โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ตึก 'Skyy9' 7,000 ล้าน ติดโผท็อป 3 ดีลซื้อขายแพงสุดในกรุงเทพฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มี.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 08.59 น.

คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เผยราคาซื้อขายตึก Skyy9 7,000 ล้านบาท สูงสุดติดทำเนียบ 1 ใน 3 มูลค่าซื้อขายออฟฟิศในกรุงเทพฯ พร้อมเปิดผลสำรวจรอบ 20 ปี (2548-2567) ปิดดีลซื้อขายจริง 40 อาคาร มูลค่ารวมกันกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท เทรนด์ปี 2568 ทำเลเกรด B มีนักลงทุนสนใจซื้ออย่างคับคั่ง

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกระแสข่าวการซื้ออาคารสำนักงาน Skyy9 ในทำเลย่านพระราม 9 ด้วยมูลค่าการซื้อขายเกือบ 7,000 ล้านบาท โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการซื้ออาคารสำนักงานนั้นราคาสูงเกินไปนั้น

ข้อมูลของแผนกวิจัยและการสื่อสารของคอลลิเออร์ส ไทย พบว่า ราคาการซื้อขายอาคารสำนักงานนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการซื้อขายที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง มูลค่าการซื้อขายที่ 7,000 ล้านบาท ถือว่ามีราคาสูงที่สุดติด 1 ใน 3 ของมูลค่าการซื้อขายออฟฟิศในกรุงเทพฯ

รอบ 20 ปี ซื้อขายเปลี่ยนมือ 78,000 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมการซื้อขายออฟฟิศในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วง 20 ปี (2548-2568) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 78,387,901,870 ล้านบาท จากทั้งหมด 40 ออฟฟิศ มีพื้นที่ให้เช่ารวมกัน 1,294,906 ตารางเมตร

โดยพบว่า สัดส่วนใหญ่มากกว่า 56.80% ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) มีพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด 721,026 ตารางเมตร และส่วนใหญ่มีทำเลตั้งอยู่ในพื้นที่ “สุขุมวิท สีลม สาทร” ขณะที่โซนนอกศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) ส่วนใหญ่การซื้อขายออฟฟิศกระจุกในพื้นที่ย่าน “รัชดาภิเษก วิภาวดี บางนา”

นักลงทุนสนใจซื้อเกรด B เพราะอัพค่าเช่าได้

ทั้งนี้ ออฟฟิศเกรด B มีการซื้อขายด้วยพื้นที่ให้เช่ารวมมากที่สุด 982,374 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 75.86% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด ตามมาออฟฟิศเกรด A และออฟฟิศเกรด C

เนื่องจากนักลงทุนมองว่า อาคารสำนักงานเกรด B หลายอาคารและในหลายทำเลที่มีการเสนอขาย บางอาคารตั้งราคาขายที่น่าสนใจ และคุ้มค่าหากซื้อไปและนำไปรีโนเวทและพัฒนาต่อ เนื่องจากจะสามารถปรับราคาเสนอเช่าให้สูงขึ้นได้

ตลาดซื้อขายออฟฟิศบูมในยุคก่อนโควิด

ทั้งนี้ ปี 2560 เป็นปีที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดประมาณ 15,000 ล้านบาท เป็นดีลการซื้อขายออฟฟิศบิลดิ้งขนาดใหญ่ในย่านสาทร

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงปี 2558 -2562 มีผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุน รวมถึงกองทุนต่างๆ ให้ความสนใจในการซื้ออาคารสำนักงาน โดยเฉพาะอาคารสำนักงานเกรด A ในพื้นที่ย่านสุขุมวิท สีลม และสาทร เนื่องจากในช่วงเวลานั้นตลาดอาคารสำนักงานเกรด A ในกรุงเทพมหานครมีซัพพลายเหลือค่อนข้างน้อย

