดล้อม และด้านอายุรเวท ซึ่งไทยและเนปาลจะสามารถร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
ความร่วมมือระดับพหุภาคีและภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายพร้อมทำงานร่วมกันในเวทีระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยยึดมั่นในหลักการสันติภาพและมิตรภาพกับทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับโลก ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันความร่วมมือในเวทีพหุภาคีและภูมิภาคกับเนปาล โดยเฉพาะการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ซึ่งจะรับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพ (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) รวมถึงพร้อมผลักดันความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเลที่จะเพิ่มการเชื่อมโยงและโอกาสทางเศรษฐกิจในอ่าวเบงกอล นอกจากนี้ ไทยพร้อมร่วมมือกับเนปาลแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี สอดคล้องกับนายกรัฐมนตรีเนปาล ซึ่งเผยว่า เนปาลกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก "Sagamatha Sambaad" ซึ่งเป็นการเสวนาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในเดือนพฤษภาคมนี้

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายเค พี ศรรมะ โอลี (Rt. Hon. Mr. K. P. Sharma Oli) นายกรัฐมนตรีเนปาล ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและการแลกเปลี่ยนความตกลงร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จำนวน 8 ฉบับ ดังนี้

1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย - เนปาล

2.ความตกลงทางวัฒนธรรม ไทย - เนปาล

3.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าเนปาล (Nepal Chamber of Commerce)

4.บันทึกความเข้าใจระหว่างคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กับสถาบัน Nepal Netra Jyoti Sangh (NNJS)

5.บันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับบริษัท Jantra Agro and Forestry

6.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสยามกับมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุ

7.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสหพันธ์หอการค้าและ อุตสาหกรรมแห่งเนปาล (Federation of Nepalese Chambers of Commerce & Industry: FNCCI)

8.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งเนปาล (Confederation of Nepali Industries: CNI)

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเนปาล ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับผู้นำเนปาลและคณะเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 66 ปี ไทยและเนปาลมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมายาวนาน มีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกัน การเยือนครั้งนี้จะช่วยกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้น และเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือในอนาคต

ทั้งสองฝ่ายได้หารือในด้านพลังงาน โดยไทยชื่นชมเนปาลในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และการพัฒนาโครงการพลังงานน้ำ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเสริมสร้างความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ลดอุปสรรคทางการค้า และพัฒนาข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เพิ่มขึ้นจาก 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน และไทยสนับสนุนให้ภาคเอกชนขยายการลงทุนในตลาดเนปาลมากขึ้น

ด้านการเชื่อมโยง ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงความสำคัญของการขยายเส้นทางคมนาคมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สนับสนุนการขยายเส้นทางการบินเชื่อมต่อกรุงเทพฯ - กาฐมาณฑุ พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้เปิดเที่ยวบินตรงสู่ลุมพินี
ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ไทยและเนปาลเห็นพ้องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและการแพทย์ นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล และสายการบิน ต่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเนปาล

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังยินดีทั้งสองยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือสำคัญจำนวน 8 ฉบับ ซึ่งเสริมสร้างความร่วมมือ และความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรียังขอบคุณเนปาลที่สนับสนุนไทยในฐานะประธาน BIMSTEC และยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับ BIMSTEC อย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกรอบการประชุม และผลักดัน BIMSTEC ให้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความตั้งใจในการเสริมสร้างความร่วมมือกับเนปาลทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เคารพซึ่งกันและกัน พร้อมมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อความมั่งคั่งและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ การมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความตั้งใจของไทย-เนปาล ในการเดินหน้าความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...