ดังนั้น หรือสามารถกล่าวได้ว่าซัพพลายไม่เพียงพอสำหรับความต้องการเช่าในตลาด แต่หลังจากปี 2564-2567 เป็นต้นมา ซัพพลายออฟฟิศสร้างเสร็จใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น คาดว่ามากกว่า 1.261 ล้านตารางเมตร และยังมีซัพพลายกำลังสร้างรอการเข้าสู่ตลาดในอนาคต 3 ปีหน้า เกือบ 700,000 ตารางเมตร

การเพิ่มขึ้นของซัพพลายดังกล่าว สร้างความกังวลให้กับเจ้าของอาคารและนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากอัตราการว่างของพื้นที่ออฟฟิศบิลดิ้งในกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนต้องชะลอการลงทุนโครงการออฟฟิศ

อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีการซื้อขายออฟฟิศบางส่วนในปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อการใช้งานภายในของผู้ซื้อเอง มากกว่าการซื้อเพื่อการลงทุนหรือให้เช่า เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ตลาดสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ อยู่ในภาวะชะลอตัว และมีภาวะโอเวอร์ซัพพลาย เกินกว่าดีมานด์การเช่าจะสามารถดูดซับได้

ออฟฟิศเกรด B ซัพพลายสะสม 75.86% ของตลาดรวม

นายภัทรชัยกล่าวต่อว่า จากสถิติมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการซื้อขายรวม 78,387,901,870 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เช่า 1,294,906 ตารางเมตร และกระจายอยู่ใน 40 ออฟฟิศทั่วกรุงเทพฯ นั้น

คอลลิเออร์สฯ ยังพบด้วยว่า ออฟฟิศเกรด B มีการซื้อขายด้วยพื้นที่ให้เช่ารวมกันมากที่สุด 982,374 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 75.86% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด

ตามมาด้วยออฟฟิศเกรด A พื้นที่เช่ารวม 272,906 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 21.08% และออฟฟิศเกรด C พื้นที่เช่ารวม 39,626 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 3.06% ตามลำดับ

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ออฟฟิศเกรด B ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มนักลงทุน โดยเงื่อนไขการลงทุนจะมองหาโอกาสในการซื้ออฟฟิศทำเลที่ตั้งที่ดี และสะดวกในการเดินทาง เช่น ออฟฟิศใกล้สถานีรถไฟฟ้า หรือตั้งอยู่บนถนนสายหลัก เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการทำเลที่ดี แต่ไม่ต้องการจ่ายค่าเช่าสูงเกินไป

การลงทุนในอาคารสำนักงานเกรด B จึงเป็นที่นิยม เนื่องจากราคาซื้อขายที่ไม่สูงมาก และยังมีศักยภาพในการปรับปรุงหรือรีโนเวทให้มีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต เช่น การปรับปรุงพื้นที่สำนักงานให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าได้มากขึ้น สามารถส่งผลให้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว

การซื้อขายออฟฟิศในรอบ 20 ปี (2548-2567)

ซื้อออฟฟิศให้คุ้มค่า ต้องสร้างผลตอบแทนขั้นต่ำ 6.5-7.5% ต่อปี

สำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการออฟฟิศบิลดิ้ง เพื่อเพิ่มผลกำไรจากการลงทุนในระยะยาว มักจะมองหาผลตอบแทนขั้นต่ำเฉลี่ย 6.5%-7.5% ต่อปี หากเป็นการเลือกซื้อออฟฟิศเกรด B มีจุดเน้นนักลงทุนสามารถรีโนเวทเพื่อเพิ่มค่าเช่า

ในเวลาเดียวกัน การซื้อออฟฟิศเกรด A ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและมีผู้เช่าที่มั่นคง ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า

ดังนั้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์ตลาดสำนักงานให้เช่าอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในแต่ละประเภทอาคาร โดยจุดโฟกัสคือการเลือกทำเลที่ดีและการปรับปรุงอาคารให้ทันสมัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการลงทุนได้ในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตึก ‘Skyy9’ 7,000 ล้าน ติดโผท็อป 3 ดีลซื้อขายแพงสุดในกรุงเทพฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...